หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของกงเสวี่ยฮวา เจียงหลีก็เข้าใจในทันที
ในที่สุดก็เข้าใจแล้ว ทำไมแผนที่ดาราเทพสงครามที่เป็นของล้ำค่าแบบนี้ถึงได้ให้ผู้ใดดูก็ได้ วังเทียนอู่กงช่างปราดเปรื่องเหลือเกิน
ถ้าหากอาศัยเพียงแค่สายเลือดโดยตรงและญาติพี่น้องมาเรียนรู้วิชา ต่อให้จะมีเทียนเจียวยอดอัจฉริยะมากกว่านี้ ทักษะการต่อสู้ที่เรียนรู้ได้จะมีเท่าไหร่กันเชียว
และตอนนี้ เปิดให้ลูกศิษย์ทุกคน หรือแม้แต่แขกอย่างพวกนางก็สามารถเข้ามาได้ เช่นนั้นมีเทียนเจียวจำนวนมากมาเพราะชื่อเสียงของแผนที่ดาราเทพสงคราม มาค้นหาทักษะการต่อสู้ เมื่อได้แล้วต้องมอบต่อเทียนอู่กง ดูแล้วก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
แต่ทว่า ด้วยเหตุนี้วังเทียนอู่กงได้รับทักษะการต่อสู้ที่ทรงพลังไปมากเพียงใด แล้วยังทำให้คนติดหนี้บุญคุณตั้งเท่าไหร่
มิน่าล่ะ! วังเทียนอู่กงถึงสามารถเป็นกลุ่มอำนาจระดับสูงที่ทรงอิทธิพลได้นับพันปี ไม่มีผู้ใดกล้ามาทำให้สั่นคลอน
เจียงหลีมองกงเสวี่ยฮวาด้วยความยั่วเย้า มองจนเขารู้สึกเก้อเขิน แล้วรีบพูดอธิบายว่า “นี่คือกฎ ข้าไม่ได้ตั้งใจกลั่นแกล้ง”
“ข้าก็ไม่ได้อะไร ถ้าหากได้รับทักษะการต่อสู้ ก็ถือว่าได้รับมาจากวังเทียนอู่กง จะคืนให้วังเทียนอู่กง ก็ไม่ได้ถือว่าขาดทุนอะไร” เจียงหลีพูดด้วยใบหน้ายิ้ม
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องค้าขาย ก็จะได้ไม่ต้องมาติดค้างกัน
“เจ้าคิดได้ก็ดี” กงเสวี่ยฮวาโล่งอก
อะไรที่ต้องพูดก็พูดไปหมดแล้ว เจียงหลีและมู่ชิงเหยียนก็นั่งสมาธิลงพร้อมกัน เงยหน้าขึ้นแล้วมองไปยังแผนที่ดาราเทพสงคราม แล้วตั้งใจศึกษาอย่างละเอียด
เวลาค่อยๆ ไหลไปอย่างช้าๆ
พอพลบค่ำ แสงดาวบนท้องฟ้าผสานเข้ากับแผนที่ดาราเทพสงคราม แผนที่ดาราทั้งห้าเริ่มเปล่งแสงสีทองออกมา
“มองไปด้วยความตั้งมั่น เจ้าจะรู้สึกได้ว่าวิญญาณออกจากร่างลอยไปในอากาศ รอบตัวถูกล้อมไปด้วยแผนที่ดาราทั้งห้า แสงดาวทั่วท้องฟ้าสาดใส่บนร่างกายของตัวเอง”
มู่ชิงเหยียนเข้าสู่การฝึกฝนวิชาอย่างรวดเร็ว เหมือนว่านางจะมองเห็นวิชาฝ่ามือที่คาดเดาไม่ได้ในแผนที่ดารา วิชาฝ่ามือและร่างกายที่เข้ากันนั้น เหมาะแก่การฝึกฝนสำหรับสตรีเป็นอย่างมาก
เจียงหลีเข้าสู่การฝึกฝน ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง
ถึงขนาดลืมไปเลยว่าในห้องรับแขกของวังเทียนอู่กงยังมีสัตว์น้อยน่ารักรอนางอยู่
……
ตัดภาพมาที่ห้องพักแขกของวังเทียนอู่กง ในห้องพักของเจียงหลีนั้น มีเจ้าเปี๊ยกที่ขนปุกปุยนั่งอยู่บนเตียงลำพังที่กำลังมองดูพระจันทร์นอกหน้าต่าง สายตาของมันมองไปที่ประตูห้องที่ปิดสนิทเป็นระยะๆ เหมือนกับว่ากำลังรออะไรอยู่
เป็นเวลานานมาก มันหลับตาลงทั้งสองข้าง แล้วหาตำแหน่งของเจียงหลี
ดีที่นางไม่เป็นไร เขาพูดปลอบตัวเองในใจ ภรรยาของเขากำลังไขว่คว้าโอกาสของนางอยู่ แล้วเขาจะไปรบกวนนางได้อย่างไรล่ะ
……
หอดูดาว ณ วังเทียนอู่กง
ในหอมีคนนั่งอยู่เกือบพันคน ทุกคนล้วนแต่กำลังศึกษาทักษะการต่อสู้ที่ซ่อนอยู่ในแผนที่ดาราเทพสงครามอย่างเงียบสงบ ทุกคนล้วนแต่หวังว่าทักษะการต่อสู้ที่ตัวเองได้มาจะทรงพลัง
เจียงหลีก็เป็นหนึ่งในนั้น นั่งสมาธิอยู่ในกลุ่มคน ไม่เป็นจุดสนใจเลยสักนิด แต่ว่าวิญญาณของนางตอนนี้เหมือนว่าได้ลอยเข้าสู่ท้องฟ้าที่มืดมิดและอยู่ด้วยกันกับดวงดาวแล้ว
ภาพเทพสงครามทั้งห้าภาพที่ถูกสลักอยู่ในหอดูดาว สะท้อนไปบนท้องฟ้า และเหมือนว่าจะถูกขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เจียงหลีเอาตัวเข้าไปอยู่ตรงนี้ เหมือนว่ามองเห็นแสงดาวกะพริบอยู่ในภาพเทพสงคราม ท่าทางที่มั่นคงเหล่านั้น ก็เหมือนว่ากำลังมีความเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ
วิถีความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ มีผู้คนคอยติดตามอยู่นับพันคน
มีทั้งเรียบง่าย มีทั้งซับซ้อน สะท้อนเข้าในตาของเจียงหลี แล้วกลายเป็นทักษะการต่อสู้ต่างๆ
“เยอะมาก!” ในดวงตาของเจียงหลีเต็มไปด้วยแสงดาว รอบตัวนางก็ถูกแสงดาวปกคลุม นางส่งเสียงเบาๆ ทักษะการต่อสู้ส่วนหนึ่งหายไปในท้องฟ้ายามค่ำคืนในสายตาของนาง
“ยังเยอะเกินไปอยู่ดี!” เจียงหลีเดินหน้าต่ออีกก้าว แล้วพูดขึ้นมาอีก
ตอนนี้ในหอดูดาวก็มีคนเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งในสามแล้ว
“เจ้าออกมาแล้วหรือ ยี่สิบเจ็ดวัน ถือว่าไม่เลวนะ!” ด้านนอกหอดูดาว กงเสวี่ยฮวากำลังรออยู่
มู่ชิงเหยียนเดินมาถึงตรงหน้าเขา แล้วถอนสายบัวด้วยความขอบคุณ “นายน้อยกง เป็นบุญคุณอย่างมาก ข้าจะบันทึกทักษะการต่อสู้ที่ได้มาทั้งหมด แล้วมอบให้วังเทียนอู่กง”
“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ สิ่งที่เจ้าได้ ก็ถือเป็นโอกาสของเจ้า” กงเสวี่ยฮวายิ้มอ่อน
เจียงหลีไม่อยู่ เหมือนว่าเขาจะวางมาดความเป็นนายน้อยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
มู่ชิงเหยียนบอกลาแล้วจากไป ไปถึงสถานที่ๆ กำหนดเพื่อบันทึกทักษะการต่อสู้ แต่ว่าหลังจากที่นางบันทึกเสร็จแล้วกลับมา เจียงหลียังคงอยู่ด้านใน
ดังนั้นนางก็ได้รอเจียงหลีอยู่ข้างนอกหอดูดาวกับกงเสวี่ยฮวา
วันคืนผันผ่านไปทีละวัน คนในหอดูดาวเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ และก็มีคนใหม่ๆ ที่เข้าไปฝึกไม่น้อย แต่เจียงหลียังอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยน
เวลาหนึ่งเดือนผ่านไป ชั่วพริบตาเดียวเวลาหนึ่งเดือนครึ่งผ่านไป เจียงหลีก็ยังคงไม่เคลื่อนไหวเลยสักนิด
ลูกศิษย์ของวังเทียนอู่กงจำนวนไม่น้อยที่เดินเข้าออกหอดูดาว ล้วนแต่ถูกหญิงสาวที่งดงามที่นั่งสมาธิอยู่ดึงดูด ที่พวกเขาสนใจไม่ใช่เพียงเพราะว่ารูปโฉมงดงาม แต่ยังสนใจพรสวรรค์ของนางอีกด้วย
กงเสวี่ยฮวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “สองเดือนเต็มๆ แล้ว!”
มู่ชิงเหยียนมีสีหน้าเป็นกังวล “คงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่หรือไม่”
“ไม่น่าเป็นอะไร แผนที่ดาราเทพสงครามอยู่มานานขนาดนี้ ยังไม่เคยมีใครได้รับบาดเจ็บจากการฝึกฝนมาก่อน” กงเสวี่ยฮวาพูดอย่างมั่นใจ
“เช่นนั้น…” มู่ชิงเหยียนยังคงไม่วางใจ
กงเสวี่ยฮวากลับยิ้ม แล้วพูดว่า “เช่นนั้นก็แสดงว่าเจียงหลีแข็งแกร่งกว่ามู่เหยี่ยนฉือ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์