บทที่ 20 ตบหน้า
ทันใดนั้นซูเสวี่ยก็รู้สึกได้ว่ามีใครที่กำลังกอดเธออยู่และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับฉิงเทียน
เธอจึงได้เอนตัวของเธอเข้าหาอ้อมกอดของฉิงเทียนอย่างมีความสุขและพูดกับหลิวไห่อย่างภาคภูมิใจ “หลิวไห่ คนคนนี้คือแฟนของฉัน”
ผู้คนรอบๆต่างก็มองดูมาที่ซูเสวี่ยอย่างประหลาดใจ ซูเสวี่ยนั้นคือนักบริหารการเงินอาวุโสของบริษัท ถึงแม้ว่าเธอจะชอบพูดคุยและหยอกล้อกับคนในบริษัทบ่อยๆก็ตาม แต่ไม่มีใครที่เคยเห็นเธออิงแอบแนบชิดกับผู้ชายอย่างมีความสุขเช่นนี้มาก่อน
อย่าว่าแต่จะเห็นผู้ชายได้กอดซูเสวี่ยเลย แค่จะจับมือของเธอยังเป็นไปไม่ได้เลย
ถึงแม้ฉิงเทียนนั้นจะแต่งตัวธรรมดาๆในวันนี้ แต่เขาก็สูงถึง 1.8 เมตร และยังมีใบหน้าที่หล่อเหลา เรียกได้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่หล่อเท่มาก
“ไม่คิดเลยว่าผู้จัดการซูนั้นจะมีแฟนหนุ่มที่หล่อเหลาเช่นนี้!” หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น
“ไม่รู้เลยแฮะว่าเขาทำอย่างไรถึงได้เอาชนะใจของซูเสวี่ยไปได้” ชายสวมแว่นคนหนึ่งได้ดันแว่นของเขาด้วยความอิจฉา
ฉิงเทียนมองไปที่หลิวไห่ที่กำลังโกรธและจ้องมองมาที่เขา ฉิงเทียนจึงได้ลูบจมูกของเขาและพูดเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร “สุภาพบุรุษท่านนี้เขาคุกเข่าทำไมเนี่ย! คุณเก็บดอกไม้ที่คุณจะให้เสวี่ยเอ๋อกลับไปเถอะ แล้วต่อไปนี้ผมจะเป็นคนส่งดอกไม้มาให้เอง คุณไม่จำเป็นต้องส่งดอกไม้มาให้เช่นนี้อีกแล้ว”
หลิวไห่ได้ยินที่ฉิงเทียนถากถางเขาและมองฉิงเทียนด้วยความโกรธ แล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะขว้างดอกไม้ทิ้งลงบนพื้นและพูดกับฉิงเทียน “แกเป็นใคร! ปล่อยเธอซะแล้วจะไปไหนก็ไป”
เมื่อสักครู่ เพราะฉิงเทียนนั้นไม่ได้สนใจมองเขามากนักเพราะเขากำลังคุกเข่าอยู่ แต่พอหลิวไห่ลุกขึ้นยืนจ้องมองเขา เขาถึงได้นึกออกขึ้นมา
ฉิงเทียนจึงจำได้ว่าไม่ใช่ว่าชายคนนี้คือผู้ชายคนที่จะข่มขืนสาวในโรงแรมหรอกเหรอ แล้วนี่เขายังอยากที่จะจีบเสวี่ยเอ๋อของเขาอีกงั้นเหรอ
หลิวไห่ที่จ้องมองมาที่ใบหน้าของฉิงเทียนก็นึกออกได้เช่นกันว่าฉิงเทียนนั้นคือคนที่มาทำลายความสุขของเขา ในเวลานี้เขาจึงได้โกรธจัดเราวกับไปกินแมลงวันมายังไงอย่างงั้น “ไอ้หนู มันเป็นแกอีกแล้วเรอะ?”
เมื่อซูเสวี่ยได้ยินคำพูดถากถางฉิงเทียนของหลิวไห่ เธอจึงได้พูดขึ้นทันทีด้วยสีหน้าจริงจัง “หลิวไห่ แฟนหนุ่มของฉันอายุไม่ได้ห่างขนาดที่จะให้คุณเรียกเขาเช่นนั้นนะ”
มองดูซูเสวี่ยที่กำลังช่วยปกป้องเขาเช่นนี้ ฉิงเทียนจึงได้กอดที่เอวของซูเสวี่ยและพูดกระซิบอย่างมีความสุข “ปล่อยให้ผมจัดการเองนะ!”
“ก็ได้ค่ะ ฉันเชื่อใจคุณนะ!” ซูเสวี่ยพูดอย่างเชื่อมั่น
ฉิงเทียนก็หันหน้าไปหาหลิวไห่ แล้วพูดกับเขา “ชื่อหลิวไห่สินะ คราวนี้ผมจะขอเตือนคุณว่าซูเสวี่ยนั้นเป็นแฟนของผม อย่าได้มายุ่งกับเธออีก”
“ฮ่าๆ แกกล้ามาไล่ฉันคนนี้ออกไปงั้นเหรอ แกรู้รึเปล่าว่าฉันเป็นใคร? แกเชื่อไหมล่ะว่าฉันสามารถอัดแกให้ตายได้ด้วยเงิน” หลิวไห่พูดอย่างเย่อหยิ่ง
“ฮะๆ ผมรู้อยู่ว่าคุณน่ะคือหลิวไห่ ลูกชายคนที่สองของเหวินไห่กรุ๊ป”
“ถ้ารู้ก็ดีแล้ว แกควรที่จะไสหัวของแกไปจากซูเสวี่ยได้แล้ว ฉันกำลังพิจารณาดูอยู่ว่าจะปล่อยแกไปดีไหม!” หลิวไห่พูดอย่างภาคภูมิใจ
คนจำนวนมากมองดูฉิงเทียนว่าเขาจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะอย่างไรก็ตามหลิวไห่นั้นเป็นคนที่ไม่ธรรมดา พวกเขาจึงได้คิดว่า ฉิงเทียนคงจะยอมถอยไปแน่ๆ เพราะการไปล่วงเกินหลิวไห่สำหรับคนธรรมดาอย่างเขาแล้วเป็นเรื่องยากมากที่จะสู้กับหลิวไห่ได้ ถึงแม้ฉิงเทียนจะดูดีก็ตามแต่การแต่งกายของเขานั้นไม่ใช่ของที่คนรวยใส่กันแน่นอน
“ผมนะไม่กลัวการล้างแค้นของคุณหลอกนะหลิวไห่ จะบอกให้เลยนะอย่างคุณน่ะไม่สามารถที่จะขับไล่ผมออกไปจากโม๋ตูได้หรอก” ฉิงเทียนพูดอย่างมั่นใจ
ฉิงเทียนไม่ต้องการที่จะพูดอะไรกับเขาต่ออีก เพราะที่นี่มีคนอยู่มากเกินไป ฉิงเทียนไปต้องการให้ชื่อเสียงของซูเสวี่ยต้องมามัวหมองไปพร้อมกับเขาด้วย
“ผมไม่อยากจะเสวนาไร้สาระกับคุณแล้ว ผมมีธุระอื่นต้องไปทำกับซูเสวี่ย!” จากนั้นเขาก็จูงมือพาซูเสวี่ยออกไปข้างนอก
หลิวไห่คิดว่าฉิงเทียนนั้นกลัวเขา เขาจึงได้พุ่งมาขวางทางของฉิงเทียน และพูดขึ้น “แกจะออกไปก็ได้ถ้าแกต้องการ แต่วันนี้ข้าจะทำให้แกต้องรู้ว่าแกคิดผิดที่กล้ามายุ่งกับหลิวไห่”
“พวกแกจัดการ!” หลิวไห่ชี้ไปที่ชายชุดดำสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาและชี้ไปที่ฉิงเทียน
ทั้งสองคนนี้สูงใหญ่มากและยังมีท่าทางที่ดุดันอีกต่างหาก
ทุกคนพากันวิ่งหนีไปรอบๆเมื่อรู้ว่าจะมีการสู้กัน
มีเสียงของผู้หญิงกรีดร้องและตามมาด้วยเสียงโครมครามเหมือนมีอะไรบางอย่างตกลงไปที่พื้น
“ฉิงเทียน ฉิงเทียน แกอย่ามาแตะต้องฉันจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นพี่สาวของฉันไม่ปล่อยแกไปง่ายๆแน่” หลิวไห่พูดอย่างตัวสั่น!
มองมาที่หลิวไห่ ฉิงเทียนคิดว่าเขาคงไม่เคยถูกรังแกหรือเผชิญความยากลำบากมาก่อนแน่ๆ
ส่วนทุกคนนั้นต่างก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นฉิงเทียนสามารถทำให้คนที่ร่างกายกำยำและสูงถึง 1.9 เมตรลงไปนอนกองได้
มีหญิงสาวบางคนที่จ้องมองมายังฉิงเทียนด้วยสายตาที่ชื่นชม
ซูเสวี่ยจึงได้เดินไปหาฉิงเทียนและพูดขึ้น “ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ ฉิงเทียน! ยังไงเขาก็เป็นทายาทของเหวินไห่กรุ๊ป”
ฉิงเทียนหันหน้าไปมองซูเสวี่ยแล้วผงกหัวก่อนจะพูด “เพราะเสวี่ยเอ๋อขอเอาไว้นะ ผมจะไม่เอาเรื่องคุณในวันนี้”
หลังจากที่พูดจบเขากับซูเสวี่ยก็ได้เตรียมตัวที่จะออกไปข้างนอก ส่วนร.ป.ภ.ก็ได้รีบวิ่งขึ้นมาหาซูเสวี่ยทันที “ที่นี่เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอครับผู้จัดการซู?”
ซูเสวี่ยชี้ไปที่หลิวไห่แล้วพูดขึ้น “พวกคุณไปทวงถามค่าเสียหายที่นี่จากหลิวไห่เอาละกัน วันนี้ฉันเลิกงานแล้ว!”
หลังจากนั้นหัวหน้าร.ป.ภ.ก็ยืนมองผู้จัดการที่จับมือถือแขนกับฉิงเทียนเดินออกไปข้างนอกด้วยความสงสัย
หัวหน้าร.ป.ภ.จึงได้เดินมาหาหลิวไห่ ผู้ซึ่งมีสีหน้าที่ไม่ค่อยยินดีเท่าไร จึงได้ถามเขาอย่างระวังตัว “คุณชายหลิวครับ เรื่องของค่าเสียหาย!”
หลิวไห่ผู้มีสีหน้าไม่ยินดีได้วางเครดิตการ์ดลงบนมือของหัวหน้าร.ป.ภ. “ไม่ว่าเท่าไรก็ดึงเอาจากบัตรใบนี้ไปได้เลย ส่วนพวกแกสองตัวไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก!” เขาตะโกนด่าใส่บอดี้การ์ดของเขาที่ลงไปนอนกองอยู่กับพื้น
ผู้คนต่างก็มองยืนเหตุการณ์น่าตื่นเต้นนี้ด้วยสายตาที่เบิกกว้าง และไม่คิดว่าฉิงเทียนนั้นจะสามารถล่วงเกินหลิวไห่และสามารถออกไปจากที่นี่ได้อย่างเท่
หลิวไห่มองไปที่ฉิงเทียนแล้วพูดขึ้นมา “ฉิงเทียนฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้าฉันไม่สามารถฆ่าแกได้ ก็ไม่ใช่หลิวไห่แล้ว”
“20 ล้านก็ 20 ล้านวะ ต่อให้ไม่มีเงินติดตัวไปตลอดทั้งปีเลยก็เอาวะ!” หลิวไห่หยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาด้วยความโกรธ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย