บทที่ 366 ใบหน้าผีบนกระดาษเงินกระดาษทอง
กลิ่นเหม็นคาวปะทะหน้า ดวงตาสวี่ชิงฉายประกายเย็นเยียบ ร่างเหินถอยหลังอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากพัวพันเสียเวลากับผีดิบชายชราตนนี้
ตอนนี้เศษชิ้นส่วนมาอยู่ในมือ เขาคิดจะจากไป
แต่ผีดิบตนนั้นไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว รังสีอำมหิตที่แผ่มาจากร่างเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าไม่ลดละเลิกรา
นี่ทำให้ประกายเย็นเยียบฉายวาบขึ้นในดวงตาสวี่ชิง สังเกตผีดิบชายชราอย่างละเอียดใกล้ชิด
อีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกว่าค่อนข้างคล้ายกับเผ่าสิงซากสมุทร แต่ข้อต่อทั่วร่างฝืด แต่ความแข็งแกร่งและการฟื้นฟูของร่างกายกลับเกินสมควรไปกว่ามาก
ขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติพิเศษคล้ายอมตะบางอย่างด้วย
‘หัวใจไม่เต้น ไม่มีเลือด ไร้สติปัญญา คล้ายอสูรร้าย แต่คล้ายผู้บำเพ็ญที่กลายพันธุ์มากกว่า อีกทั้งบนร่างยังมีร่องรอยของกาลเวลา
‘เหมือนจะไม่มีเคล็ดวิชา แต่กลิ่นอายและลมที่สร้างขึ้นแฝงด้วยพิษร้าย พิษนี้เป็นประเภทเดียวกับพิษศพ มีฤทธิ์เน่าเปื่อยเป็นหลัก
‘กายเนื้อแข็งแกร่ง กำลังรบสี่วังสวรรค์ขึ้นไป รวมกับพลังฟื้นฟูของมันและคุณสมบัติพิเศษที่เป็นอมตะ ก็มีพลังใกล้เคียงกับห้าวัง’
สวี่ชิงร่างไหววูบ หลังจากหลบการพุ่งโจมตีมาของชายชราผีดิบ ในใจก็ยิ่งวิเคราะห์อีกฝ่ายได้อย่างกระจ่างแจ้ง
‘ความเร็วของมันด้อยกว่าข้าเล็กน้อย ใช้ลูกกลอนพิษต้องห้ามฆ่ามันได้ แต่แบบนี้ค่อนข้างเสียของ
‘อย่างไรเสียพิษของมันก็ไม่เลว เล็บของมันดูแล้วก็เป็นวัตถุดิบหลอมอาวุธที่ดีมากอย่างหนึ่ง
‘หากหาต้นกำเนิดการฟื้นฟูของมันได้ก็จะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นอีก และไม่เสียทีที่ข้าต้องมาเสียเวลากับเรื่องพวกนี้’
ในยามที่สวี่ชิงวิเคราะห์ในใจ เนื่องจากชายชราผีดิบไม่สามารถโจมตีโดนสวี่ชิงได้ติดๆ ก็ฉุนเฉียวขึ้นเล็กน้อย พลันอ้าปากกว้าง พ่นมาทางสวี่ชิง
ทันใดนั้นหมอกดำก็ทะลักออกมาจากปากของมัน ปกคลุมสวี่ชิงอย่างรวดเร็ว
‘เช่นนั้นก็ทำการสะกดมันก่อน แล้วค่อยทำการช่วงชิงทีละอย่าง’ สวี่ชิงตัดสินใจ แม้ร่างจะถูกหมอกพิษห้อมล้อม แต่เสี้ยวขณะต่อมา หมอกพิษรอบๆ ก็พลันระเบิด
กลิ่นอายน่าครั่นคร้ามปะทุขึ้นในนั้น ทำให้หมอกพิษเหมือนถูกลมคลั่งหอบม้วน ในขณะที่แผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว รอยเงาทางหนึ่งก็เดินออกมาจากในหมอกพิษในเสี้ยวพริบตา
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง เหนือกว่าขีดจำกัดสูงสุดที่ตาเนื้อจะมองได้เห็น ยิ่งเหนือกว่าการรับรู้ของชายชราผีดิบ มันแค่สังเกตเห็นว่าหมอกระเบิด แต่เสี้ยวขณะต่อมา ร่างของมันก็ส่งเสียงดังบึ้ม ถูกพลังมหาศาลที่จู่ๆ ก็ปะทุขึ้นข้างหน้าโจมตี ร่างพลันหอบม้วน
ไปกระแทกเข้ากับผนังหลุมลึกไกลออกไปหลายร้อยจั้ง
ผนังหลุมสั่นสะเทือน ร่างชายชราผีดิบยุบลงไป มันกำลังจะดิ้นรน แต่เพียงพริบตาฝ่ามือสีดำข้างหนึ่งก็ซัดมาบนหน้ามัน แล้วกดอัดลงไปอย่างแรง
เสียงระเบิดลั่นดังขึ้นอีกครั้ง หัวของมันถูกกดอัดไปในผนังหลุมลึกอีกครั้ง ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
และในตอนนี้เอง เจ้าของของฝ่ามือสีดำนั่น เงาของเขาก็มาปรากฏข้างชายชราผีดิบ
นั่นเป็นเงาดำที่ดำมิดไปทั้งตัว เสื้อผ้า ผิวรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสีดำ
และตอนนี้สีดำนี้กำลังรวมที่หว่างคิ้วของร่างนี้อย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนดวงตาข้างหนึ่ง และเผยหน้าตาที่แท้จริงของเงาร่างนี้ เป็นสวี่ชิงนั่นเอง
หลังจากผสานกับเจ้าเงา สวี่ชิงจะเสียความสามารถในการใช้วิชาเวท แต่จะแลกมาซึ่งพลังฝึกกายอันยอดเยี่ยมสูงสุด กำลังรบกายเนื้อของเขาเกินวังสวรรค์สี่วัง ถึงระดับห้าวังสวรรค์สูงสุด
ชายชราผีดิบในสายตาเขาความเร็วช้าลงเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้สวี่ชิงเงื้อมือขวาถึงใบหน้าไร้อารมณ์ คว้านิ้วของชายชราผีดิบ ท่ามกลางเสียงกร๊อบ หักเล็บคมกริบสีดำเมื่อมสิบนิ้วทีละนิ้วๆ
จากนั้นก็คิดๆ นิ้วชี้ขวาจี้ไปที่คอของผีดิบ กรีดช้าๆ คล้ายว่ากำลังหา สุดท้ายก็หยุดที่หน้าอกของผีดิบ แล้วพลันทะลวงเข้าไป
แล้วควักกลุ่มหมอกสีดำที่มีขนาดเท่ากำปั้นกลุ่มหนึ่งออกมา
หมอกนี้แฝงด้วยพิษศพเข้มข้น
ทำทุกอย่างนี้เสร็จสวี่ชิงทำการค้นหาอีกครั้ง คิดจะหาต้นกำเนิดพลังฟื้นฟูของผีดิบตัวนี้
แต่ในตอนนี้เอง หลังจากที่สูญเสียกลุ่มหมอกสีดำไป ผีดิบที่ร่างสั่นเทิ้มตัวนี้ก็พลันหยุดชะงัก เน่าเปื่อยไปในทันที กลายเป็นเลือดสีดำ ไหลลงมาตามผนังหลุมลึกที่ยุบลงไป
สวี่ชิงเห็นภาพนี้ เนตรเงาที่หว่างคิ้วแผ่ออก สุดท้ายก็ปกคลุมมาทั่วร่างสวี่ชิง หลังจากที่ปกคลุมใหม่อีกครั้งก็แปรเปลี่ยนเป็นโลงศพ ร่างของสวี่ชิงเดินออกมาจากในนั้น
‘เช่นนี้แล้วสิ่งที่แฝงอยู่ในหมอกกลุ่มนี้ไม่ได้มีแค่พิษอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีพลังอัศจรรย์ที่หนุนนำผีดิบตัวนี้ด้วย’ สวี่ชิงคล้ายครุ่นคิด เก็บเล็บและกลุ่มหมอกสีดำลงไป ร่างเพียงไหววูบก็เคลื่อนไปข้างหน้าลงลึกต่อไป
รอบๆ มืดลงเรื่อยๆ กลิ่นคาวคลุ้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกเย็นยะเยือกยิ่งรุนแรงขึ้น เทียบกับความเงียบสงบแล้ว มีเพียงเสียงร้องงิ้วแว่วๆ ข้างล่างที่ยังคงวนเวียน
แฝงความเศร้าโศกแฝงด้วยความสิ้นหวัง แฝงความพร่ำเพ้อ และแฝงความน่าเวทนา
เสียงนี้โจมตีทั่วทั้งร่างสวี่ชิงอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขายิ่งรู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังไม่สามารถสะกัดกั้นเสียงนี้ไว้ข้างนอกได้
ตอนนี้ร่างของเขาลอยต่ำลงบนผนังที่ยื่นออกมาแห่งหนึ่ง ก้มมองลงไปในความมืดมิดข้างล่าง
“ที่นี่ลึกเท่าไรกัน” สวี่ชิงพึมพำในใจ ลงลึกต่อไป จนหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ร่างของเขาก็พลันหยุดชะงัก รูม่านตาหดเล็ก มองไปข้างล่าง
ที่หลายสิบจั้งข้างล่าง สวี่ชิงเห็นศพลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ใช่แค่ศพเดียว แต่เป็นหลายสิบศพ
“กินข้า กินข้า กินข้า…”
เสียงเซ็งแซ่ดังสะท้อนไม่หยุด เหมือนหนามแหลมไร้รูปร่างแต่ละอันแทงเข้ามาในจิตใจสวี่ชิง
ในดวงตาสวี่ชิงเกิดประกายเย็นเยียบ กำลังจะลงมือ แต่เสี้ยวขณะต่อมา ใบหน้าของเขาก็พลันเคร่งเครียด ร่างพลันถอยไปข้างหลัง
แทบจะในพริบตาเดียวกับที่เขาถอยหลัง ผนังหลุมลึกด้านหนึ่งก็พลันรางเลือน ตะขาบยักษ์ตัวใหญ่ถึงสิบจั้งตัวหนึ่งพุ่งออกมาจากในผนังหลุมลึก เป้าหมายไม่ใช่สวี่ชิง แต่เป็น…จักจั่นกระดาษที่ส่งเสียงแปลกประหลาดตัวนั้น
ตะขาบตัวนี้ก็โหดเหี้ยมเช่นกัน ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งออกมา ตัวกึ่งโปร่งแสง คล้ายเป็นภาพมายา
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง เพียงพริบตา ตะขาบยักษ์ตัวนี้ก็อ้าปากกัดจักจั่นกระดาษเอาไว้ แล้วพุ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของผนังหลุมลึกทันที ขดตัวอยู่ตรงนั้น ฉีกทึ้งเต็มกำลัง กลืนมันลงไป
จะเห็นได้ว่าที่หลังของตะขาบตัวนี้มีเงาร่างหนึ่งนั่งอยู่ นี่เป็นผู้หญิงคนนั้น กายท่อนล่างของนางผสานไปในเนื้อตะขาบ คล้ายว่าเชื่อมอยู่ด้วยกัน
กายท่อนบนที่เผยออกมาไม่ได้สวมเสื้อผ้า ผมยาวดำขลับบดบังร่างกาย
ตอนนี้ในมือของนางถือหวีอันหนึ่งเอาไว้ หวีผมไปด้วยเรอออกมาด้วย พ่นกระดาษเงินกระดาษทองที่ยังไม่ย่อยออกมาแผ่นหนึ่ง มองไปทางสวี่ชิง ชูกระดาษเงินกระดาษทอง ยิ้มออกมา
“อร่อยมากเลยนะ เจ้าไม่กินหรือ”
สวี่ชิงระแวงระวัง ภาพนี้แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง เขารู้สึกเลาๆ ว่าอีกฝ่ายเหมือนไม่ได้พูดกับตน แต่มองไปข้างหลังของเขา
ข้างหลังของเขาตอนนี้มีโลงศพสีดำโลงหนึ่งลอยขึ้นมา แผ่กลิ่นอายอัปมงคลออกมาเป็นระลอกๆ
นั่นเป็นเจ้าเงาที่ถูกกระตุ้น ปรากฏตัวออกมาเอง ดวงตามากมายที่ปรากฏอยู่บนนั้น จ้องกระดาษเงินกระดาษทองในมือของหญิงสาวเขม็ง กะพริบตาไม่หยุด
“กะพริบตาหมายความว่าอย่างไร เจ้ามองนี่อยู่หรือ” หญิงสาวบนตัวตะขาบก้มมองไปที่กระดาษเงินกระดาษทองในมือ
แต่ตอนนี้เอง เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันขึ้น กระดาษเงินกระดาษทองในมือของหญิงสาวก็พลันมีหน้าผีดวงหนึ่งปรากฏขึ้น หัวเราะฮี่ๆ ให้นาง
“เจ้ากินอิ่มแล้วหรือยัง”
เสี้ยวขณะต่อมาตะขาบที่ผู้หญิงคนนี้อยู่ก็สั่นสะท้านทั้งร่างจากเสียงที่ดังออกมา กระดาษเงินกระดาษทองมากมายนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า กระดาษเงินกระดาษทองพวกนี้แผ่ลามไปทั่วตัวตะขาบตัวนี้ ทำให้มันสูญเสียสภาวะกึ่งโปร่งแสงไปในทันที กลายเป็นตะขาบกระดาษ
กระดาษเงินกระดาษทองทั้งหมดบนตัวมัน ตอนนี้มีหน้าผีปรากฏขึ้น ส่งเสียงหัวเราะต่อเนื่อง ส่งเสียงพูดประโยคเดียวกันออกมา
“เจ้ากินอิ่มแล้วหรือยัง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา