เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 963

บทที่ 963 รัชทายาทรัฐม่วงครามและสวี่ชิง (1)

ตอนนี้เวลานี้ ในเมืองหลวง ณ จวนของหนิงเหยียน ในเรือนพักอาศัยที่สร้างเพื่อจื่อเสวียนโดยเฉพาะ

จื่อเสวียนกำลังดิ้นรน

นางขัดสมาธินั่งอยู่ตรงนั้น บนพื้นรอบๆ มีตราประทับซับซ้อนลอยอยู่ สร้างเป็นตราผนึก พันธนาการร่างของนางเอาไว้

ตราประทับนั่นประกอบขึ้นมาจากไหมวิญญาณ

ไหมวิญญาณนี้เกิดขึ้นในเสี้ยวพริบตาที่จักรพรรดิมนุษย์เซ่นไหว้บรรพชนปะทุขึ้นมา ทำให้จื่อเสวียนไม่อาจออกไปได้

และในบ้านคนทั่วไปแห่งหนึ่งที่ห่างจากที่นี่ไปไม่ไกลนัก เอ้อร์หนิวก็นั่งขัดสมาธิอยู่เช่นกัน กำลังดิ้นรนเช่นกัน บนใบหน้ามีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา ในดวงตามีเส้นเลือด

รอบๆ ตัวเขามีตราผนึกเช่นกัน

ไม่ใช่ไหมวิญญาณ แต่เป็นการจัดการวางแผนของนายท่านเจ็ด

“ตาแก่ ตาแก่หนังเหนียวเคี้ยวยากตายยาก วางแผนข้าอย่างนั้นหรือ ผนึกข้าเอาไว้ที่นี่ ข้าจะกบฏอาจารย์!!”

เอ้อร์หนิวคำรามเสียงต่ำ ดิ้นรนสุดกำลัง

ส่วนโลกภายนอก ตอนนี้ลมที่มาจากปรโลก พัดผ่านเมืองหลวงเผ่ามนุษย์

ท้องฟ้าในเสี้ยวพริบตาหนึ่งเหมือนว่าขุ่นมัว การเปิดออกของประตูยมโลก สุดท้ายก็ไม่อาจเก็บซ่อนได้อีกต่อไป ปรากฏขึ้นในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์

นั่นจะอย่างไรก็เป็นการฟื้นคืนของรัฐโบราณ อีกทั้งความแปลกประหลาดของพิธีก็พูดได้ว่าสุดยอด

แต่…ไม่เหมือนกับจักรพรรดินีสำเร็จเทพ

สำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่แผ่นดินใหญ่กลืนนภา ตอนนี้ไม่มีเผ่าพันธุ์ใด และไม่มีเทพองค์ใด มุ่งหน้าไปขัดขวาง

ต่างเมินเฉยไม่รู้ไม่เห็น

เหมือนว่าที่นั่นมีสิ่งต้องห้ามอยู่

เพราะนี่เป็นการเซ่นไหว้เทพเจ้า และซ่างฮวงก็พึงพอใจ

เมืองหลวงเผ่ามนุษย์ จักรพรรดินีเงยหน้า สีหน้าในเสี้ยวขณะนี้ฉายแววซับซ้อนขึ้นมา แต่สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นความสงบนิ่ง

การแลกเปลี่ยนขององค์ท่านกับท่านนั้น ตอนนี้จบสิ้นโดยสมบูรณ์แล้ว

ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับผลลัพธ์ที่อยากได้

ในอนาคตทุกอย่างมีเผ่าพันธุ์เป็นหลัก

ส่วนเผ่ามนุษย์กับแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แตกหัก มหาจักรพรรดิแตกดับ นับจากนี้เผ่ามนุษย์แห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ จะเป็นลมฝนสาดกระหน่ำ จะผงาดขึ้นได้โดยสมบูรณ์ ล้วนอยู่บนบ่าตัวเอง แบกไว้ตลอดชั่วนิรันดร์

เหมือนกับที่ก่อนหน้านี้องค์ท่านพูดเอาไว้ กรรมเวรทุกอย่างองค์ท่านขอแบกรับเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว!

ในใจของจัรพรรดินีสงบนิ่ง ดึงสายตากลับมา มองไปทางเผ่ามนุษย์ กวาดไปยังประชาชนในเมืองหลวง สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นฮึกเหิมของพวกเขา กวาดไปยังขุนนางที่อยู่ที่นี่ สัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นอารมณ์ของพวกเขา

และมององค์ชายองค์หญิงทุกพระองค์ สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของพวกเขา

จวบจน จักรพรรดินีมองไปทางสวี่ชิง

“น้องชายชาตินี้ของท่านนั้น ผู้แบกกระบี่ที่มหาจักรพรรดิเลือก…”

ในสายตาขององค์ท่าน สวี่ชิงในตอนนี้ยืนอยู่บนกลองศึกเผ่ามนุษย์ ใบหน้ายังมองเห็นถึงความโศกเศร้าที่ยังไม่เก็บซ่อนลงไป และหลังจากที่สัมผัสได้ถึงการจ้องมาของตน อีกฝ่ายก็มองมาที่ตน

โค้งคารวะตน

จักรพรรดินีพยักหน้าเบาๆ สุดท้ายก็มองไปยังดวงตะวันกล้าที่ปลายขอบฟ้า เสียงทรงอำนาจดังกึกก้องฟ้าดิน

“ส่งราชโองการไปยังบูรพาทิศแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ แผ่นดินใหญ่ทุกหนแห่ง”

“นับจากวันนี้ ให้จัดการหาที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสมให้เผ่าข้าทุกคนในแผ่นดินใหญ่นั้นๆ เผ่ามนุษย์นอกแผ่นดินใหญ่ห้ามมิให้ตายอย่างผิดธรรมชาติอีก”

“อ๋องเจิ้นเหยียน อ๋องเป่ยเหอ อ๋องอวิ๋นหลัน…อ๋องสวรรค์ทั้งสิบเจ็ดคน ควบคุมกองทัพสิบเจ็ดกอง มุ่งหน้าไปยังแผ่นดินใหญ่ต่างเผ่าต่างๆ ทางบูรพาทิศแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ นำประชาชนลูกหลานของเรา…กลับบ้าน”

คำพูดนี้ดังออกมา ในใจคนทั้งหลายต่างเกิดระลอกคลื่นอารมณ์แผ่มา

นับจากจักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่ง ประชาชนที่ร่อนเร่พเนจรมีมากมายนัก จักรพรรดิมนุษย์ทุกรุ่นไม่ใช่ไม่อยากรับพวกเขากลับมา แต่ไร้ซึ่งกำลังความสามารถ

จวบจนกระทั่งตอนนี้ จวบจนกระทั่งวันนี้ จักรพรรดินีที่สำเร็จเทพแล้ว ร่วมกับความแข็งแกร่งของแท่นเทวะ บูรพาทิศแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เสียงขององค์ท่านในวันนี้คือเสียงแห่งสวรรค์

อ๋องเจิ้นเหยียนและอ๋องสวรรค์คนอื่นๆ ต่างพุ่งทะยานออกมาทันที โค้งคารวะไปยังจักรพรรดินีที่อยู่บนท้องฟ้า ตอบรับคำบัญชาเสียงต่ำทุ้ม

“ขุนนางที่เหลือ องค์ชาย และคนอื่นๆ เจ็ดวันให้หลัง ณ ตำหนักใหญ่วังหลวง เปลี่ยนศักราช เปิดท้องพระโรง!”

เสียงของจักรพรรดินีดังสะท้อนก้องอีกครั้ง ขุนนางทั้งหลายต่างโค้งคำนับ

“การเซ่นไหว้เสร็จสิ้น แยกย้ายกันไปเถิด สิบเอ็ด เจ้าตามข้ามา”

ดาวจักรพรรดิโบราณส่งเสียงดังกึกก้อง ค่อยๆ จมดิ่งลงไป กลับไปยังตำแหน่งเดิม ม่านฟ้าฟื้นคืนสู่ปกติ พลังชะตาเผ่ามนุษย์เก็บซ่อนลงไป ไม่แผ่ระลอกคลื่นอีก

ผู้บำเพ็ญในดาวโบราณต่างถูกเคลื่อนย้ายออกไป มาปรากฏอยู่กลางอากาศ

พิธียิ่งใหญ่ครั้งนี้ ปิดฉากลง ณ บัดนี้

และเหล่าขุนนางตอนนี้ก็มองออกว่าจักรพรรดินีแม่ลูกเห็นได้ว่ามีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกัน ดังนั้นจึงไม่รบกวน หลังจากที่ต่างโค้งคารวะ ก็ไปจากวังหลวงอย่างเงียบเชียบพร้อมกับความคิดมากมายของพิธีเซ่นไหว้ครั้งนี้

มีเพียงสิบเอ็ดที่ในทั้งตื่นเต้นทั้งพะวักพะวน เหมือนเด็กที่ทำอะไรผิด ก้มหน้าเดินไปทางจักรพรรดินี

ยืนอยู่ข้างหลังจักรพรรดินี เขาอ้าปากอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยออกมาอย่างไร

ส่วนทางจักรพรรดินี สายตากลับไม่ได้มองไปยังองค์ชายสิบเอ็ด

องค์ท่านมองไปบนฟ้า หลังจากที่กองศึกเผ่ามนุษย์หายไป หลังจากที่ขุนนางทั้งหลายจากไป สวี่ชิงยังคงยืนอยู่ตรงนั้น

“อ๋องเจิ้นชาง”

จักรพรรดินีเอ่ยสงบนิ่ง

สวี่ชิงที่อยู่กลางท้องฟ้า มองมาทางจักรพรรดินีก็โค้งคารวะ

“ฝ่าบาท กระหม่อมกำลังรอคนคนหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าเขาน่าจะมาอย่างแน่นอน”

สวี่ชิงตอบเสียงแผ่วเบา

สายตาของจักรพรรดินีล้ำลึก จ้องมองสวี่ชิงอยู่ครู่หนึ่ง ไม่พูดอะไรอีก หมุนตัวเดินไปทางวังหลวง

องค์ชายสิบเอ็ดสูดลมหายใจลึก เดินตามตามติดไป

“น้องพี่ เจ้ารอพี่อยู่ตลอดเลยหรือ”

สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ พยักหน้า

“ท่าทางจะโตขึ้นแล้วจริงๆ”

รัชทายาทรัฐม่วงครามยิ้ม มือขวายกขึ้น คว้าไปทางสวี่ชิงทางนั้นเบาๆ

“เช่นนั้นพวกเราไปกันเถิด ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน”

ภายใต้การคว้านี้ ท้องฟ้าหมุนกลับตาลปัตรทันที แผ่นดินก็ส่งเสียงคำรามลั่น พลังน่าหวาดกลัวกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นบนโลก ตัดเฉือนห้วงเวลาจากทั่วทุกสารทิศ ตัดเฉือนโชคชะตาของที่นี่และแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์

ทำให้รอบๆ สวี่ชิงกลายเป็นมิติที่เป็นเอกเทศจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์

ไม่อาจต้านทาน ไม่อาจขัดขวาง มือนี้…ประดุจโชคชะตา

กระทั่งว่าไม่รู้ว่าเป็นภาพหลอนหรือไม่ ในลายมือของมือข้างนี้ สวี่ชิงเหมือนมองเห็นเมืองเป็นเอก มองเห็นฝนเลือด มองเห็นตัวเองที่กอดตุ๊กตาร้องไห้อย่างไร้ที่พึ่ง

แต่ในตอนนี้เอง เสียงแค่นขึ้นจมูกเสียงหนึ่งก็พลันดังมาจากในวังหลวง

ยิ่งมีกลิ่นอายของเทพเจ้าทั้งห้า ปะทุมาจากในชะตาเผ่ามนุษย์ พุ่งลงมาให้ฟ้าดิน จับเป้าหมายสวี่ชิงเอาไว้

เพียงพริบตา ฟ้าดินที่พลิกหมุนถูกวางให้ตรง แผ่นดินที่ส่งเสียงสะเเทือนเลื่อนลั่นถูกควบคุม

“ฝ่าบาท นี่เป็นเรื่องในบ้านของน้องชายกระหม่อมและตัวกระหม่อม”

มือของรัชทายาทรัฐม่วงครามหยุดชะงักกลางท้องฟ้า มองไปทางวังหลวง เอ่ยเสียงแผ่วเบา

“ขุนนางสวี่เป็นขุนนางของข้า อ๋องเจิ้นชางของเผ่า อาจารย์ของเหล่าองค์ชาย”

ในวังหลวง เสียงของจักรพรรดินีสงบนิ่ง แฝงด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้

“อ้อ”

รัชทายาทจื่อชิงเหมือนได้ยินคำพูดที่น่าสนใจอะไร รอยยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม ในดวงตาค่อยๆ เผยแววตาที่นอกเหนือจากความอ่อนโยนออกมา ดูเหมือนระยิบระยับพร่างพราย แต่กลับแฝงความเก่าแก่โบราณผ่านห้วงกาลเวลามาเนิ่นนาน

แม้แต่เสียงก็ยังเป็นเช่นนั้นเช่นกัน

“ทางน้องชายกระหม่อมก็เหมือนจะไม่อยากให้ฝ่าบาทสอดมือเข้ามาเหมือนกันนะพ่ะย่ะค่ะ”

“แต่ว่าในเมื่อฝ่าบาทเอ่ยเช่นนี้แล้ว เช่นนั้น…พวกเรามาเล่นสนุกเลือกอะไรสักหน่อยเป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”

รัชทายาทรัฐท่วงครามพูดจบ จากการที่มือซ้ายก็ยกขึ้นแล้วพลิก กลางฝ่ามือก็มีกล่องไม้สีม่วงกล่องหนึ่งปรากฏขึ้นมา

ปลายนิ้วเเพียงแตะ กล่องก็เปิดออก

แสงทางหนึ่ง..พลันสาดออกมาจากในกล่องไม้!

แสงนั้นไร้สี ไร้รูป มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ ทันทีที่ปรากฏออกมา ท้องฟ้าแผ่ระลอกคลื่น แผ่นดินส่งเสียงคำรามเลื่อนลั่น ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์อับแสง!

ทุกคนในเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญ หรือไม่ว่าจะเป็นเหล่าขุนนาง ในเสี้ยวพริบตานี้ต่างสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล

เพราะแสงทางนั้น…

คือแสงสายตาที่พุ่งออกมาหลังจากที่เสี้ยวหน้าเทพเจ้าลืมตาขึ้น!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา