เข้าสู่ระบบผ่าน

ราชินีพลิกสวรรค์ นิยาย บท 400

ฝึกประสบการณ์ก็หมายความว่าจะได้ออกไปจากสำนักพรตเสวียนช่วงหนึ่ง

นางสามารถหาโอกาสหลุดหนีไปก่อน แน่นอนว่าหากสามารถแก้ปัญหาของยันต์ธาราทมิฬร่วมกันได้ก็จะดีที่สุด

เมื่อคิดได้เช่นนี้ แววตาของเจียงหลีก็ตื่นเต้นขึ้นมา

“ขอบังอาจถามท่านประมุข พวกเราต้องไปฝึกประสบการณ์ที่ไหนหรือเจ้าคะ” ซู่ซินแย่งเอ่ยปากพูดก่อน

“ถ้ำสวรรค์” ท่านประมุขบอกตามตรง

ถ้าสวรรค์อย่างนั้นหรือ

เจียงหลีไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ นางมองไปที่ประมุขด้วยความสงสัย แต่เห็นว่าเขาไม่ได้คิดที่จะอธิบาย

“ถ้ำสวรรค์หรือเจ้าคะ”

ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงอุทานที่สั่นสะท้านของชิงหว่าน ในขณะเดียวกันซู่ซินที่ก่อนหน้านี้ยังคงมั่นใจเต็มเปี่ยม ตอนนี้ก็มีหน้าซีดเผือดเช่นกัน

ดูเหมือนพวกนางจะรู้ว่าถ้ำสวรรค์เป็นสถานที่เช่นไร

“ท่านประมุข ทางเปิดแล้วขอรับ” ขณะนั้นเองมหาปุโรหิตก็เดินเข้ามาแล้วทำความเคารพประมุขสำนักพรตเสวียนหมิง

ผู้เป็นประมุขพยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้นกับแม่นางทั้งสาม “ออกเดินทาง”

ชิงหว่านเงยหน้าขึ้นและส่ายหัวด้วยความตื่นตระหนก เจียงหลีรู้สึกได้ว่านางกำลังต่อต้านการฝึกประสบการณ์นี้โดยสัญชาตญาณ แต่กลับไม่กล้าที่จะพูดปฏิเสธ

แน่นอนว่าท่าทีของนางยังคงทำให้ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงโกรธเคือง

เขาสบถอย่างเย็นชา ชิงหว่านร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทันทีและล้มลงกับพื้น เจียงหลีรู้สึกประหลาดใจและยื่นมือออกมาเพื่อช่วยนาง แต่ขณะนั้นเองกลับได้ยินเสียงของมหาปุโรหิตเอ่ยขึ้น “ในฐานะที่เป็นธิดาสวรรค์แห่งสำนักพรตเสวียนหมิงของข้าจะต้องผ่านด่านถ้ำสวรรค์ให้ได้ พวกเจ้าทั้งสามจงจำเอาไว้หลังจากสี่สิบเก้าวัน ใครที่ฆ่าบุคคลที่มีสัญลักษณ์ได้น้อยที่สุดก็จะถูกคัดออกก่อน”

ฆ่าคนที่มีสัญลักษณ์หรือ

เจียงหลีหรี่ตาก้มลงพยุงชิงหว่านที่สงบลงมาบ้างให้ลุกขึ้นจากพื้น

“ยันต์ธาราทมิฬน่ะ” ชิงหว่านกระซิบอธิบายตอนที่เจียงหลีช่วยพยุงนางลุกขึ้นมา

เจียงหลีตกตะลึงมองดูนางและมองเหงื่อที่หน้าผากของนางอย่างละเอียด หลังจากเข้าใจ ชิงหว่านก็บอกนางว่าเมื่อครู่ที่รู้สึกเจ็บปวดเพราะนางทำให้ประมุขไม่พอใจเขาจึงใช้ยันต์ธาราทมิฬโจมตีนาง

ยันต์ธาราทมิฬนี่ชั่วร้ายจริงๆ แสงในดวงตาของเจียงหลีเริ่มเย็นลง

“คนแรกที่ถูกกำจัด!” ซู่ซินพูดซ้ำคำพูดของมหาปุโรหิตและแสงที่ดุร้ายปรากฏขึ้นในแววตาของนาง

“ตามข้ามา” มหาปุโรหิตเอ่ยขึ้น

สตรีทั้งสามคนเดินตามมหาปุโรหิตออกจากวิหารหลวงและขึ้นรถม้า

ในขณะที่เจียงหลีกำลังก้าวขาขึ้นแสงสีขาวก็พุ่งเข้ามาในรถม้าและพุ่งตรงมาที่นาง

“หลิวหลี!” เจียงหลีอุ้มเจ้าเปี๊ยกแล้วเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ

นางยังคงคิดหาข้ออ้างเพื่อพาเจ้าเปี๊ยกมาด้วย คิดไม่ถึงว่าเจ้าเปี๊ยกตัวนี้จะมาหาเอง

“เหอะ ไปฝึกประสบการณ์ยังจะพาสัตว์เลี้ยงไปด้วยอีก” หลังจากซู่ซินขึ้นรถม้าแล้วก็สบถเสียงเย็น

ชิงหว่านสงบหันใจที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ก่อนจะอธิบายขยายความ “ถ้ำเป็นที่ฝึกประสบการณ์ที่รู้จักกันดีในซีฮวง ผู้คนจากทุกกลุ่มอำนาจสามารถผ่านประตูและเข้าไปในประตูต้องห้ามนั้นได้ด้วยตราสัญลักษณ์ประจำกลุ่มอำนาจ แต่เมื่อเข้าไปแล้วจะไม่มีสถานะหรือตำแหน่งใดๆ อีกต่อไป เหลือเพียงการเข่นฆ่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกคนที่เข้าไปในถ้ำสวรรค์จะมีตำหนิหรือสัญลักษณ์สีเทาอ่อนบนหน้าผาก เราเรียกมันว่ารูปสัญลักษณ์ฆ่า เมื่อฆ่าครบสิบคนสีของสัญลักษณ์ฆ่าจะเปลี่ยนเป็นสีดำ ฆ่าครบร้อยคนจะกลายเป็นสีแดง ฆ่าถึงคนสองร้อยคนจะกลายเป็นสีเงินแล้วถ้าเจ้าฆ่าคนมากกว่าห้าร้อยคนก็จะกลายเป็นสีทอง”

“ฆ่าอย่างป่าเถื่อนเลยหรือ คนจากกลุ่มอำนาจเหล่านี้ไม่กลัวการสูญเสียหรือไร” เจียงหลีตกใจเล็กน้อย

ชิงหว่านส่ายหน้า “ไม่ว่ากลุ่มอำนาจใด ขอเพียงคนรอดชีวิตออกมาจากถ้ำสวรรค์ได้ถึงจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญที่สุด คนอื่นตายแล้วก็ปล่อยให้ตายไป ถึงอย่างไรประชากรซีฮวงมากมายขนาดนั้น คนในสำนักน้อยลงก็ค่อยเปิดรับสมัครอีกก็ได้”

“…” กฎโหดร้ายเช่นนี้เชียวหรือ เจียงหลีนิ่งขรึม

นางไม่เคยเป็นฆาตกร นางฆ่าคนที่ต้องการฆ่า ถ้าไม่ตายเพราะคิดจะฆ่านางก่อนหรือหาเรื่องนางครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ก็เพราะรนหาที่ตายเอง

แน่นอนว่าในถ้ำสวรรค์แห่งนี้ จากคำบอกเล่าของชิงหว่านว่ามันเป็นสถานที่ที่มีไว้เพื่อสังหารเท่านั้น ทุกคนต้องฆ่าตามสัญลักษณ์เอาเพื่อชีวิตรอด ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะมีความเกลียดชังหรือไม่ เมื่อเข้ามาแล้วก็เป็นเพียงเหยื่อของศัตรู

“แล้วพวกเราสามคน…” เจียงหลีเอ่ยถาม

ชิงหว่านฝืนยิ้ม “ยังดีที่ถ้ำสวรรค์มีกฎข้อหนึ่ง คนสำนักเดียวกันห้ามฆ่ากัน มิฉะนั้นจะถูกลบล้างไปตามกฎ”

เจียงหลีกระตุกคิ้ว นี่มันกฎบ้าบอคอแตกอะไรอีกล่ะเนี่ย ในเมื่อต้องฆ่าทุกคนแล้วทำไมถึงฆ่าคนสำนักเดียวกันไม่ได้

“อย่างไรก็ตามการต่อสู้กับคนสำนักเดียวกันไม่ใช่ความตั้งใจเดิมของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่จะเข้าไปในถ้ำสวรรค์” เมื่อเห็นความสงสัยในดวงตาของเจียงหลี ชิงหว่านจึงอธิบายอีกประโยค

เจียงหลีนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

เมื่อเห็นว่าการสนทนาระหว่างทั้งสองหยุดลงซู่ซินซึ่งนั่งอยู่คนเดียวในอีกด้านหนึ่งก็หัวเราะเยาะและพูดติดตลกว่า “แม้คนสำนักเดียวกันจะไม่ลงมือ แต่คนที่ไร้ความสามารถก็จะตายในนั้น ต่อให้โชคดีออกมาได้ อย่าลืมสิ ท่านประมุขบอกว่าคนที่ฆ่าได้น้อยที่สุดจะถูกกำจัดก่อน”

เจียงหลีเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาที่เคยสดใสของนางพลันเย็นเฉียบ…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์