บทที่ 1121 บุปผากัดกร่อนวิถี
บนท้องฟ้าแดนตะวันตก ดอกไม้ที่ปรากฏในสายตาของสวี่ชิงดอกนั้น เหมือนว่าจะหยั่งรากอยู่ในความว่างเปล่า ยามที่มันไหวเอน ก็มีเสียงลมน่าขนลุกคล้ายเสียงร่ำไห้แว่วมา
แปลกประหลาดและพิศวง
ลำต้นของมันบิดเบี้ยวราวกับงู เปลือกปกคลุมด้วยหนามแหลมคมทั้งยังส่องประกายเรืองรอง ส่องสะท้อนทุกสิ่งที่อยู่รอบข้างให้ดูทั้งลึกลับและน่าหวาดกลัว ราวว่าอยู่ในความมืดมิดก็สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันชั่วร้ายของมันได้
ส่วนใบของมันแคบยาวและมีสีม่วงเข้ม ขอบใบหยักไม่เรียบราวกับถูกไฟไหม้ บนผิวใบไหลเวียนไปด้วยเส้นสีทึบที่ราวว่ามาจากหุบเหวนรก
ดอกของมันยิ่งน่าตื่นตะลึง กลีบดอกเป็นสีแดงเข้ม ขอบเป็นสีดำ ประดุจบุปผาแห่งโลกันต์ที่แย้มบาน
มีกลีบดอกสิบสองกลีบ ทุกกลีบปล้วนมีใบหน้าของสตรีที่งามล้ำเลิศปรากฏอยู่
บางนางยิ้ม บางนางเศร้า บางนางเย้ายวน บางนางโกรธเคือง…
สตรีทุกคนล้วนงามเลิศเฉิดฉัน ประดุจดั่งของวิเศษที่ยากจะหาใดเปรียบ
และเรือนผมยาวของพวกนางก็แผ่ขยายไปในกลีบดอก สยายมาจากขอบกลายเป็นรยางค์เล็กละเอียดนับไม่ถ้วน
โบกสะบัดขยับไหวไปมาออกไปด้านนอก คล้ายว่ากำลังสอดส่องหาเหยื่อ
อีกทั้ง จากการผลิบานของเดอกไม้ ก็ส่งกลิ่นหอมกรุ่นคล้ายกลิ่นกายสตรีออกมา แต่หากสูดดมนานเข้า กลิ่นหอมนี้ก็จะแปรเปลี่ยนกลายเป็นกลิ่นคาวคละคลุ้งภายร่างกาย ชวนให้คลื่นไส้
จ้องมองดอกไม้ดอกนี้ ดวงตาของสวี่ชิงฉายประกายแสงเย็นเยือก
……
และขณะเดียวกันนี้ ทั่วทั้งระบบดาวที่ห้าทั้งหมด บนม่านฟ้าของทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศเหนือทั้งสามทิศต่างมีภาพสัญลักษณ์ที่แปลงมาจากมรดกของแต่ละฝ่ายกะพริบแสงวูบวาบ กลายเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพียงหนึ่งเดียวของฟากฟ้าแต่ละทิศ
แหล่งกำเนิดแสงนี้ หากเป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติ ไม่ว่าจะจ้องมองอย่างไร สิ่งที่เห็นก็ยังคงเป็นเพียงแค่ความมืดมิด มีเพียงผู้บำเพ็ญที่ถือครองป้ายอนุมัติเมืองเซียนเท่านั้นจึงจะมองเห็น
ดังนั้น ผู้ที่ถือครองป้ายอนุมัติเมืองเซียนทั้งหมด ในเสี้ยวพริบตานี้ หากไม่อาศัยตัวเองก็อาศัยของวิเศษ ยาลูกกลอน ต่างใช้วิธีต่างๆ เพิ่มพลัง ไปลองสัมผัสรับรู้
พวกเขารู้ นี่คือช่วงการสืบมรดกที่สำคัญที่สุดในขั้นที่สองของการทดสอบเมืองเซียน
ขั้นตอนนี้ คือของกำนัลจากการล่าสังหารครั้งนี้
ขณะเดียวกัน หลังจากขั้นตอนนี้ ทุกคนที่เข้าร่วมการล่าสังหาร เนื่องจากผลของการเก็บเกี่ยวจากการสัมผัสรับรู้ที่ต่างกัน ก็จะถูกขยายช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่งและอ่อนแออย่างมหาศาล!
เพราะในขั้นตอนนี้ ต่อให้สัมผัสรับรู้เข้าใจเพียงผิวเผิน ก็ยังเป็นการยกระดับตนเองอย่างมาก หากสามารถบรรลุแก่นแท้ได้อย่างแท้จริง ก็จะราวกับปลากระโดดข้ามประตูมังกร ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
ในเมื่อนั่น…เป็นมรดกที่แฝงไว้ซึ่งกฎแห่งธรรมนูญเศษเสี้ยวหนึ่ง!
และกฎแห่งธรรมนูญ แม้ในระบบดาวที่ห้าจะไม่ใช่ข้อมูลที่ทุกคนรู้ แต่ผู้ที่ครอบครองป้ายอนุมัติเมืองเซียนได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา แม้จะเข้าใจไม่มากนัก แต่ก็ต้องเคยได้ยินมาก่อนอย่างแน่นอน
ดังนั้น ความปรารถนาที่มาจากผู้บำเพ็ญที่ถือครองป้ายอนุมัติเมืองเซียนทุกคน ในเสี้ยวขณะนี้จึงรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
ต่อให้รู้ว่าการล่าสังหารที่ผ่านมา ในขั้นตอนนี้แทบจะเป็นผู้บำเพ็ญจากสำนักสายหลักเหล่านั้นเกือบทั้งหมดที่ประสบความสำเร็จในการสืบมรดกในท้ายที่สุด อีกทั้งมีข่าวลือว่าขั้นตอนนี้ความจริงมีผู้ถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ทว่านับแต่ในอดีตที่ผ่านมา เรื่องเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนั้นมีเสมอ
เป็นเช่นนี้ ย่อมต้องช่วงชิง
ทว่า ในแดนดาราทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศเหนือทั้งสามแดนนี้ ผู้ถือครองป้ายที่สัมผัสรับรู้เป็นแนวทางเหล่านั้นขณะที่ต่างแข่งขันแย่งชิงอย่างดุเดือด ทางแดนตะวันตกกลับสงบสุข
……
ท้องฟ้าของแดนตะวันตกมืดมิดอย่างยิ่ง
ที่นี่ ผู้บำเพ็ญที่ไม่มีป้ายอนุมัติเมืองเซียน เงยหน้าขึ้นก็มองไม่เห็นอะไร ส่วนผู้บำเพ็ญที่มีป้ายอนุมัติเมืองเซียนก็เช่นกัน
ไม่เห็นอะไรเลยเช่นกัน
มีเพียงความมืดดำที่เข้าแทนทุกสิ่ง
แม้จะจนปัญญา แม้จะสับสนงุนงง แม้จะมีความไม่พอใจ แต่ความเกียจคร้านของแดนตะวันตกทำให้จิตต่อสู้ของผู้บำเพ็ญที่นี่ส่วนใหญ่ไม่สูง
นอกเสียจากคนส่วนน้อยที่ยังไม่ยอมแพ้และยังคงพยายามต่อไป คนส่วนใหญ่ที่เหลือต่างล้มเลิกกันไปแล้วทั้งนั้น
ในเมื่อเซียนของสำนักเซียนมรรคา ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกสัมผัสรับรู้ในขั้นตอนนี้ เช่นนั้น…ก็ไม่ไปสัมผัสรับรู้เสียเลยก็แล้วกัน
อย่างไรก็มองไม่เห็นอะไรอยู่ดี
ส่วนสวี่ชิงทางนี้ บนหน้าผาเส้นทางหลัก มองท้องฟ้าที่มืดมิด มองดอกไม้แปลกประหลาดที่ปรากฏบนม่านฟ้า ประกายแสงเย็นเยือกในดวงตาก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น
ดอกไม้ดอกนี้ ในสายตาของเขา ไม่ได้เลือนราง…
หากแต่แจ่มชัดเป็นที่สุด!
“นี่คือมรดกสายหนึ่ง!”
หลังจากที่สวี่ชิงมองแล้ว ใจเขาก็พลันกระจ่างแจ้ง ยิ่งกว่านั้นคือความตื่นเต้น
เพราะบนดอกไม้นี้ เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่สูงส่งยิ่งกว่าอำนาจรอยเต๋า
“นั่นมัน…”
รูม่านตาทั้งสองข้างของสวี่ชิงหดเล็ก การหายใจหอบถี่ขึ้นเล็กน้อย
แต่ภายใต้การแผ่ปกคลุมของจิตเทพของเขา ก็สังเกตเห็นว่าบนหน้าผาทางหลักที่เขาอยู่ ผู้บำเพ็ญจำนวนไม่มากที่ฝึกฝนอยู่ที่นี่เช่นเดียวกับเขา หลังจากที่แต่ละคนแค่เหลือบมองท้องฟ้าก็ดึงสายตากลับไป สวี่ชิงจึงลังเลเล็กน้อย
“ในคนเหล่านี้ มีสองคนที่ถือครองป้ายอนุมัติเมืองเซียน ขอบเขตการรับรู้ไม่กว้างเท่าข้า ดังนั้นพวกเขาจึงตรวจจับข้าไม่ได้”
“คนอื่นๆ ไม่ได้จ้องมอง และพวกเขาสองคนนี้ก็เช่นกัน…”
“มองไม่เห็นอย่างนั้นหรือ หรือดอกไม้นี้ มีความแปลกประหลาดอะไร”
ขณะครุ่นคิด จิตเทพของสวี่ชิงก็แผ่ออก ปกคลุมไปรอบกายผู้บำเพ็ญบนหน้าผาทางหลักที่ไม่อาจรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาได้ สังเกตสีหน้าของพวกเขาอย่างละเอียด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บำเพ็ญที่ไม่ใช่คนเดียว แต่เป็นสองคนขึ้นไปที่ฝึกฝนอยู่ด้วยกัน ยิ่งเน้นให้ความสนใจเป็นพิเศษ
“ขั้นสืบมรดก!”
“ผู้ถือครองป้ายอนุมัติเมืองเซียนทุกคน สามารถสัมผัสรับรู้ได้!”
“พวกเขามองไม่เห็น…”
ความคิดของสวี่ชิงหมุนวนอย่างรวดเร็ว จู่ๆ ใจเขาก็ไหวหวั่น เงยหน้ามองไปยังดอกไม้ดอกนั้นอีกครั้ง
ในสายตาของเขา มีเส้นเล็กบางสีแดงเข้มกลุ่มหนึ่งลอยขึ้นมาจากดอกไม้ที่แปลกประหลาดและชวนขนลุกดอกนี้ แผ่พุ่งไปทางทิศตะวันออกของขอบฟ้า
ราวกับว่าทางทิศตะวันออก มีบางสิ่งกำลังดูดซับมันอยู่!
ตามความเร็วในการดูดซับนี้ น่าจะประมาณสิบวัน ดอกไม้นี้ก็จะหายไป
เห็นดังนั้น ดวงตาของสวี่ชิงก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว
“แม้จะยังไม่เข้าใจรายละเอียด แต่หากข้ายอมทิ้งดอกไม้มรดกดอกนี้ ก็ช่างน่าเสียดายจริงๆ!”
คิดถึงตรงนี้ สวี่ชิงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป จ้องมองภาพบนท้องฟ้า จิตใจแน่วแน่ รวบรวมสมาธิทั้งหมดไว้ที่นั่น
สิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรก คือใบหน้าของผู้หญิงบนกลีบดอกไม้เหล่านั้น
แต่เสี้ยวพริบตาเมื่อครู่ ความเร็วในการดูดซับของเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งผ่านจากกลีบดอกไม้ของตนเอง ก็สัมผัสได้ว่าในทิศทางนั้น มีผู้ร่วมแบ่งปันปรากฏขึ้น
เพราะก่อนขั้นสืบมรดดกขั้นนี้ ท่านอาจารย์ของเขาได้บอกไว้แล้วว่า ครั้งนี้… การสืบมรดกของแดนตะวันตก แม้จะติดขัดด้วยกฎของเมืองเซียน ไม่อาจกำหนดชี้เฉพาะให้เป็นเขาได้โดยตรง แต่ก็สามารถเพิ่มเงื่อนไขเฉพาะบางอย่างได้
นั่นคือเงื่อนไขสามข้อที่สร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
มีเพียงผู้ที่ตรงตามเงื่อนไขสามข้อนี้เท่านั้น จึงจะสามารถมองเห็นบุปผากัดกร่อนวิถีได้!
และตามทฤษฎีแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนที่ตรงตามเงื่อนไขสามสามข้อนี้อย่างสมบูรณ์เหมือนกับเขาเป็นคนที่สอง
“เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร!”
การปรากฏตัวขึ้นของผู้ร่วมแบ่งปัน ทำให้จิตใจของหลี่เมิ่งถู่ตึงเครียดขึ้นในทันทีที่ ดวงตาของเขาก็เกิดจิตสังหารขึ้น
มรดกของบุปผากัดกร่อนวิถีนี้ เขาจะต้องคว้ามันมาให้ได้อย่างแน่นอน ไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเด็ดขาด
เพราะเขารู้เป็นอย่างดีว่าการสืบมรกที่ท่านอาจารย์มอบให้เขาโดยเฉพาะนี้ ล้ำค่าและทรงพลังเพียงใด
ดอกไม้นี้ เดิมชื่อว่ากัดกร่อนวิถี เมื่อบรรลุก็จะกลายเป็นพลังวิเศษ อานุภาพของมันน่าตื่นตะลึง สามารถกัดกร่อนอำนาจรอยเต๋าของผู้อื่นได้ เป็นพลังระดับสูงประเภทหนึ่งของพิษ
หากเป็นเพียงเท่านี้ ก็ยังพอรับได้ แม้จะไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่ถึงกับหายาก
อย่างไรเสียก็แค่เป็นการกัดกร่อนรอยเต๋าเท่านั้น มีวิธีการมากมายที่จะต่อต้านได้
แต่…เมื่อเพิ่มกฎแห่งธรรมนูญเข้าไป ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว
หากเปรียบพลังรากฐานเป็นกฎระเบียบท้องถิ่นแล้ว เช่นนั้นอำนาจก็คือกฎแห่งหกกรม ส่วนกฎแห่งธรรมนูญ…อยู่เหนือทุกสิ่งราวกับราชโองการ!
ดอกบุปผากัดกร่อนวิถีดอกนี้ แฝงไว้ซึ่งเศษเสี้ยวของกฎแห่งธรรมนูญ!
วิธีการแสดงออกของมันจะไม่ใช่การกัดกร่อนอำนาจรอยเต๋าอีกต่อไป หากแต่เป็น…การเฉือนวิถี!
เป็นการเฉือนอำนาจ เฉือนรอยเต๋าของคู่ต่อสู้ไปโดยถาวร อีกทั้งมีกฎแห่งธรรมนูญอยู่ ก็ไม่อาจพลิกย้อนสถานการณ์กลับมาได้!
เว้นเสียแต่ว่าคู่ต่อสู้ก็มีวิชาเทวะแห่งกฎสวรรค์เช่นกัน มิฉะนั้น…ไม่อาจต่อกรได้!
สิ่งล้ำค่าเช่นนี้ หลี่เมิ่งถู่ย่อมร้อนใจ แต่ในตอนนี้เป็นช่วงของการสัมผัสรับรู้ เขาไไม่อาจเสียสมาธิได้ ดังนั้นจึงถ่ายทอดเสียงแจ้งอาจารย์ในทันที
……
แดนตะวันตก สำนักเซียนมรรคา
ในนั้นมีพื้นที่แถบหนึ่งที่เต็มไปด้วยไร่นาอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ปลูกพืชพันธุ์นับไม่ถ้วน แต่ละต้นล้วนเป็นต้นไม้ที่แปลกประหลาดอัศจรรย์ล้ำค่าทั้งนั้น
ไม่ว่าต้นใดหากเอาไปยังโลกภายนอกก็ล้วนจะก่อให้เกิดการแก่งแย่งช่วงชิงทั้งนั้น
ขณะเดียวกันนี้ ราชาพิษในชุดชาวนา กำลังใช้วารีเซียนเก้าชั้นฟ้าที่ล้ำค่าเป็นอย่างยิ่งรดน้ำให้กับดอกไม้สองต้นอยู่
สีหน้าของเขาจริงจังอย่างมาก ไม่สนใจการถ่ายทอดเสียงจากภายนอกใดๆ ทั้งสิ้น
ส่วนดอกไม้สองต้นที่เขาจ้องมองมันอยู่นั้น อยู่ใกล้กันมาก อีกทั้งยังมีสติปัญญา ต่างกำลังแย่งชิงสารอาหารจากพื้นดินและวารีเซียนที่รดลงมา
“น่าสนใจ…”
“พวกเจ้า ใครจะเป็นผลกรรมเวรของข้ากัน”
เสียงแหบพร่าของราชาพิษพึมพำกับตนเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา