“…”
“…”
‘ข้าจะทำอย่างไรได้ ข้าควบคุมมันไม่ได้น่ะสิ!’
ขณะที่ไหวปี้พูดคำนั้นออกไป เจียงหลีก็เงียบไม่พูดอะไรส่วนไหวปี้ก็เงียบไปเช่นกัน
ทั้งสองพูดไม่ออก และบรรยากาศแปลกประหลาดก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา
ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ในที่สุดเจียงหลีก็สามารถควบคุมอารมณ์ที่เกือบจะรุนแรงของนางไว้ได้ และพูดคำต่อคำว่า “ข้าไม่ชอบสตรี”
“ข้าก็ไม่ชอบสตรีเช่นกัน!” ไหวปี้พูดต่อ ในสายตาของนาง เศร้ายิ่งกว่าเดิม
เมื่อมองไปที่ดวงตาของเจียงหลี ราวกับว่านางกำลังมองชายหนุ่มอย่างไรอย่างนั้น
ไม่สามารถต้านทานวิธีนี้ของนางได้ เจียงหลีละสายตาและพูดอย่างเย็นชาว่า “แล้วเจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ไหวปี้ส่ายหัวอย่างโกรธเคืองและเพิกเฉยต่อนาง
นางก็หดหู่ใจมากเหมือนกัน ไม่รู้จริงๆ ว่าสวรรค์ตาบอดหรืออย่างไร ถึงได้บอกว่าเจียงหลีคือโชคชะตาของนางได้ มันทำให้นางรู้สึกอธิบายไม่ถูกกับสตรีคนหนึ่งในตอนนี้ และความร รู้สึกที่ไม่ชัดเจนแบบนั้นทำให้นางแทบบ้า
ไหวปี้ได้ใจ แต่เจียงหลีไม่สนใจที่จะเกลี้ยกล่อมนาง
เป็นการดีที่สุดที่จะไม่เข้าไปพัวพัน!
เจียงหลีหันหลังกลับและเดินหน้าต่อไป
หลังจากนั้น นางเพิ่งเดินไปได้สองก้าว ไหวปี้ก็กระทืบเท้า “หยุดนะ”
“ไม่ต้องมาอ้อนข้า ข้าไม่หลงกลหรอก” เจียงหลีไม่เพียงแต่ไม่หยุด แต่ยังเร่งฝีเท้าให้เร็วกว่าเดิมแทน
ไหวปี้กัดฟันและหายตัวไปปรากฏต่อหน้าเจียงหลี จากนั้นก็เอื้อมมือออกไปขวางทางนาง
เจียงหลีขมวดคิ้ว กำลังคิดจะจากไปโดยใช้ศาสตร์ลับ แต่นางได้ยินไหวปี้พูดว่า “ใครให้เจ้าเป็นคนลิขิตของข้าล่ะ ข้าถูกลิขิตให้พัวพันกับเจ้าตลอดชีวิตนี้ของข้า”
“…” อะไรนะ
เจียงหลีกลัวมากจนก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวและมีอาการขนลุก
นี่เป็นครั้งแรกในสองชีวิตของนางที่ถูกสตรีไล่ตามมากเช่นนี้!
“อะไรคือคนในชะตาลิขิต อะไรคือพัวพันกันไม่หยุด เจ้าพูดให้มันชัดเจนทีสิ” ดวงตาของเจียงหลีฉายแววตกตะลึง
ดวงตาที่ไม่ปิดบังของนางเช่นนั้น ทำให้ไหวปี้รู้สึกเจ็บปวดมาก
“ข้าทำให้เจ้ารังเกียจขนาดนั้นเชียวรึ” ไหวปี้รู้สึกเสียใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นางก็เป็นถึงเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเวิ่นฉิง มีบุรุษหลายคนที่ต้องการเป็นที่โปรดปรานของนา าง และต้องการคุกเข่าแทบเท้าของนาง
แต่กับเจียงหลี นางปฏิบัติต่อตัวเองเหมือนดั่งแมงป่องที่มีพิษร้ายอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้าไม่ได้น่ารังเกียจ แต่พฤติกรรมของเจ้าน่ารังเกียจ” เจียงหลีกล่าวอย่างจริงใจ
ไหวปี้จ้องมองที่นางและถอนหายใจ เล่าเรื่องทั้งหมดให้นางฟัง “ตอนที่ข้าได้รับตำแหน่งเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเวิ่นฉิงนั้น ซือจุนบอกว่าข้าจะพบกับความรัก ครั้งหนึ่งข้าเคยถ ถามนางว่าจะแก้ไขอย่างไร นางยิ้มและบอกว่าหญิงสาวในวังเวิ่นฉิงนั้นมีอารมณ์อ่อนไหว ความรักกับเราเปรียบเสมือนดาบสองคม จะแก้ไขอย่างไร จำเป็นต้องทำตามหัวใจและคิดเอาเอง”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับข้า เจ้าคงไม่คิดว่าความรักของเจ้านั้นขึ้นอยู่กับข้าหรอกนะ” เจียงหลีแหวลั่น
นี่มันวิเศษเกินไปแล้ว!
เจียงหลีถามตัวเอง ทั้งสองชีวิตของนางชอบเพียงแต่ชายหนุ่มเท่านั้น! ชายหนุ่ม! เข้าใจไหม!
“ซือจุนของข้าบอกแล้วว่า หากมีคนที่ข้าไม่สามารถมองทะลุได้ปรากฏ คนๆ นั้นก็คือคนลิขิตของข้า” ไหวปี้พูดด้วยน้ำเสียงโกรธจัด
“…” เจียงหลีมึนงง
ไหวปี้กล่าวต่อ “คนแรกที่ข้าไม่สามารถมองทะลุได้คือเจ้า เจ้าคิดว่าข้าคิดอย่างไรล่ะ และคนที่รังแกข้าจนตายได้นั้น ก็มีเพียงเจ้า คนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิชามารยาของข้ า ก็เป็นเจ้า วันนี้เจ้าก็ช่วยชีวิตข้าอีกครั้ง ข้า…”
“อ่ะแฮ่ม” เจียงหลีกระแอมไอ
ช่วยไหวปี้ผ่านช่วงความรักงั้นหรือ จะช่วยได้อย่างไร นางไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนี้หรอกนะ! งานของตัวเองก็มีตั้งมากมาย
“เรื่องนี้ ข้าอาจช่วยเจ้าไม่ได้ ข้าเป็นคนมีชาติตระกูลนะ” เจียงหลีพูดอย่างอายขึ้นมาทันที
“ตระกูล!”
ไหวปี้มองนางด้วยความประหลาดใจ
เจียงหลีพยักหน้าอย่างจริงจังมาก “ใช่แล้ว”
“เจ้า…เจ้าแต่งงานแล้วงั้นรึ” ไหวปี้ร้องออกมาอย่างเงียบๆ หลังจากมองไปที่เจียงหลีสองสามครั้ง และหัวเราะเยาะอีกครั้ง “เจ้าคงไม่ลืมนะว่าข้ามาจากไหนกัน เจ้ายังมีครั้งแรกอยู่ หรือไม่ข้าจะมองไม่ออกได้อย่างไร”
เจียงหลีไม่รู้สึกละอายและพูดอย่างโผงผางว่า “หมั้นแล้วก็ไม่ได้หรือไร”
“ใครกันที่โชคดีได้แต่งงานกับคนงดงามผู้ยิ่งใหญ่อย่างเจ้า” ร่องรอยของความผิดหวังปรากฏบนดวงตาของไหวปี้
เมื่อคิดถึงลู่เจี้ย เจียงหลีก็ยิ้มอย่างอ่อนหวาน “แท้จริง เขาโชคดีที่ได้พบข้า และข้าก็โชคดีที่ได้พบเขาเช่นกัน”
ไหวปี้กัดริมฝีปากของนางเบาๆ และนิ่งเงียบ
เจียงหลีหันมามองนางและพูดอย่างจริงจัง “ดังนั้น ข้าขอเตือนเจ้า หลังจากที่เจ้าออกจากดินแดนผนึกมารนี้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าจำคนผิดและเสียเวลาผ่านช่วงความรักนี้ของเจ จ้า ขอให้เจ้าไปถามซือจุนของเจ้าให้ชัดเจนว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ หรือมีที่ใดที่เจ้าเข้าใจผิดไป
“เจ้ารังเกียจข้าขนาดนั้นเชียวหรือ” ไหวปี้กังวล
เจียงหลีตอบทันที “ไม่ใช่ว่าข้ารังเกียจเจ้า แต่ข้าไม่คุ้นเคยกับเจ้าเลยตั้งแต่แรก หากเจ้าอยู่ในความสัมพันธ์ปกติกับข้า ก็คงไม่เป็นไร มีสหายหลายคนก็มีหลายทางน่ะ แต่นี่เจ้ ากลับต้องการให้ข้าช่วยเจ้าผ่านช่วงแห่งความรัก แบบนี้ไม่ได้เป็นการลำบากข้าหรอกหรือ”
ไหวปี้โกรธกับสิ่งที่นางพูด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบโต้มันอย่างไร
ในที่สุด นางก็กระทืบเท้าอย่างดุดัน และงอแง “ข้าไม่สน! อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ข้าจะถามซือจุนให้ชัดแจ้ง ข้าตามติดตัวเจ้าเป็นแน่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์