บทที่ 963-2 รัชทายาทรัฐม่วงครามและสวี่ชิง (2)
………………..
ครั้งแรกที่องค์ท่านปรากฏตัวขึ้นก็คือที่สำนักเจ็ดเนตรโลหิตในตอนนั้น ปลดปล่อยออกมาจากในมือของนกเขาราตรีข้างกายรัชทายาทรัฐม่วงคราม
และหลังจากนั้น สวี่ชิงก็ได้เห็นจากในร่างทดสอบเทพเจ้าเหมือนกัน
แต่ตอนนี้ แสงที่ปรากฏออกมาจากกล่องในมือรัชทายาทรัฐม่วงคราม เข้มข้นกว่าในตอนที่อยู่สำนักเจ็ดเนตรโลหิตเมื่อตอนนั้นมากมายมหาศาลนัก!
ทันทีที่ปรากฏขึ้นในฟ้าดิน ไม่ว่าจะเป็นผู้วิเศษพลังบำเพ็ญระดับใด ไม่ว่าพลังวิเศษวิชาเต๋าของพวกเขาจะสามารถเปลี่ยนฟ้าผลัดแผ่นดินได้หรือไม่ แต่ในเสี้ยวขณะนี้…ต่างสั่นสะท้านทั้งสิ้น
เทพเจ้าก็ไม่เป็นที่ยกเว้นเช่นกัน
เพราะนั่นคือการควบคุมของระดับขั้นชีวิต นั่นเป็นอักขระเป็นตายที่อยู่เหนือศีรษะของเผ่าพันธุ์ทั้งหลายทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ระดับขั้นตัดสินซึ่งทุกสิ่ง
ตอนนี้จากกล่องไม้ที่ถูกเปิดออก จากการที่สายตาที่ไร้รูป ไร้สี กระทั่งว่าตาเนื้อไม่อาจมองเห็นได้ปลดปล่อยออกมา เมฆหมอกเดือดพล่านรุนแรง คล้ายแปรเปลี่ยนเป็นทะเลพิโรธกำลังโหมซัด
ผืนแผ่นดินเมืองหลวงยิ่งตกอยู่ท่ามกลางความรางเลือนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกสิ่งที่เห็นล้วนมองไม่ชัด
ได้ยินเสียงแว่วๆ คล้ายเสียงรำพันที่ซาบซึ้งต่อเทพ ผี ดังสะท้อนอยู่ในแผ่นดินนี้ ทำให้ร่างของคนยืนอยู่ได้ไม่นิ่ง หมุนวนไปทั่วทุกทิศ ส่งเสียงคำรามบ้าคลั่งโหดเหี้ยมเจ็บปวด
สรรพสิ่งในฟ้าดินต่างรางเลือน ต่างบิดเบี้ยว
แต่เมืองหลวงไม่ใช่สำนักเจ็ดเนตรโลหิต จักรพรรดินียิ่งเป็นผู้แข็งแกร่งระดับแท่นเทวะ ดังนั้น เสี้ยวขณะต่อมา ค่ายกลของวังหลวงก็ส่งเสียงดังสะท้านเลื่อนลั่นขึ้นมา พลังชะตาเผ่ามนุษย์พวยพุ่งขึ้นฟ้า เทพเจ้าทั้งห้าที่แปลงมาจากจักรพรรดิมนุษย์ทุกรุ่นปรากฏร่างออกมาทันที ลอยต่ำลงมา
ในวังหลวงยิ่งมีกลิ่นอายสั่นสะท้านฟ้าดินหลุ่มหนึ่งพุ่งมามาทันที เหมือนแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นวนขนาดมหึา จะดูดแสงที่นี่ไปให้หมด
แต่…รัชทายาทรัฐม่วงครามในเมื่อมาแล้ว ในเมื่อจะเล่นการละเล่นบางอย่างกับจักรพรรดินี การลงมือของเขาย่อมไม่ได้มีเพียงแค่นี้แน่นอน
ดังนั้นในเสี้ยวขณะต่อมา ในดินแดนเมืองหลวงจักรพรรดิ ในพื้นที่ลึกลับแห่งหนึ่งที่มีกำลังทหารแข็งแกร่งเฝ้าคุ้มกันอยู่ตลอดปี ก็มีแสงสายตาพุ่งสู่ท้องฟ้าเช่นกัน
พื้นที่บริเวณนี้ เป็นบริเวณโชคชะตาประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์ หลายหมื่นปีมา ไม่ว่าจะเป็นเมื่อใดล้วนไม่เคยถูกกระทบมาก่อน
ที่นั่นนอกจากกองกำลังทหารอันแข็งแกร่งเผ่ามนุษย์แล้ว ยังมีสำนักที่พิเศษสำนักหนึ่ง
สำนักนี้แม้จะเป็นหนึ่งในสิบสำนักใหญ่เผ่ามนุษย์ แต่แทบจะไม่เคยมีลูกศิษย์ออกมาในยุทธจักรเลย พวกเขาคุ้มกันดูแลอยู่ที่นี่ตลอด!
สำนักนี้ก็คือสำนักวิถีซ่อนดินที่อยู่ใต้หุบเหวลึกรับผิดชอบดูแลภารกิจพิเศษ!
ภารกิจของพวกเขาคือเฝ้าประตูบานใหญ่ เฝ้าประตูบานใหญ่ที่มุ่งไปสู่หุบเหวลึก
กระทั่งว่าสามารถไม่ฟังคำสั่งจักรพรรดิได้
และในหุบเหวลึกนี้คือบ้านเกิดของชื่อหมู่ ซึ่งก็เป็นบ้านเกิดของหลี่จื้อฮว่าด้วยเช่นกัน
นั่นคือ…แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ที่แท้จริง!
เป็นสนามศึกที่เซียนคิมหันต์มาถึงยังพสุธาแดนดินทำศึกสงครามกับเผ่าเทพนภาเจิดจรัสในอดีต
ศึกนั้นเซียนคิมหันต์ชนะ จึงได้ผนึกเผ่าเทพนภาเจิดจรัสและจักรพรรดิเทพของเหล่าองค์ท่านเอาไว้ ยิ่งเปลี่ยนฟ้าแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในตอนนั้นกลายเป็นแผ่นดิน
ดังนั้นจึงมีแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในภายหลังขึ้น
และใต้แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ บนพสุธาแดนดิน ในบริเวณที่เผ่าเทพนภาเจิดจรัสถูกผนึกเอาไว้ ภายหลังในวิถีสวรรค์ได้ถูกนิยามเอาไว้ว่าหุบเหวลึก
หุบเหวลึกมีประตูทั้งหมดเก้าบาน
ทางเผ่ามนุษย์ควบคุมอยู่หนึ่งบาน!
ตอนนี้ แสงนี้ปะทุพวยพุ่งขึ้นมาจากประตูในหุบเหวลึก ก่อนเป็นพลังอำนาจอันน่าหวาดกลัว เกิดเป็นเสียงขานตอบกับแสงที่อยู่ในเมืองหลวงข้างนอก
เสียงระเบิดดังสะท้านฟ้า
ประตูหุบเหวลึกเกิดรอยแยกเก้าทาง!
เพียงพริบตา แผ่นดินใหญ่เผ่ามนุษย์ส่งเสียงดังเลื่อนลั่น เสียงพึมพำเป็นระลอกๆ จากในหุบเหวลึก เสียงคำรามอย่างไม่ยอมจำนนเป็นระลอกๆ ดังจากในประตูมาสู่โลกมนุษย์
เหล่าองค์ท่านจะกลับคืนมา
เหล่าองค์ท่านถึงจะเป็นเจ้าของแผ่นนดินใหญ่ต้องประสงค์ตัวจริง
เหล่าองค์ท่านคือเผ่าเทพนภาเจิดจรัส!
ดังนั้นระลอกคลื่นพลังแผ่มาอย่างรุนแรง ปกคลุมไปทั่วดินแดนเมืองหลวงจักรพรรดิ ไอพลังประหลาดมหาศาลก็แผ่ออกมาจากในรอยแยกประตูหุบเหวลึกออกมาอย่างบ้าคลั่ง
จากบนพื้น บนเม็ดทราย บนแม่น้ำลำธาร จากในขุนเขา
จากในเมือง จากอิฐทุกก้อนกระเบื้องทุกแผ่น จากอาหารทุกอย่าง ทุกสรรพสิ่ง!
จวบจนกระทั่ง จากในทุกสรรพสิ่งต่างลอยขึ้น ก่อเป็นหมอกเป็นกลุ่มๆ ปกคลุมสะท้านสะเทือนฟ้าดิน
ชั้นเมฆบนท้องฟ้า ภายใต้การผสานของหมอกนี้ สีสันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็กลายเป็นเมฆสีแดงที่น่าพรั่นพรึง สายฟ้าสีแดงเข้มฟาดผ่าเสียงดังครืนคราน ฝนเลือดเป็นหยดๆ ตกลงมาจากฟ้า
ความหวาดกลัวอย่างมหันต์ที่ไม่อาจจินตนาการ ไม่อาจต่อกรได้ ท่ามกลางการขานตอบของแสงสองทางนี้กำลังก่อตัวขึ้น
หากไม่ทำการควบคุมให้ทันท่วงที ทันทีที่ประตูหุบเหวลึกถูกทะลวงออกมา ไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่สิ่งที่สามารถยืนยันได้คือเผ่ามนุษย์และแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ละแวกใกล้เคียง จะตกอยู่ในเคราะห์ภัยพิบัติทันที
เพียงพริบตา พลังชะตาเผ่ามนุษย์เดือดพล่าน ฟ้าดินส่งเสียงคำรามต่อไป ทรงพลังไม่อาจต้านทานแล้วสลายไป
รัชทายาทรัฐม่วงครามที่อยู่กลางท้องฟ้า รอยยิ้มอ่อนโยน เอ่ยเสียงแผ่วเบา
“ฝ่าบาท ตอนนี้ท่านและเทพอสุภจักรพรรดิมนุษย์ทั้งห้าไปยังหุบเหวลึกสะกดควบคุมหนึ่งก้านธูป มีโอกาสเป็นอย่างมากที่จะผสานรอยร้าวของประตูหุบเหวลึก”
“ส่วนข้าก็จะใช้เวลาที่ท่านไปสะกดหุบเหวลึกตอนนี้ นำตัวน้องของข้าไป”
“เช่นนั้น การละเล่นเริ่มขึ้นแล้ว”
“ฝ่าบาท ท่านจะเลือกอย่างไร จะเลือกคนคนหนึ่ง หรือจะเลือกเผ่าพันธุ์”
รัชทายาทรัฐม่วงครามมองไปยังวังหลวง
คลื่นวนเหนือวังหลวงส่งเสียงครืนครานเลื่อนลั่น ในนั้นเผยดวงตาทั้งสองของจักรพรรดินีออกมา
หลังจากนั้นสามอึดใจ เทพอสุภจักรพรรดิมนุษย์ทั้งห้าที่วนล้อมอยู่รอบกายสวี่ชิงก็พลันลอยขึ้นฟ้า พุ่งตรงไปยังประตูหุบเหวลึก ส่วนคลื่นวนในวังหลวงก็หายไปในทันที
จักรพรรดินีที่อยู่ในนั้น เพียงก้าวเดียว ก็เดินไปทางหุบเหวลึก
องค์ท่านเลือกเผ่าพันธุ์
เห็นเช่นนี้ อารมณ์ของรัชทายาทรัฐม่วงครามก็เกิดระลอกคลื่นอารมณ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในชาตินี้ ยิ้มออกมา
เพียงแต่ยิ้มๆ ไป ในดวงตากลับมีรอยนึกย้อนความทรงจำ
เหมือนนึกถึงว่าในอดีต ก็มีคนคนหนึ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับการเลือกเช่นนี้ ก็เลือกเผ่าพันธุ์เช่นกัน
ดังนั้น เขามองไปทางสวี่ชิง
สีหน้าของสวี่ชิง นับจากต้นจนจบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น มองทุกอย่างนี้อย่างสงบนิ่ง
“น้องพี่ จักรพรรดินีทอดทิ้งเจ้าแล้ว คนรอบตัวเจ้าก็เหมือนจะทอดทิ้งเจ้าเช่นกัน ทุกคน ในเสี้ยวขณะนี้เหมือนว่าจะไม่มีใครเลือกเจ้าเลย”
“ไม่เป็นไร วันนี้ข้าไม่ทำร้ายเขา แต่ว่า คำพูดเมื่อครู่ของเข้า ข้าค่อนข้างสงสัย”
“และสิ่งที่ข้าสงสัยยิ่งกว่านั้นคือในเมื่อเจ้ารอข้า เช่นนั้น…การเตรียมตัวของเจ้าคืออะไร”
รัชทายาทรัฐม่วงครามสายตาจับจ้องไปยังร่างของสวี่ชิงที่ถูกมือแห่งโชคชะตากำอยู่ เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน
สวี่ชิงยังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม
“ก่อนหน้านี้ข้าเห็นการลงมือของท่าน และมั่นใจการวิเคราะห์ในใจ”
รัชทายาทรัฐม่วงครามสีหน้าอ่อนโยน ในดวงตากระทั่งว่าฉายความวาดหวังออกมา เหมือนว่าสนใจในคำพูดของสวี่ชิงต่อจากนี้เป็นอย่างมาก
“ในตอนที่ข้าอยู่ที่เขตปกครองผนึกสมุทรก็ขบคิดคำถามหนึ่ง ข้าต้องใช้วิธีไหนถึงจะฆ่าท่านได้”
สวี่ชิงเอ่ยเสียงแผ่วเบาเช่นกัน
“และข้าก็ไม่รู้กำลังรบที่แท้จริงของท่าน และไม่รู้ความสามารถของท่านเช่นกัน ดังนั้นข้าขบคิดอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบ นอกเสียจากข้าจะเปลี่ยนมาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
“แต่สำหรับการขบคิดคำถามนี้ ข้าไม่เคยล้มเลิกมาโดยตลอด”
“จวบจนกระทั่งที่แผ่นดินใหญ่เซ่นจันทรา ข้าได้มองเห็นโอกาส”
สวี่ชิงมองรัชทายาทรัฐม่วงคราม
“และหลังจากนั้น ที่เผ่านภาคิมหันต์ ข้าก็ทำให้มันเสร็จสมบูรณ์”
“และจากเมื่อคืนวานนี้ จากการลงมือของท่าน ข้าก็ได้เห็นท่านควบคุมห้วงกาลเวลา ตัดเฉือนเวลาของท่านเจ้าของร้านเจ้า และตัดเฉือนเวลาของตัวเอง ยิ่งสามารถเหนี่ยวนำชะตาชีวิตของอีกฝ่ายมาเป็นยาบำรุงของตัวเองได้”
“ดังนั้น สุดท้ายแล้วข้าก็มั่นใจในการวิเคราะห์ในใจของข้า”
เสียงของสวี่ชิงตอนนี้แหบแห้งเล็กน้อย คล้ายว่าเม็ดทรายเสียดสีกับเวลา ลอยมาในความทรงจำ
“ทำไมในตอนก่อนที่ข้าจะตีกลองศึกข้าจึงมีความรู้สึกที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทำไมความทรงจำในเมืองเป็นเอกที่ได้เห็นช่วงหนึ่งตอนที่อยู่แผ่นดินใหญ่เซ่นจันทรา ถึงไม่เคยปรากฏขึ้นในความทรงจำในสมองของข้า”
“ทำไมในความทรงจำของข้า ฝ่ามือที่ซัดลงมาในตอนนั้นของท่านถึงได้อ่อนโยน”
“แต่ความทรงจำอีกความทรงจำหนึ่ง ฝ่ามือของท่านนั้นโหดเหี้ยมอำมหิต”
“ร่างของข้าแหลกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกับตุ๊กตาที่ถูกเย็บที่ท่านส่งมาในตอนนั้น”
“แต่ทำไมในความทรงจำของข้า ก่อนหน้านี้กลับไม่มีความทรงจำนั่น”
สวี่ชิงถอนหายใจ สายตาประสานกับรัชทายาทรัฐม่วงคราม
“เป็นใครที่ตัดเฉือนห้วงเวลาที่โหดเหี้ยมนั่น เป็นใครที่นำห้วงเวลาอันอบอุ่นอ่อนโยนเข้าแทนที่”
“หากเป็นคนคนเดียวกัน เช่นนั้นเขาที่ตัดเฉือนห้วงเวลาอันโหดเหี้ยมทำไมจึงเย็บมันอีกครั้ง นี่เป็นการกระทำที่ขัดแย้งกันมา”
รัชทายาทรัฐม่วงครามฟังคำพูดของสวี่ชิงเงียบๆ ระหว่างนั้นไม่ได้เอ่ยขัดใดๆ
จนกระทั่งตอนนี้ เขายิ้มอย่างอ่อนโยน เสียงอ่อนโยนประกอบเป็นคำพูด
“มีความเป็นไปได้ไหมว่า หลังจากที่คนคนนั้นลงมือ เห็นเจ้าที่แหลกละเอียด ในใจก็เกิดความสงสารชึ้นมา”
“ดังนั้นจึงเย็บเจ้าขึ้นอีกครั้ง แล้วมอบความทรงจำอันอบอุ่นให้”
ภายใต้ผืนฟ้า ท่ามกลางท้องฟ้า รัชทายาทรัฐม่วงครามและสวี่ชิงมองหน้ากัน
ลมพัดมาในตอนนี้ พัดเส้นผมของทั้งสอง ขณะที่ปลิวพริ้ว ก็เหมือนกับตุ๊กตาที่ถูกเย็บบนธรณีประตูจวนวิญญาณตัวนั้น
ขยับไหวท่ามกลางสายลมเช่นกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา