เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 1124

บทที่ 1124 ไม่เกี่ยวกับบุญคุณความแค้น มีแค่ความเป็นตายเท่านั้น

………………..

หลายวันผ่านไป

บนท้องฟ้าเหนือแดนตะวันตก สวี่ชิงกลายเป็นเสี้ยวเงา เคลื่อนตัวไปข้างหน้า

ตำแหน่งเขาตอนนี้ยังห่างจากธารโลหิตเทพเจ้า ต้องผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณอีกครั้ง ส่วนค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณซึ่งใกล้ที่สุด…

‘ด้วยความเร็วข้าตอนนี้ อย่างเร็วก็อีกสองวัน!’

สวี่ชิงพึมพำในใจ เก็บกลิ่นอายทั้งหมด รวมถึงซ่อนรอยกลีบบุปผาตรงหว่างคิ้ว ขณะเดียวกันยังสำแดงเคล็ดวิชาลับ ห้อตะบึงไปทางค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณ

เวลาผ่านไปทีละน้อย

ความรู้สึกอันตรายยิ่งเด่นชัด

วิกฤติเป็นตายยากควบคุมเช่นนี้ ทำให้สวี่ชิงยิ่งมั่นใจในการวิเคราะห์ของตนก่อนหน้านี้

ด้วยเป็นถึงศิษย์เซียนชั้นล่าง ในฐานะดาวกลับไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการหยั่งรู้ นี่คือเรื่องไม่สมเหตุสมผล

ดังนั้นสวี่ชิงจึงตัดสินว่าผู้หยั่งรู้เหมือนตนคนนั้น มีโอกาสว่าเป็นดาวเพียงหนึ่งเดียวแห่งแดนตะวันตก หลี่เมิ่งถู่

‘ในข้อมูลอีกฝ่าย แม้อธิบายว่ามีพลังต่อสู้ระดับเจ้าเหนือหัวช่วงกลาง แต่ด้านหนึ่งอาจเพราะข้อมูลบนแผนที่ล้าหลัง อีกด้านคือเป็นไปได้ว่าปกปิดพลังต่อสู้’

ในใจสวี่ชิงวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว เคลื่อนผ่านม่านฟ้าโดยความเร็วไม่ถดถอย

หลังจากนั้นอีกวันกว่า

แสงเหนือบนม่านนภากลับเป็นปกตินานแล้ว แสงแดงชาดราวสายน้ำไหล ทอดยาวไร้สิ้นสุด ใต้แสงเหนือสวี่ชิงที่กำลังมุ่งหน้าท่าทางจริงจัง หันกลับมามองสถานที่ห่างไกลทันที

แม้ว่าป้ายนครกึ่งเซียนของเขาถูกเก็บซ่อน แต่ทำให้ผู้ครองป้ายรัศมีต่ำกว่าเขาสัมผัสไม่ได้เท่านั้น ไม่อาจปิดบังผู้ครองป้ายที่มีรัศมีมากกว่าเขา

ตอนนี้การสืบสัมผัสจากป้ายของเขา รัศมีสิบล้านลี้มีดวงแสงเจิดจรัสหนึ่งปรากฏฉับพลัน

ความเร็วของดวงแสงชวนตะลึง ชั่วอึดใจก่อนห่างจากเขาสิบล้านลี้ พริบตาต่อมากลับย่นระยะทางกว่าครึ่ง

เพียงพริบตาขอบฟ้าที่สวี่ชิงเห็นพลันมีอสนีบาตไร้สิ้นสุด สายฟ้าฟาดนับไม่ถ้วน จำนวนมากนับล้าน ปะทุอยู่ตรงนั้น สะบั้นแหวกผ่านสรรพสิ่ง

ฟ้าแลบฟ้าคำราม อสรพิษเงินร่ายรำทันที

ชั่วพริบตาก็เคลื่อนกวาดม่านฟ้า ปกคลุมทั่วทิศไว้ใต้อสนีบาต

ทำให้รัศมีสิบล้านลี้เหมือนวันสิ้นโลก ฟ้าถล่มชั่วพริบตา อสนีบาตสะเทือนปฐพี กลิ่นอายชวนประหวั่นเปี่ยมล้น

ต่อจากนั้นค่อยมีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากทะเลอสนีน่าพรั่นพรึง

คนผู้นี้สวมชุดดำ ผมดำทั้งศีรษะ ทั้งเป็นชายหนุ่ม

นัยน์ตาดั่งดวงดาว รูปงามหล่อเหลา แต่ชวนรู้สึกว่าแปลกประหลาด โดยเฉพาะแสงอสนีส่องประกายตรงนัยน์ตา ท่าทางสง่างาม

ตรงหว่างคิ้วมีกลีบบุปผาหกกลีบครึ่งหมุนวน

เป็นหลี่เมิ่งถู่นั่นเอง

ยามเดินมาราวสวมรอยตะวันจันทรา คล้ายกลายเป็นเจ้าแห่งฟ้าดินนี้

ทุกย่างก้าวทำให้สวี่ชิงสั่นสะท้านในใจ

สิ่งที่มาพร้อมกันคือความรู้สึกกดดันรุนแรง ราวพายุเคลื่อนกวาด พัดเรือนผมยาวของสวี่ชิง ชายเสื้อสะบัดโบก

ทั้งไม่เอ่ยวาจาใด ชั่วพริบตายามปรากฏตัว เมื่อเห็นสวี่ชิงแล้ว หลี่เมิ่งถู่ระเบิดอานุภาพสะท้านฟ้าสะเทือนดินทันที

อานุภาพนี้คือการแสดงออกของรอยวิถี ทั้งเป็นกลิ่นอายของอำนาจ

เหนือกว่าอำนาจเจ้าเหนือหัวที่สวี่ชิงเคยเจอก่อนหน้านี้ ถ้าเทียบว่าพลังอำนาจคนอื่นเป็นแสงดาว อานุภาพบนตัวหลี่เมิ่งถู่ก็คือแสงจันทร์กระจ่าง

ตอนนี้เมื่อระเบิดออกมา ตรงหน้าหลี่เมิ่งถู่เกิดรอยประทับมหึมา

ประทับนี้แผ่กลิ่นอายความตายเข้มข้นถึงขีดสุด

ยามก่อตัวคำเย็นชาหนึ่งดังออกมาจากปากหลี่เมิ่งถู่

“ตาย!”

เมื่อเอ่ยคำนี้ ลมเมฆหอบม้วน ฟ้าดินเปลี่ยนสี ตอนนี้ทั่วแดนเผยปราณมรณะชวนสะพรึง มายาภูตผีปีศาจคล้ายสิ่งชั่วร้ายบนยมโลก

เสียงกรีดร้องยิ่งโหยหวน

ความรู้สึกถึงความตายชวนประหวั่นและยากต้านทานถาโถมใส่สวี่ชิงชั่วพริบตา

คล้ายโดนเพ่งเล็งจากสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่อาจต้านทาน ไม่อาจหลบเลี่ยง

คล้ายตัวอักษรกับอำนาจนี้คือสิ่งแน่นอน กลายเป็นกฎเกณฑ์ วิถีสวรรค์ สรรพสิ่ง

นี่คือหนึ่งในสี่อำนาจใหญ่ของหลี่เมิ่งถู่

คำสาปมรณะ!

เมื่อลงมือก็ใช้อำนาจและไพ่ตาย!

เห็นชัดว่าจิตสังหารและความเด็ดเดี่ยวของหลี่เมิ่งถู่เป็นเช่นนี้ สาเหตุหลักเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาใช้อำนาจอีกอย่าง สำแดงวิชาผ่านบัญชา สืบรู้ข้อมูลของสวี่ชิง

ทราบว่าศัตรูที่ตัวเองต้องเผชิญหน้าดูถูกไม่ได้แม้แต่น้อย

ดังนั้นลงมือแล้วก็ต้องชิงปลิดชีพในคราเดียว ไม่ให้อีกฝ่ายสบโอกาสสำแดงวิชา!

แม้ว่าไม่เห็นกลีบดอกตรงหว่างคิ้วสวี่ชิง ไม่ได้ยืนยันว่าคนตรงหน้าคือคนที่ตัวเองตามหาหรือไม่ แต่ตามข้อมูลอีกฝ่าย เขาทราบว่ามีโอกาสปกปิดรอยประทับ

ดังนั้นตลอดทางมานี้ ขอเพียงเป็นผู้ครองป้ายในรัศมี เมื่อเจอเขาย่อมใช้ไพ่ตาย

หากตายแล้วก็ช่าง

เมื่อโดนสังหาร มรดกย่อมกลับคืนมา

แต่สิ่งที่เจอตลอดทางกลับ… ถ้ามีคนต้านไพ่ตายของตนได้ ถ้าอย่างนั้นอีกฝ่าย… ก็มีโอกาสเป็นคนที่ตนตามหา!

ยอมฆ่าผิด ไม่ละเว้น

ตอนนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

สวี่ชิงหน้าเปลี่ยนสียกใหญ่ ใจสะท้านชั่วพริบตา ภายใต้อำนาจซึ่งไม่อาจหลบหลีกต้านทาน ร่างกายเขาอ่อนแรงทันที เห็นชัดด้วยตาเปล่า ชีวิตกำลังดับมอด กลิ่นอายกำลังหายไป

นัยน์ตาเขาวาววาบ ไม่หลบหลีก แต่ยกมือขวาทำมุทรากลางอก ปากกล่าวเสียงแผ่วเบา

“บุปผากลางคันฉ่อง!”

เมื่อเอ่ยสามคำนี้ ภาพประหลาดพลันมาเยือน

คันฉ่องสีดำมหึมามากมายปรากฏรอบตัวเขา ปกคลุมทั้งตัวเขาไว้

คันฉ่องพวกนี้เหมือนเก่าแก่ยิ่ง แต่ละบานแผ่กลิ่นอายน่ากลัว อบอวลคำสาปชวนตะลึง คล้ายหล่อหลอมจากแดนเล็ก ราวรวมตัวจากวิชาเวทของหลี่เมิ่งถู่

ตอนนี้หลังจากห้อมล้อมตัวเขา คันฉ่องสะท้อนเงาร่างสวี่ชิงชั่วพริบตา

ดาบพิฆาตเทพเหมือนฟาดฟันหลี่เมิ่งถู่ ทว่า… ในใจสวี่ชิงกลับดิ่งลึก

วิกฤติเป็นตายเด่นชัดในใจ

ช่วงคับขันนัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววอำมหิต ไม่เลือกเก็บพลังแท่นประหารเทพเจ้า แต่กลับเสริมอานุภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกันมือซ้ายยังทำมุทราหวดลงเบื้องล่าง ใต้ฝ่าเท้าเกิดเกลียวคลื่นแผ่ทั่วทิศทันที

ฟ้าดินเหมือนบ่อน้ำ

พริบตาต่อมาดาบพิฆาตเทพฟาดฟันเหนือคันฉ่องรอบตัวหลี่เมิ่งถู่ แต่กลับนำอันตรายมาหาสวี่ชิง

ท่ามกลางเสียงกัมปนาท วิชาช้อนจันทราในบ่อน้ำปรากฏพร้อมกัน

สิ่งที่ช้อนคือหลี่เมิ่งถู่กับสวี่ชิง

ช้อนวิญญาณฝ่ายแรกออกจากคันฉ่อง ได้รับบาดเจ็บจากคบดาบ

ช้อนตัวเองหลบดาบพิฆาตเทพ หนีออกนอกบ่อน้ำ!

เพียงพริบตาฟ้าถล่มดินทลาย ห้วงมิติล่มสลาย ทะเลอสนีตวัดม้วน

คันฉ่องนอกตัวหลี่เมิ่งถู่ยังอยู่ แต่วิญญาณกลับลอยอยู่ข้างนอก เมื่อดาบพิฆาตเทพฟาดฟัน ทำให้วิญญาณเขาส่งเสียงร้องโหยหวน หาทางป้องกันตัวเอง

แม้ว่าไม่โดนสังหาร แต่วิญญาณเขาม้วนตลบจนบาดเจ็บ

สวี่ชิงตัวสั่นสะท้าน ดาบพิฆาตเทพกวาดผ่านบ่อ ส่งผลกระทบกับตนเช่นกัน

ตอนนี้เลือดแดงสดสาดกระเซ็น ถอยห่างออกมา สีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองหลี่เมิ่งถู่

ศึกนี้เพิ่งเริ่มต้นก็ดุเดือดเช่นนี้

เรื่องนี้ทำให้ปณิธานต่อสู้ของสวี่ชิงพลุ่งพล่าน ไม่ปิดบังกลีบบุปผากลางหว่างคิ้วอีก เงื้อมือวาดผ่าน กลีบบุปผาห้ากลีบครึ่งตรงหว่างคิ้วปรากฏฉับพลัน

ตอนนี้วิญญาณหลี่เมิ่งถู่กลับร่างแล้ว เขาเซถอยหลังเช่นกัน มุมปากหลั่งเลือดแดงสดต่อเนื่อง คันฉ่องล้อมรอบตัวไม่สะท้อนภาพสวี่ชิงอีก แต่เป็นเงาร่างของหลี่เมิ่งถู่

ต่อมาเงาร่างพวกนี้ล้วนเงยหน้าเหมือนร่างต้น นัยน์ตาเผยจิตสังหาร มองสวี่ชิงด้วยสีหน้าเยียบเย็น

ทั้งจ้องกลีบบุปผาตรงหว่างคิ้วสวี่ชิงเป็นการเฉพาะ

“เจ้ามีคุณสมบัติชิงเต๋ากับข้า!”

“แต่การช่วงชิงมหามรรคาไม่เกี่ยวกับบุญคุณความแค้น วันนี้ถ้าข้าฆ่าเจ้า เจ้าย่อมไม่อาฆาตพยาบาท หากเจ้าฆ่าข้า ข้าย่อมไม่เคียดแค้น”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา