เข้าสู่ระบบผ่าน

ราชินีพลิกสวรรค์ นิยาย บท 169

เรื่องที่เคยสัญญากับลู่เจี้ยเจียงหลีไม่คืนคำ

เมื่อนางกลับมาถึงลู่เสวียนที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมถึงได้รู้ว่านางเขียนชื่อตัวเองลงไปในใบสมัครเรียบร้อยแล้ว

“เจ้าไม่กลัวพี่ชายข้าจะ…”

เจียงหลียักไหล่ไม่ยี่หระแล้วเอ่ยกับลู่เสวียนที่ทำหน้าตกใจ “ข้าเคยสัญญากับพี่ชายเจ้าว่าต้องดูแลเจ้าทุกกระเบียดนิ้ว ในเมื่อเจ้าอยากไปข้าก็ทำได้เพียงตามไปด้วยกันกับเจ้าหรือต่อให้พี่ชายเจ้าโกรธก็ยังมีเจ้าคอยรับหน้าแทนให้”

เอ่อ…

ลู่เสวียนกระตุกมุมปากตอนนี้รู้สึกผิวหนังตึงไปหมดโดยเฉพาะบริเวณก้น

“อีกสามวันต้องออกเดินทางแล้ว สองวันนี้เจ้าก็เตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน” เจียงหลีเอ่ยเตือน

ลู่เสวียนพยักหน้าหงึกหงักกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “คราวนี้ไม่ได้มีเพียงคนจากสถาบันไป๋หยวนของเราเท่านั้นยังมีพวกของสำนักหลิงอู่ไปด้วย เจ้าจำไว้ อย่าคลาดสายตากับข้าเด็ดขาด ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

“เหอะๆ” เจียงหลีหัวเราะเย้ยหยันเหมือนดูถูกเขาเล็กน้อย

เมื่อลู่เสวียนถูกกระตุ้นต่อมโมโหเขาจึงกำหมัดแน่น “อย่าลืมล่ะว่าข้าคือทายาทของจวนลู่อ๋อง”

ประโยคนี้ของเขาทำให้เจียงหลีรู้ซึ้งเป็นอย่างดี ลู่เสวียนเป็นห่วงว่านางจะถูกรังแกซึ่งจำต้องใช้สถานะของตนเองมาปกป้องนาง

เมื่อเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของเขาเจียงหลีจึงมอบรอยยิ้มหวานให้ “ขอบใจนะ”

ลู่เสวียนเบะปาก เขามีสีหน้าเก้อเขินเล็กน้อย “ไม่ต้องขอบใจ เจ้าไม่กลัวถูกพี่ใหญ่ข้าตำหนิ ยอมไปเป่ยฝางเป็นเพื่อนข้า ข้าต้องปกป้องเจ้าเป็นธรรมดา”

ในขณะเดียวกันเมืองหลวงซั่งตูที่ยังคงเจริญรุ่งเรืองมีความมืดมนคืบคลานเข้ามารอบด้าน

บรรดาลูกศิษย์จากทั้งสำนักหลิงอู่และสถาบันไป๋หยวนต่างเร่งรีบรวมพลมุ่งสู่เป่ยฝาง อย่างไรเสียนี่คือพระราชโองการจากฮ่องเต้มิสามารถฝ่าฝืนได้

ที่แตกต่างกันก็คือสำนักหลิงอู่ใช้วิธีการคัดเลือกคนไป ส่วนทางสถาบันไป๋หยวนเปิดรับคนที่มาสมัครด้วยตนเอง

ณ จวนตระกูลหรง หลังจากหรงจิ่งฝึกฝนวรยุทธ์เสร็จแล้วบริเวณหน้าอกยังคงรู้สึกเจ็บแปลบเล็กน้อย ตอนนั้นพลังหมัดของเจียงหลีไม่เบาเลยจริงๆ

หรงจิ่งยกมือขึ้นกุมหน้าอกแล้วอมยิ้มกล่าวกับตนเอง “แรงของเด็กคนนี้เอาเรื่องจริงๆ”

ขณะนี้มีเงาร่างคนวูบไหวอยู่นอกประตูเขาจึงเอามือลงดวงตาจดจ่อ “มีเรื่องอะไร”

เงาคนผู้นั้นคุกเข่าลงหนึ่งข้างน้ำเสียงเคารพยำเกรงดังลอดมาจากด้านอกประตู “คุณชายขอรับ นายท่านถามว่าท่านจะมุ่งหน้าไปเป่ยฝางหรือไม่ขอรับ”

“ไม่ไป” หรงจิ่งปฏิเสธอย่างไม่คิด

คนที่คุกเข่าไม่เอ่ยอะไรอีกและกำลังรีบลุกถอยกลับไปบอกคำตอบ

แต่เมื่อเขากำลังจะขยับหรงจิ่งก็พูดขึ้นมาเสียก่อน “รอเดี๋ยว”

“คุณชายมีคำสั่งอะไรหรือขอรับ” คนที่อยู่นอกประตูหันมาและโค้งคำนับมือทั้งสองข้างกำหมัด

“ลู่เจี้ยอยู่ที่ไหน” หรงจิ่งถามเมื่อมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา

ผู้คนที่อยู่นอกประตูเงยหน้าขึ้นมองร่างดั่งหิมะขาวโพลนในห้อง “ตอนนี้ไม่ทราบขอรับ ผู้ที่รับผิดชอบจับตามองคนในจวนตระกูลลู่บอกว่าไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา ดูเหมือนว่า…” เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงเอ่ยต่อ “ไม่อยู่ในจวนขอรับ”

หลังจากได้รับคำตอบนี้ดวงตาทั้งคู่ของหรงจิ่งหรี่ลงเล็กน้อย

เมื่อเขาไม่พูดคนที่อยู่ด้านนอกประตูไม่กล้าออกไปได้แต่โค้งคำนับรอคำสั่งจากเขา

แต่ทว่าตอนนางกราบทูลขอร้องเสด็จพ่อกลับถูกปฏิเสธอย่างเด็ดขาดแม้กระทั่งสั่งให้นางห้ามออกจากซั่งตูในช่วงระยะเวลานี้

มู่ชิงเหยียนเข้าใจเสด็จพ่อดีที่พระองค์ทรงทำเช่นนี้อธิบายได้แค่ว่าจุดประสงค์เบื้องหลังพระราชโองการของพระองค์นั้นไม่ง่ายขนาดนั้น

ในฐานะที่นางเป็นองค์หญิงนางมิสามารถแทรกแซงกิจการบ้านเมืองได้ สิ่งเดียวที่สามารถทำได้คือห้ามไม่ให้จิ่งเยี่ยไป

“ข้า…ข้าก็แค่คิดว่ามันอันตรายเกินไป” มู่ชิงเหยียนหาเหตุผลเพื่อบังหน้า

คิ้วที่ขมวดของจิ่งเยี่ยจึงผ่อนคลายลง เขาเห็นความผิดปกติในคำพูดของมู่ชิงเหยียนแต่มันไม่มีเหตุผลที่จะหยุดเขาได้

เขาหันหลังไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของศัตรูอีกต่อไปโดยไม่สนใจคำชักชวนของนางและจากไปเหลือเพียงความเย็นชาและห่างเหินให้กับชิงเหยียน

สายตาจดจ่ออยู่ที่หลังของคนที่เดินจากไปช้าๆ มู่ชิงเหยียนมิสามารถเก็บซ่อนความผิดหวังในดวงตาได้อีกแล้ว

นางรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าตัวตนของนางในฐานะเทียนเจียวซึ่งเป็นสตรีนั้นไม่ได้มีความสำคัญเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าจิ่งเยี่ย หรือต่อให้นางคุกเข่าตรงหน้าเขานางก็ไม่สามารถเปลี่ยนสายตาของเขาที่มองนางได้

วิกฤตการณ์เริ่มบังเกิด กลุ่มสังเกตการณ์เทียนเจียวของซั่งตูเดินทางออกจากประตูทิศเหนือตามฤกษ์เวลามุ่งหน้าสู่เป่ยฝางของอาณาจักรโฮ่วจิ้น

เหล่าเทียนเจียวมีขวัญกำลังใจพร้อมต่อสู้ในสนามรบ

ดูเหมือนว่าในเป่ยฝางสิ่งที่รอพวกเขาอยู่ไม่ใช่สนามรบที่โหดร้าย แต่เป็นแค่สนามรบที่อยู่ห่างจากซั่งตูเท่านั้นเอง

แล้วก็เป็นตอนออกเดินทางนี่เองที่ทำให้เจียงหลีเพิ่งจะเห็นกันกับจิ่งเยี่ยท่ามกลางกองทัพนับพัน

วันหนึ่งหลังจากตั้งค่ายและพักผ่อน จิ่งเยี่ยและเจียงหลีก็ออกจากค่ายไปอย่างเงียบๆ…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์