เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 322

บทที่ 322 หุบเขาจันทร์ลับนภา

ท้องฟ้าสดใสไร้ชั้นเมฆ

แสงอรุณสาดทอมายังโลกอย่างเต็มที่ ส่องสว่างในเมืองหลักของพันธมิตรแปดสำนัก

ท้องฟ้าเกิดระลอกคลื่นเป็นระลอกๆ จากเสียงคำรามก้องฟ้า กิ้งก่ายักษ์กินเนื้อบรรพกาลตัวหนึ่ง ปีกมหึมาของมันสร้างกระแสลมคลุ้มคลั่ง ทะยานไปนอกสำนักเจ็ดเนตรโลหิต

กิ้งก่ายักษ์กินเนื้อบรรพกาลแรกเริ่มมีขนาดเพียงร้อยจั้ง แต่เสี้ยวพริบตาที่อยู่บนท้องฟ้า จากการที่มันแค่สะบัดร่างก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า

จนเมื่อมันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเกินพันจั้ง เผยให้เห็นร่างมหึมาหกพันกว่าจั้งออกมา

ในขณะที่ดูครั่นคร้ามน่าหวาดเกรง ปีกที่กางออกของมันยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนบดบังท้องฟ้าอำพรางตะวันได้

กลิ่นอายน่าครั่นคร้ามแผ่ออกมาจากร่างของมัน ทำให้ลมเมฆเปลี่ยนสี เกิดลมพายุขึ้น

มองไกลๆ บนหลังของกิ้งก่ายักษ์กินเนื้อบรรพกาลสีดำตัวนี้มีสิ่งก่อสร้างมากมาย

ในขณะที่เต็มไปด้วยหออาคารมากมาย ก็มีเงาร่างจำนวนมากอยู่ในนั้น

สวี่ชิงก็อยู่ในนั้นด้วย

กิ้งก่ายักษ์กินเนื้อบรรพกาลตัวนี้เป็นหนึ่งในเรือศึกบรรพกาลทั้งสามลำของนายท่านเจ็ด

ส่วนคนที่อยู่ข้างบนเหล่านั้นล้วนเป็นลูกศิษย์สำนักเจ็ดเนตรโลหิตที่เข้าร่วมภารกิจสังหารครั้งนี้

ในบรรดาพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมเพราะมิตรภาพไปเสียทุกคน ในนั้นมีจำนวนไม่น้อยที่มาเพราะรางวัลอันมหาศาล

แต่นี่ก็คือกฎของสำนักเจ็ดเนตรโลหิต มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ในโลกาวินาศ ข้อดีในนั้นมีมากกว่า

ตอนนี้ที่หอสูงที่สุดข้างหน้าสวี่ชิงมีเงาร่างสองร่าง

คือนายท่านเจ็ดและเสี่ยเลี่ยนจื่อนั่นเอง

ทั้งสองคนยืนท่ามกลางสายลม เสื้อผ้าสะบัดปลิว ในดวงตามีแววเหี้ยมโหด จิตสังหารที่ลุกโชนแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวยะเยือกเป็นระลอกๆ

การโจมตีครั้งนี้ พวกเขาสองคนนำสำนักเจ็ดเนตรโลหิตออกมาด้วยตัวเอง

หลังจากเป็นกิ้งก่ายักษ์กินเนื้อบรรพกาล ป้อมปราการสงครามที่เปลี่ยนมาจากขุนเขายอดเขาลำดับหกท่ามกลางครืนครันเลื่อนลั่นจากแผ่นดิน ก็ค่อยๆ ลอยขึ้นฟ้า

ยอดเขามหึมาแผ่พลังกดดันหนักหน่วง ทำให้ทุกคนที่เห็นสัมผัสได้ถึงอำนาจน่าเกรงขามของมัน

ลูกศิษย์ยอดเขาหกในนั้น ไม่ว่าจะมาเข้าร่วมด้วยมิตรภาพที่มีต่อนายท่านหก หรือผลประโยชน์ ต่างออกมาร่วมกันทั้งนั้น

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ สำนักที่ออกมายังมีสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้า สำนักโลกันต์ทมิฬและสำนักล่าสิ่งประหลาด

สี่สำนักออกเคลื่อนไหว บรรพจารย์ของแต่ละสำนักล้วนอยู่ในนั้นด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคือของวิเศษเวทต้องห้ามแห่งพันธมิตรแปดสำนักล้วนกระตุ้นขึ้นพร้อมกัน เตรียมพร้อมโจมตี

ขณะที่ระลอกคลื่นพลังของวิเศษเวทต้องห้ามแผ่ระลอกเป็นวงๆ ก็มีกระบี่สัมฤทธิ์โบราณใหญ่มหึมาเก้าเล่มบินมาจากในสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้า บรรพจารย์หลิงอวิ๋นและเจ้าสำนักก็อยู่ในนั้นเช่นกัน จิตสังหารคุกรุ่น

ทางสำนักล่าสิ่งประหลาดก็มีดวงตาสิ่งประหลาดมหึมาขนาดถึงเจ็ดแปดพันจั้งดวงหนึ่ง ปรากฏบนท้องฟ้าอย่างเหี้ยมเกรียม ในดวงตาข้างนั้นแฝงด้วยฟ้าดิน จะเห็นเงาร่างผู้บำเพ็ญสำนักล่าสิ่งประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนในนั้น

ทางสำนักโลกันต์ทมิฬยิ่งทรงอำนาจเกรียงไกรยิ่งกว่า ตั้งป้ายหลุมศพน่าพรั่นพรึงป้ายหนึ่งขึ้นมา

บนป้ายหลุมศพป้ายนี้มีรอยอักขระสีเลือด เมื่อปรากฏขึ้นก็แผ่ความรู้สึกกาลเวลาที่ผันเปลี่ยนและเนิ่นนานมหาศาลออกมา จอมเซียนจื่อเสวียนยืนอยู่บนป้ายหลุมศพ ข้างหลังเป็นลูกศิษย์สำนักโลกันต์ทมิฬจำนวนมาก

หลังจากสี่สำนักทยอยปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า จากท้องฟ้าที่โหมซัด ใบหน้ามหึมาของประธานพันธมิตรก็บดบังท้องฟ้า ในดวงตาของเขาฉายความล้ำลึก มองไปที่ไกล

“จากการสืบในบรรดาฐานที่มั่นลับมากมายของเทียนประทีปในมณฑลรับเสด็จราชัน มีสี่แห่งที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของจริง วันนี้พันธมิตรจะทำการโจมตี แต่ละสำนักแยกย้ายกันไปคนละแห่ง สังหารผู้บำเพ็ญกลุ่มอำนาจเทียนประทีป แก้แค้นให้กับพี่น้องพันธมิตรของเรา!

“ของวิเศษเวทต้องห้ามของพันธมิตรกระตุ้นทั้งหมด โจมตีได้ทุกเมื่อ

“อีกทั้งศึกนี้ก็ได้แจ้งโถงครองกระบี่แล้ว โถงครองกระบี่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จะมาจับตามองสนามศึกทั้งหมด หากวันนั้นนายแห่งนกเขาราตรีปรากฏตัวก็จะไม่ปล่อยให้เขารอดไปได้!

“อีกทั้งแสงในกล่องใบนั้น โถงครองกระบี่ก็มีวิธีต้านทานในระดับหนึ่ง

จากคำของประธานพันธมิตร ฟ้าดินส่งเสียงเลื่อนลั่น ทั้งสี่สำนักต่างพุ่งออกไป ในฟ้าดินมีค่ายกลส่งข้ามปรากฏขึ้น ส่งข้ามไปยังที่ต่างๆ ทำการโจมตีสถานที่ทั้งสี่นี้พร้อมกัน

สถานที่ที่สำนักเจ็ดเนตรโลหิตเลือก เป็นสถานที่ที่พบร่องรอยของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง เรื่องนี้เสี่ยเลี่ยนจื่อใช้ฐานะที่เป็นสภาอาวุโสกดดันสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้า รับสถานที่นี้เอาไว้เอง

การตายของนายท่านหก แม้ตัวการหลักจะเป็นกลุ่มเทียนประทีปกับนายของพวกมัน แต่พ่อลูกเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องก็มีส่วนช่วย ด้วยเหตุนี้ ฆ่าพวกเขาสองคนเป็นสิ่งที่สำนักเจ็ดเนตรโลหิตตั้งมั่นว่าต้องทำให้สำเร็จให้ได้

และร่องรอยของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องอยู่ที่…สำนักนำบารมี

นับจากที่สำนักนำบารมีถูกพันธมิตรทำลายเขื่อนไปแล้ว เนื่องจากพันธมิตรกับสำนักเซียนล้ำบารมีมีการแลกเปลี่ยนที่คนภายนอกไม่รู้ ดังนั้นสำนักเซียนล้ำบารมีจึงไม่ได้ก่อสงครามขึ้นเพราะเหตุนี้ และในขณะที่ยอมรับเรื่องนี้ไปเงียบๆ ทั้งสองฝ่ายก็ทำเรื่องใหญ่เรื่องนี้ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก

สำนักที่เสียสละมากที่สุดคือสำนักนำบารมี และทำได้เพียงกลืนผลภายหลังอันทุกข์ระทมลงไป เลือกที่จะสร้างสำนักใหม่ในที่ใหม่

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร สำนักนำบารมีก็นับได้ว่าเป็นสายแยกของสำนักเซียนล้ำบารมี ดังนั้นเพื่อเป็นการปลอบขวัญสำนักเซียนนำบารมี จึงเพิ่มจำนวนของสิทธิ์รายชื่อการยกระดับให้

นี่ทำให้จำนวนลูกศิษย์ของสำนักเซียนนำบารมีที่สามารถยกระดับไปยังสำนักเซียนล้ำบารมีของทุกปีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ต้องรู้ว่าสำนักเซียนล้ำบารมีไม่เหมือนกับสำนักอื่นๆ พวกเขาแทบจะไม่รับลูกศิษย์ภายนอก ส่วนมากล้วนดูที่วาสนา อย่างเช่นหลี่จื่อเหมย ก็ได้เป็นศิษย์เพราะวาสนาชักนำ

ดังนั้นแหล่งที่มาของลูกศิษย์ที่มากที่สุดของพวกเขาความจริงแล้วคือสิทธิ์รายชื่อในการยกระดับของสำนักสายแยกหลายร้อยสำนักข้างล่าง แบ่งสัดส่วนไปตามพลังของแต่ละสำนัก

ที่ผ่านมา ทุกปีสำนักเซียนนำบารมีจะมีสิทธิ์รายชื่อเพียงสี่สิทธิ์เท่านั้น ตอนนี้สิทธิ์รายชื่อเพิ่มไปถึงแปดสิทธิ์

ในเสี้ยวพริบตาที่แผ่ออกมา รูปโฉมของพวกเขาก็ได้รับผลกระทบ รูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมดถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงท่ามกลางสีหน้าที่เปลี่ยนไป

ในนี้มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นลูกศิษย์ทั่วไปของสำนักนำบารมี แต่…ในบรรดาผู้บำเพ็ญระดับแก่นลมปราณกลับมีถึงเจ็ดแปดคนรวมอยู่ในนั้น ที่เกินสมควรมากกว่านั้นคือ ผู้อาวุโสใหญ่ระดับปราณก่อกำเนิดของสำนัก รูปลักษณ์ภายนอกก็เปลี่ยนไป กลายเป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย

ภาพนี้ทำให้ทุกคนในสำนักนำบารมีต่างหน้าเปลี่ยนสี

เจ้าสำนักของพวกเขายิ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด

เรื่องในวันนี้ คนอื่นประหลาดใจ แต่ความจริงแล้ว เขาไม่ประหลาดใจเลย

เพราะเขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสำนักเซียนล้ำบารมี เป็นคนที่ไม่มีทางเป็นคนทรยศที่สุด ดังนั้นก่อนหน้าเหตุการณ์นี้เขาก็ได้รับคำเตือนจากสำนักเซียนล้ำบารมีเรื่องที่ในสำนักนำบารมีมีผู้บำเพ็ญกลุ่มอำนาจเทียนประทีปแฝงตัวเข้ามาจำนวนมหาศาล

ตอนนี้ เห็นทุกอย่างที่ปรากฏขึ้น สีหน้าของเจ้าสำนักนำบารมีย่ำแย่ รีบถ่ายทอดคำสั่งออกไปทันที

“ลูกศิษย์ทุกคน สังหารผู้บำเพ็ญที่ร่างแผ่ไอดำ คนพวกนี้เป็นผู้บำเพ็ญนอกรีตกลุ่มอำนาจเทียนประทีป!”

“ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าลงมือ!” แทบจะในเสี้ยวขณะที่เจ้าสำนักนำบารมีเอ่ย เสียงเหี้ยมเกรียมของเสี่ยเลี่ยนจื่อก็สะท้อนก้อง เขาเพียงสะบัดชายเสื้อ พลังของวิเศษเวทต้องห้ามสำนักเจ็ดเนตรโลหิตก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ผนึกรอบๆ

เสี้ยวขณะต่อมา จากคำสั่งของนายท่านเจ็ด ท่ามกลางเสียงคำรามของกิ้งก่ายักษ์กินเนื้อบรรพกาล ลูกศิษย์สำนักเจ็ดเนตรโลหิตที่อยู่บนนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นสายรุ้งยาวเป็นทางๆ พุ่งตรงดิ่งไปยังสำนักนำบารมี

พวกเขาไม่ลงมือกับลูกศิษย์สำนักนำบารมีปกติเหล่านั้น ฆ่าเพียงผู้บำเพ็ญที่ร่างแผ่ไอดำออกมาเท่านั้น

ดวงตาของสวี่ชิงจับจ้องไปยังลูกศิษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งของสำนักนำบารมี

ภายใต้การส่องสะท้อนของของวิเศษเวทต้องห้ามสำนักเจ็ดเนตรโลหิต ใบหน้าของคนคนนี้ก็กลับคืนมาเป็นอย่างเดิม

ใบหน้าหล่อเหลา ระลอกพลังระดับแก่นลมปราณทั้งร่าง

เป็น…เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องนั่นเอง

เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องสีหน้าเปลี่ยนไปมหาศาล เห็นได้ชัดว่าถูกสำนักเจ็ดเนตรโลหิตหาตัวได้เร็วมาก นี่ทำให้เขาตื่นตะลึงและตกใจ

แต่พลังบำเพ็ญของเขาไม่เหมือนกับตอนที่สวี่ชิงเคยเห็นอีกต่อไป

บนร่างเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องระลอกคลื่นพลังระดับแก่นลมปราณชัดเจน วิหคทองที่เดิมอยู่ในตาขวาของเขาตอนนี้เหมือนถูกผนึก ในขณะที่หมองหม่นเปลี่ยนไป ความสามารถของมันก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน จากดูดพลังชีวิตของเขาเปลี่ยนมาถูกเจตจำนงของเขาเข้าครอบครอง เปลี่ยนมาเป็นดวงตาวิหคทองของตัวเอง

ในเสี้ยวพริบตาที่เห็นเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง ในสายตาสวี่ชิงก็ไม่มีคนอื่นอีก

จากคำบัญชาการที่สั่งลงมา จิตสังหารในดวงตาสวี่ชิงแรงกล้า ทะยานตัวออกไป พุ่งไปยังสำนักนำบารมี พุ่งตรงไปยัง…เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง

ครั้งนี้เขาจะต้องฆ่าคนคนนี้ให้ได้!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา