แสงสีทองปะทะกับพลังมาร ทำให้เกิดคลื่นสั่นสะเทือนกระจายไปรอบๆ ทุกทิศทางและคนที่ดูการต่อสู้อยู่นั้นก็ถอยหลังไป
ทุกคนใช้โอกาสตอนนี้เว้นระยะห่างระหว่างกันและกันเพื่อระวังตัวจากทุกคน
ไม่มีใครรู้ว่าคนที่จะเข้าสู่การเป็นมารคนต่อไปจะเป็นใคร
การต่อสู้ของพระมหาอินฮูและศิษย์น้องสำนักเดียวกันมีอานุภาพรุนแรง สีทองแห่งพระธรรมนั้นต้องการจะปราบมาร แต่เหมือนว่าพลังมารสีดำจะไม่ยอมศิโรร ราบ
“พระมหาอินฮูถูกลือว่าเป็นลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในสำนักฝัวหมัว ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ดูจากตอนนี้แล้ว คำพูดนี้คงจะจริง” กงเ เสวี่ยฮวาพูดกระซิบข้างหูเจียงหลี
เจียงหลีก็พยักหน้าเห็นด้วย
ท่ามกลางการต่อสู้นี้ นางสามารถมองเห็นถึงพรสวรรค์ของพระมหาอินฮู
พลังมารกลายเป็นฝ่ามือสีดำที่น่าสะพรึงกลัว มันต้องการจะทำลายแสงแห่งพระธรรม และแสงทองแห่งพระธรรมก็รวมเข้าด้วยกันกลายเป็นฝ่ามือสีทองเช่นเดียวกั น และปะทะเข้ากับฝ่ามือสีดำกลางอากาศ
เสียงของพลังที่ปะทะกันราวกับจะทำให้ฟ้าพังทลายลงมาอย่างไรอย่างนั้น
ฝ่ามือสีดำนั้นสลายหายไป ฝ่ามือสีทองแห่งพระธรรมใช้โอกาสนี้พุ่งมาจากท้องฟ้า
อ้ากกก!
อันตรายอยู่ตรงหน้า ลูกศิษย์สำนักฝัวหมัวคนนั้นที่เข้าสู่การเป็นมารกลับไม่เกรงกลัวเลยสักนิด จิตสังหารในร่างกายกลับยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ฝ่ามือสีทองดูแล้วเหมือนจะเคลื่อนไหวช้าลง แต่ชั่วพริบตาเดียวกับตกลงมา
ตู้มมม!
หลังจากที่เสียงดังนั้นสงบลง ลูกศิษย์สำนักฝัวหมัวคนนั้นที่เข้าสู่การเป็นมารก็ถูกโจมตีจนฟุบไป ฝ่ามือสีทองทับอยู่บนตัวเขา ฝ่ามือนั้นมั่ นคงราวกับภูเขาไท่ซาน เขาถูกกดทับอยู่ แต่กลับยังคงดิ้นรนต่อ สีหน้าโหดเหี้ยม ดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดเกือบจะมีเลือดออกมา
“อิสระไร้ขอบเขต ศิษย์น้องพักผ่อนเสียเถอะ” เสียงของพระมหาอินฮูดังออกมาจากแสงทองแห่งพระธรรม ฝ่ามือสีทองนั้นกดลงมาอีกครั้ง
ทันใดนั้น พื้นดินก็จมลงไป ผู้คนที่ดูการต่อสู้อยู่ก็รับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือนของทุ่งราบนี้
แสงทองสลายไป บนพื้นมีรอยฝ่ามือที่ใหญ่มหึมาทิ้งไว้อยู่ และลูกศิษย์ของสำนักฝัวหมัวคนนั้นก็นอนอยู่ในหลุมกลางฝ่ามือ สลบไปไม่ได้สติ
พระมหาอินฮูหยุดคนที่บ้าคลั่งได้แล้ว ทุกคนต่างโล่งใจ
ทันใดนั้นเสียงร้องก็ดังขึ้น
จิตสังหารที่เยือกเย็นพุ่งเข้ามาหาเจียงหลีด้วยความรวดเร็ว
สายฟ้าผ่ามาอย่างรวดเร็ว เจียงหลีรีบผลักกงเสวี่ยฮวา เขาพุ่งออกไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว และเจียงหลีก็รีบถอยเพื่อหลบการโจมตีที่เข้ามาอย่า างกะทันหันเช่นกัน
เกิดอะไรขึ้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ทุกคนอึ้งไป
“ฮ่าๆๆ! ข้าจะฆ่าให้หมดทุกคนนน!” เสียงที่บ้าคลั่งของอวิ๋นซู่ดังขึ้น และเขาก็ไล่ตามเจียงหลีมา
มีคนเข้าสู่การเป็นมารอีกแล้วรึ
ครั้งนี้คืออวิ๋นซู่แห่งป้อมปราการเฟยอวิ๋นอย่างนั้นรึ!
ทุกคนต่างตกใจ
กงเสวี่ยฮวาได้สติ สีหน้าเปลี่ยนไป กำลังจะตามเจียงหลีไป อวิ๋นซู่คนนั้นคือหลิงหวัง! แล้วตอนที่เขาเป็นหลิงจงก็เคยฆ่าหลิงหวังมาแล้ว พลัง การต่อสู้ของเขาใช่ว่าหลิงหวังกระจอกๆ ของสำนักพรตเสวียนหมิงจะเทียบได้
แต่ทว่าเขาเพิ่งจะขยับ ตรงหน้าเขาก็มีคนเสื้อขาวชุดฟ้าปรากฏขึ้น
ป้อมปราการเฟยอวิ๋น!
กงเสวี่ยฮวาหรี่ตาทั้งสองข้างลงทันที แล้วจ้องมองคนตรงหน้าที่มาขวางทาง เห็นเพียงแสงสีแดงในตาของเขา รอยยิ้มที่โหดเหี้ยม ทั้งตัวเต็มไปด้วยพล ลังแห่งความดุร้าย
“พระมหาอินฮู ในเมื่อที่นี่อยากจะให้พวกเราฆ่ากันเอง พวกเราก็มาลองดูกันเถอะ ดูว่าสุดท้ายแล้วจะเหลือกี่คนที่สามารถมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี ” ลูกศิษย์ของป้อมปราการเฟยอวิ๋นที่ขวางพระมหาอินฮูยิ้มอย่างโหดเหี้ยม
พระมหาอินฮูสงบนิ่งเหมือนเคย พนมมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วพูดว่า “อิสระไร้ขอบเขต”
“พวกเจ้าวางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว!” ไหวปี้ตะโกนเสียงดัง
วางแผนล่วงหน้า? ก็ใช่น่ะสิ!
ก่อนจะเข้าสู่สถานที่ผนึกมาร คนของป้อมปราการเฟยอวิ๋นก็มีภารกิจเพิ่มมาอย่างหนึ่ง นั่นก็คือจำเป็นจะต้องฆ่าผู้ฝึกฝนของกลุ่มอำนาจฮวงเสินให้หมด ด ถ้าหากฆ่าได้ไม่หมด ก็ต้องฆ่าลูกศิษย์ของตำหนักเย่าให้ได้
ก่อนหน้านี้ เจียงเฮ่าที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดในทั้งห้าคนของฮวงเสินต้องจากไปเพราะตำหนักหลีหั่ว โอกาสหายากแบบนี้ ป้อมปราการเฟยอวิ๋นจะปล่อยไป ปได้อย่างไรเล่า
“เลวทรามต่ำช้า!” หลังจากที่ไหวปี้ตะโกนคำนี้ออกมา แววตาของกงเสวี่ยฮวาก็เย็นชาขึ้นมาทันที “คนของป้อมปราการเฟยอวิ๋นอย่างพวกเจ้า เพื่อที่จะฆ่าค คน นึกไม่ถึงว่าจะแกล้งทำเป็นเข้าสู่การเป็นมาร!”
ลูกศิษย์ของป้อมปราการเฟยอวิ๋นที่สู้กับเขากลับแสยะยิ้มอย่างไม่สนใจ “บรรลุเป้าหมายก็พอ ทำไมจะต้องสนใจวิธีการด้วย”
เพิ่งสิ้นเสียง ลูกศิษย์ของป้อมปราการเฟยอวิ๋นคนนั้นก็กลายเป็นแสงสีแดงพุ่งเข้าโจมตีกงเสวี่ยฮวาด้วยความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ชั่วพริบตาเดียว กงเสวี่ยฮวาก็ได้ปะทะกับเขาไปหลายครั้งแล้ว ความเร็วที่แปลกประหลาดนี้ ทำให้กงเสวี่ยฮวาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ความโกรธในใจเพิ่มมาก กขึ้น
ในที่ที่ไกลออกไป เจียงหลีและอวิ๋นซู่ก็ยืนคุมเชิงกันอยู่กลางอากาศ
แสงสีทองอันงดงามบนชุดที่นางสวมใส่ ขับให้ใบหน้าที่งดงามและขาวผ่องของนางยิ่งดูสูงส่งและงดงามมากยิ่งขึ้น
อวิ๋นซู่ยากที่จะปิดบังสายตาที่ตะลึงในความงามได้ เขาพูดว่า “ถ้าหากเจ้ายอมประกาศว่าเจ้าจะออกจากฮวงเสินมาเข้าร่วมกับป้อมปราการเฟยอวิ๋น แล้วมาเ เป็นผู้หญิงของข้า ข้ารับรองว่าเจ้าจะไม่ตาย”
เจียงหลียิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วมองเขาด้วยความเหยียดหยาม “ไม่คิดจะเสแสร้งต่อไปแล้วหรือ”
อวิ๋นซู่ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและความมั่นใจในตัวเอง “ที่นี่ไม่มีคนอื่น ข้าแค่อยากจะบอกความในใจกับเจ้า เพียงแต่ในสภาพแว วดล้อมที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ใครจะไปรู้ว่าเราจะเข้าสู่การเป็นมารตอนไหน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์