เจ็บจนเข้ากระดูก!
เจ็บเจียนตาย!
พื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่น เจียงหลีม้วนตัวเสื้อผ้าที่ใส่เต็มไปด้วยคราบฝุ่น สมควรตาย ข้าว่าแล้วต้องมีอันตรายที่ซ่อนอยู่ เจียงหลีกล่าวด้วยความไม่พอใจ
ก่อนหน้าที่นางดูดกลืนวิญญาณก็ไม่อาจที่จะสั่นคลอนกลุ่มแสงที่เหลืออยู่
นางว่าแล้วว่าสักวันต้องเป็นปัญหาแต่คิดไม่ถึงว่ามันจะมาเดือนละครั้ง
ครั้งที่แล้ว ก็เจ็บปวดมากเช่นกัน แล้วทนไปได้เช่นไรกัน ความทรมานของร่างกาย ทำให้เจียงหลีไม่หยุดที่จะนึกถึงความทรงจำที่พบเจอของครั้งก่อน
ความเจ็บนี้ ราวกับเส้นเอ็นขาดไปทั้งตัว ยิ่งไปกว่านั้นวิญญาณก็ได้รับความเจ็บไปด้วย
“โอ๊ย!” เจียงหลีเผลอร้องออกมา เอามือจับหัว ยิ่งกว่านั้นยังได้ทุบหัวไปหนึ่งหมัด นางรู้สึกเหมือนมีใครมัดวิญญาณของนางไว้แล้วทำการขุดสมองของนางออกมา
ครั้งก่อน นางก็เจ็บปวดมากเช่นเดียวกับครั้งนี้ แต่ว่า แค่ชั่วขณะ ก็รู้สึกว่าความเจ็บมันเบาบางลงแล้วนางจำได้ว่า… เพราะลู่เจี้ย สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บของเจียงหลี เริ่มมีพลังขึ้นมา นางนึกขึ้นมาได้ เป็นเพราะร่างกายของลู่เจี้ยมีพลังพิเศษหลั่งไหลออกมา จากนั้นก็หายเจ็บแล้ว ยิ่งกว่านั้นยังสามารถเปิดเสี่ยวหมีเจี้ยจื่อได้ด้วย
ลู่เจี้ย! ลู่เจี้ย!
อยากบรรเทาความเจ็บต้องหาลู่เจี้ย นี่คือคำตอบที่เจียงหลีคิดได้ในขณะเจ็บปวด มิฉะนั้นก็ต้องทนต้านความทรมานเช่นนี้
แต่ว่าลู่เจี้ยอยู่เรือนลู่ที่อยู่ในเมืองห่างจากถ้ำเก้าปีศาจของหุบเขาปู้กุยไกลกันขนาดนั้น แล้วนางจะไปหาเขาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดอย่างไรเล่า
“เจียงหลีเหตุใดถึงกลิ้งไปมาบนพื้นล่ะ” เจียงหลีเพิ่งเริ่มต้นคิดขึ้นก็ได้ยินน้ำเสียงที่เยาะเย้ยลอยมา พร้อมกับมีเสียงฝีเท้าเบาๆ
เจียงหลีเงยหน้าขึ้นมองไปยังคนที่ผ่านมา
เมื่อมองไปยังผู้งดงามที่สวมใส่ชุดสีม่วง สายตาของนางก็เป็นประกายและมีแสงที่แพรวพราวกระทบสายตา “เจียงหลี”
แววตาคู่นั้นดูไม่สมประกอบทำให้ลู่จ้านที่ยืนข้างลู่เจี้ยตื่นตัวขึ้นมา
แต่ตอนนี้เจียงหลีจะดูแลเขาอย่างไรดี นางฝืนยืนขึ้นมาจากพื้นแสดงความเร็วที่สุดออกไป ภายใต้ความแปลกใจของลู่จ้าน นางโน้มตัวลงตรงหน้าลู่เจี้ย
ปัง!
กอดไว้แล้ว! เจียงหลีตัวเหมือนกับหมึก เกาะบนตัวของลู่เจี้ย นางปวดหัวจนอยากจะชนผนัง ร้องขอความช่วยเหลือ ด้วยอาการมึนเมา
แคว่ก!
ข้างกายมีเสียงตกใจของลู่จ้านส่งผ่านมาแต่ลู่เจี้ยยังยืนอยู่ที่เดิม มองลงพร้อมขมวดคิ้วไปยังสิ่งที่เกาะบนตัวเขา คือหญิงสาวที่เนื้อตัวมอมแมม
“นายน้อย ข้าน้อยประมาทเอง” ลู่จ้านได้สติขึ้นมา รีบยื่นมือไปเพื่อจะไปดึงเจียงหลีที่เกาะบนตัวของลู่เจี้ยลงมา แน่นอน เมื่อเขาเริ่มขยับ ลู่เจี้ยก็ยกมือขึ้นเพื่อหยุดเขา เขาเห็นหญิงสาวเจ็บปวดทรมานท่าทางบิดเบี้ยว ยิ่งไปกว่านั้นตัวนางสั่นไม่หยุด ขณะนางหลับตาลง ขนตาที่ยาวแล้วโค้งงอน เหมือนผีเสื้อสีดำสองตัวกำลังกระพือปีก หน้าผากของนางมีเม็ดเหงื่อที่ละเอียดเป็นชั้นๆ ผิวก็ขาวซีดจนน่ากลัว บางครั้งก็แดงและร้อน
นางป่วยหรือ ลู่เจี้ยมองด้วยสายตาที่ผ่านแวบไปดั่งแสง
ลู่เจี้ยรู้สึกว่าแรงดึงเสื้อคลุมของเขาค่อยๆ เพิ่มขึ้นราวกับว่าหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง ต้องการดึงเขาให้เข้าใกล้มากขึ้น เขาอยากจะต่อต้าน แต่พอเห็นว่าหญิงสาวแม้นจะหมดสติไป แต่พลังก็มากเสียจนทำให้ตกใจ
“แทบจะลืมภาพตอนนางหลอมรวมกับเลี่ยเทียนซื่อไปแล้ว” ลู่เจี้ยได้กล่าวเบาๆ ประโยคหนึ่ง
ภายใต้การ ‘บังคับ’ ที่ไม่รู้ตัวของเจียงหลี ลู่เจี้ยก้มหัวลงต่ำ และเข้าใกล้นางมากขึ้นเรื่อยๆ
ลมหายใจของเขา ได้กระทบลงบนหน้าของนาง และลมหายใจของนาง ก็กระทบไปบริเวณรอบจมูกของเขา มีสิ่งที่แปลกเกิดขึ้น อาการคันแบบเสียวซ่าค่อยๆ แพร่กระจายไปทั่ว
มองไปที่ใบหน้าอันบอบบางนี้ใกล้ๆ แววตาของลู่เจี้ยสดใสขึ้นเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่า เขาได้เห็นใบหน้าที่สวยงามเย้ายวนที่ซ่อนงำไว้ภายใต้ใบหน้าที่อ่อนเยาว์นี้
เหมือนกับเป็นใบหน้าของอีกคน เปล่งประกายดั่งนางฟ้าที่สามารถทำให้ผู้คนหลงไหลจนเคลิ้ม ยอมสละทุกอย่างได้เพื่อนาง
ตึกตัก!
ขณะนั้นลู่เจี้ยได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้น เสียงนี้ช่างมีพลังเป็นอย่างยิ่ง ราวกับเสียงตีกลองขณะเดียวกัน เจียงหลีก็รู้สึกได้ว่าลมหายใจนั้นเพิ่มมากขึ้นแล้ว นางหายใจเข้าลึกๆ อย่างตะกละตะกลามสูดลมหายใจเหล่านั้นอย่างหมดจด ทันใดนั้นความเจ็บปวดทรมานส่วนใหญ่ก็ได้หายไป
ตึกตัก! ตึกตัก!
หัวใจของลู่เจี้ยกำลังเต้นจากข้างใน ทุกครั้งล้วนแต่ชัดเจน เขายื่นมือออก ใช้นิ้วที่เรียวสวยงามลูบไปที่บางหน้าของหญิงสาว ลูบเบาๆ ไปมาตรงแก้มของนางแล้วกระซิบ “ภายใต้ใบหน้าของเจ้า ยังมีใบหน้าอีกใบซ่อนอยู่จริงหรือ”
—–

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์