เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 403

บทที่ 403 การต่อสู้รอบ 10 คนสุดท้าย

“ท่านไม่คิดถึงข้าบ้างเหรอ? ท่านยอดนักปรุงยา” ฉิงอวี้เอ๋อที่เลิกที่จะขัดขืนฉิงเทียนและยอมปล่อยให้เขากดทับตัวของเธอ ดวงตาแบบนกหงส์ไฟของเธอได้จ้องมองมาที่ฉิงเทียน

แต่ทว่าฉิงเทียนนั้นไม่เชื่อในคำพูดไร้สาระของเธอ ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงประเภทที่ฉลาดและเจ้าเล่ห์เหมือนกับจิ้งจอก และเขาไม่จัดการกับเธอให้ดีๆละก็ เธอคงได้นั่งนับเงินสบายใจเฉิบหลังจากที่ขายเขาไปแล้วแน่ๆ

ฉิงเทียนก็ได้พูดน้ำเสียงเย็นชา “ไม่ต้องมาทำพูดเฉไฉ บอกมา! คุณมาทำอะไรที่นี่?”

ก่อนที่ฉิงเทียนจะได้พูดจบ น้ำตาก็ได้ไหลออกมาจากตาทั้งสองข้างของฉิงอวี้เอ๋อ ร้องไห้โยเยเหมือนกับเด็กๆ “ทำไมเจ้าถึงได้ทำกับคนอื่นแบบนี้?”

ในตอนนั้นเองที่ฉิงเทียนก็ได้มีสีหน้ายุ่งยากใจขึ้นมา นี่คือผู้บำเพ็ญเพียรระดับเหอถี่จริงๆเหรอ? เหมือนกับน้องสาวข้างบ้านที่ชอบขี้แกล้งมากกว่า

ในขณะนั้นเองฉิงอวี้เอ๋อก็ได้อาศัยจังหวะที่ฉิงเทียนกำลังเหม่อ พาตัวเองดิ้นหลุดออกจากการควบคุมของฉิงเทียนแล้วหนีไปที่ประตูทันที

“หยิงเทียน ฝากไว้ก่อนเถอะ!” ฉิงอวี้เอ๋อกล่าว

แล้วฉิงอวี้เอ๋อก็ได้หนีออกไปราวกับกระต่าย พร้อมกับหัวใจที่เต้นตึกตักโดยเฉพาะยามที่นึกถึงความรู้สึกที่หน้าอกของเธอ แล้วหน้าของเธอก็แดงขึ้นมา

แล้วฉิงเทียนกับฉิงหยูก็ได้ออกจากโรงเตี๊ยมในเช้าวันถัดมา วันนี้เป็นวันแข่งประลองยุทธ์รอบ 10 คนสุดท้าย

มีสถานที่ที่ชื่อว่าเมี่ยวเก๋อโหลวอยู่ไม่ไกลจากสนามประลองยุทธ์ และมีผู้คนมากมายต่างก็มารวมกันที่นี่ในขณะนี้ เมี่ยวเก๋อโหลวนั้นคืออีกหนึ่งกิจการของสำนักซูซานในเมืองเทียนเฉิงแห่งนี้ แต่ทว่าถึงจะใช้ที่ฟังดูดีอย่างห้องใต้หลังคาสวยงาม (เมี่ยวเก๋อโหลว)แต่แท้จริงแล้วมันก็คือบ่อนพนันดีๆนี่เอง

ไม่เพียงแค่ที่โลกเบื้องล่าง แต่ที่โลกผู้บำเพ็ญเพียรเองการพนันก็เป็นสิ่งที่ขาดเสียไม่ได้ และในวันนี้ก็เป็นวันศึกประลองยุทธ์รอบ 10 คนสุดท้ายแล้วด้วย เมี่ยวเก๋อโหลวนั้นจะพลาดโอกาสทองเช่นนี้ได้อย่างไร

ที่กลางห้องโถงใหญ่ของเมี่ยวเก๋อโหลวนั้น มีโต๊ะหินหยกขนาดใหญ่ทรงมังกรขดเป็นสี่เหลี่ยมอยู่ซึ่งดูมีสง่าราศี ถึงแม้ที่นี่จะดูซอมซ่อไปเสียหน่อยแต่ก็ยังเป็นบ่อนพนัน ที่โต๊ะหินหยกมังกรนั้นได้ถูกแบ่งออกเป็น 20 ส่วน และแต่ละส่วนก็ได้มีการติดชื่อเอาไว้ ซึ่งชื่อเหล่านั้นคือผู้ที่ติดอันดับ 20 คนสุดท้ายที่เข้ามายังรอบสองของการแข่งประลองยุทธ์และที่ข้างๆชื่อเหล่านี้ก็จะมี

ที่ใกล้ๆกับป้ายชื่อก็จะมีตัวเลขอัตราแต้มต่อของผู้ที่จะมีโอกาสได้เข้ารอบ 10 ไปแข่งในรอบถัดไป เช่นเดียวกับรอบสามคนสุดท้ายและรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งทั้งสามแต้มต่อเหล่านี้ถูกเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน

ซึ่งแต้มต่อของเจี้ยนอ้าวที่จะชนะเลิศการแข่งประลองยุทธ์นี้ถูกเขียนเอาไว้1:2 ซึ่งเป็นแต้มต่อที่ต่ำมากแสดงให้เห็นว่าสำนักซูซานนั้นยึดติดกับเจี้ยนอ้าวมากเพียงใด ซึ่งคงมีคนที่คิดเช่นนั้น อย่างไรเสียเจี้ยนอ้าวก็เป็นถึงศิษย์เอกของสำนักซูซาน และในหลายปีมานี้มีผู้กล้าจำนวนนับไม่ถ้วนที่ต้องร่วงโรยภายใต้คมกระบี่ยาวในมือของเขา

ดังนั้นจึงได้มีคนมากมายที่ลงเดิมพันที่เจี้ยนอ้าวว่าจะชนะเลิศ แม้ว่าอัตราแต้มต่อจะต่ำกตาม

แต่พวกเขาต่างก็เชื่อว่ามีโอกาสอย่างมากที่เจี้ยนอ้าวจะชนะเลิศ แต่ก็มีบางคนที่คิดเห็นต่างกันออกไป พวกเขาคิดว่าเมี่ยวเก๋อโหลวนั้นเปิดโดยสำนักซูซานเองจึงได้ให้อัตราแต้มต่อของลูกศิษย์ตัวเองเอาไว้ต่ำซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของพวกเขา

และเวลานี้เองที่ใกล้ๆโต๊ะหยกมังกรนั้น มีคนสองคนที่ตัวเอกของงานประลองยุทธ์ในครั้งนี้อยู่ด้วย ซึ่งก็คือฉิงเทียนกับฉิงหยูนั่นเอง พบว่าไม่มีใครเลยที่วางเดิมพันพวกเขาเลย ซึ่งการที่เขาผ่านเข้ารอบมายัง 20 คนสุดท้ายได้นั้นก็เก่งมากแล้ว

“พี่ครับ แต้มต่อของผมช่างโหดร้ายมากเลย” ฉิงหยูที่คอตกหลังจากที่มองดูชื่อของเขาที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ซึ่งที่รายชื่อนั้นมีเขียนเอาไว้ว่าแต้มต่อของฉิงหยูที่จะเข้ารอบ 10 คนนั้นมีอยู่แค่ 1:4 ในขณะที่แต้มต่อเข้ารอบสามคนสุดท้ายอยู่ที่ 1:100 และแต้มต่อของเขาที่จะชนะเลิศนั้นงานประลองนั้นสูงถึง 1:500

ส่วนแต้มต่อของฉิงเทียนนั้นก็ดีกว่าแต้มต่อของฉิงเทียนแค่นิดหน่อยเท่านั้น นั่นคือเข้ารอบ 10 คนอยู่ที่ 1:3 และเข้ารอบ 3 คนอยู่ที่ 1:50 ส่วนชนะเลิศนั้นอยู่ที่ 1:400

“น้องคิดว่าพวกเราน่าจะลงพนันกันสักหน่อยไหม?” ฉิงเทียนยิ้มไปที่ฉิงหยู

“เอาสิ พวกเขาดูถูกผมขนาดนี้! ก็มาสูบเลือดพวกเขาออกเสียหน่อยกันดีกว่า แล้วพวกเราจะลงพนันชนะเลิศหรือรอบสามคนสุดท้ายดีล่ะ?” ฉิงหยูถามอย่างตื่นเต้น แล้วมองไปที่อัตราแต้มต่อที่แสดงอยู่

บทสนทนาของทั้งสองคนนี้ได้ทำให้คนข้างๆพวกเขารู้สึกสนใจขึ้นมาว่า มีคนที่คิดจะเดิมพันตัวเอง แล้วแถมยังลงเดิมพันในรอบ 3 คนสุดท้ายกับชนะเลิศอีกต่างหาก พวกเขาบ้าไปแล้วหรือยังไง? หากลงพนันในรอบ 10 คนสุดท้ายยังดูมีลุ้นเสียกว่า แต่การลงพนันรอบ 3 คนสุดท้ายกับชนะเลิศนี่ช่างเสียเปล่าจริงๆ

“ลงเดิมพันรางวัลใหญ่ไปเลย คิดว่าเสี่ยวหยูหรือพี่จะชนะเลิศดีล่ะ?” ฉิงเทียนถาม

“พี่อย่ามาล้อเล่นน่า อย่างผมจะชนะเลิศได้อย่างไร ผมคิดว่าน่าจะเป็นพี่มากกว่าที่จะชนะเลิศน่ะ” ฉิงหยูวางเดิมพันหยกทั้หมดในมือเขาไปที่เดิมพันชนะเลิศของฉิงเทียน

หยกจำนวนเหล่านี้มีไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะจากการที่ฉิงเทียนนั้นได้ขายยาโพ่อิงไป ทำให้ได้มามากกว่า 1,000 หินหยกกลาง ถ้าอัตราแต้มต่ออยู่ที่ 1:400 เขาก็จะได้ 400,000 หินหยกกลางเลยทีเดียว

สายตาของฉิงอวี้เอ๋อนั้นได้สอดส่องหาฉิงเทียนในหมู่ผู้คน หลังจากที่ทั้งคู่ได้สัมผัสกันและกันเมื่อคืนนี้ ได้ทำให้หัวใจของฉิงอวี้เอ๋อนั้นเต้นตุ๊มๆต่อมๆ ซึ่งเป็นอะไรที่เธอไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลย

สายตาของฉิงอวี้เอ๋อนั้นได้สาดส่องไปมาจนกระทั่งพบกับฉิงเทียน

เหล่าคนที่ได้เข้ารอบเมื่อวานนี้ต่างก็มากันพร้อมแล้ว การแข่งขันประลองยุทธ์นี้จัดขึ้นทุกๆ 10 ปีครั้ง พวกเขาจึงต่างก็รู้กฎของการแข่งนี้ดีอยู่แล้ว และในฐานะที่สำนักซูซานเป็นเจ้าภาพ ผู้อาวุโสเจี้ยนจากสำนักซูซานก็ได้มองไปที่เวทีประลองทั้ง 5 แล้วกล่าว “ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้เข้ารอบที่ 3 ของงานประลองยุทธ์ในครั้งนี้ ข้าคิดว่าทุกคนคงจะทราบกฏกันดีอยู่แล้ว แต่ข้าจะขออธิบายเวทีประลองทั้งห้านี้ให้ฟังอีกครั้ง ตอนนี้จะต้องแบ่งออกเป็นเวทีละ 4 คน และในสี่คนนี้สามารถที่จะเลือกสู้กับใครก็ได้ตามต้องการ แต่ถ้ามีใครสักคนแพ้ และทุกคนที่แพ้จะมีโอกาสที่จะแก้ตัวได้อีกครั้ง…..”

“จำไว้ให้ดี ผู้ที่แพ้จะมีโอกาสที่จะท้าสู้กับคนอื่นได้อีกแค่ครั้งเดียว หากชนะก็จะต้องอยู่บนเวทีต่อและจะสามารถรับคำท้าสู้ได้อย่างเดียวเท่านั้น และถ้าหากแพ้อีกก็จะต้องออกจากการแข่งไป”

“พวกเจ้าจะท้าสู้กับใครก็ได้ตามใจเจ้า แต่หลังจากที่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้แล้ว ผู้ที่แพ้จะต้องลงจากเวทีเพื่อท้าสู้กับคนอื่นบนเวทีใหม่ และจะไม่สามารถสู้กับคนที่สู้ไปแล้วอีกรอบได้ นั่นคือกฎของการแข่งรอบนี้” ทุกคนต่างก็เงียบ เพราะต่างก็รู้กฎกันดีอยู่แล้ว สำหรับการแข่งขันรอบนี้นั้นจะดุเดือดยิ่งกว่ารอบก่อน ซึ่งสามารถเลือกสู้กับคนที่อยู่ในเวทีเดียวกันได้และหากแพ้ก็มีโอกาสที่จะกลับเข้าสู้การแข่งได้อีกครั้ง เพื่อความยุติธรรมของผู้เข้าแข่งขัน ไม่อย่างนั้นอาจจะมีคนเก่งจริงแต่โชคร้ายเจอคนเก่งกว่าแล้วแพ้ไป หรือมีคนที่อ่อนแอที่สุดโชคดีได้เข้ารอบ 10 คนไป ถ้าเกิดเจอเรื่องเช่นนี้ก็จะโชคร้ายเกินไป จึงได้ให้มีโอกาสแก้ตัวอีกรอบ ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่กลับมาสู่สนามแล้วจะต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้ และผู้ที่แพ้ได้จะไม่สามารถเลือกคู่ต่อสู้เดิมได้

แน่นอนว่า ถ้าเกิดว่ามีคนสองคนที่เก่งพอๆกันแล้วเลือกคู่ต่อสู้เพียงคนเดียว ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆก็คงได้แต่ต้องยอมรับว่าโชคร้ายจริงๆแล้ว ซึ่งโอกาสที่จะเกิดเช่นนั้นได้ยากมาก เหล่าผู้เข้าแข่งขันที่ทรงพลังจริงๆนั้นเลือกที่จะพักให้มากเข้าไว้มากกว่า

ตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 5 เวที และแต่ละเวทีจะมีผู้เข้าแข่งขัน 4 คน ซึ่งที่เวทีแรกประกอบด้วย ฉิงเทียน, เซวียนหยวนหู, ฝ่าจิ้งจากฝอซาน และชายที่คลุมตัวด้วยผ้าสีดำและถือหอกเอาไว้ที่มือของเขา

ในเวลานี้เอง ผู้คนที่คิดว่าหลินฝานที่โดนหยิงหยูทำร้ายเมื่อวานนี้นั้น ในเวลานี้เซวียนหยวนหูนั้นอยู่เวทีเดียวกันกับหยิงเทียนพี่ชายของหยิงหยูอีก ทั้งสองคนนั้นจึงไม่ถูกกันอยู่แล้ว ดังนั้นเซวียนหยวนหูจะต้องเลือกสู้กับหยิงเทียนแน่ และความสัมพันธ์ของทั้งสองจะต้องสะสางกันอย่างแน่นอน

สายตาของเซวียนหยวนหูก็ได้จับจ้องไปที่เวทีและมองมาทางฉิงเทียน เขานั้นมองมาที่ฉิงเทียนด้วยสายตาที่แหลมคมทิ่มแทงฉิงเทียน

ความเกลียดชังของเขาที่มีต่อฉิงเทียนนั้นเหมือนกับน้ำทะลัก จากมุมมองของเซวียนหยวนหูแล้ว หยิงหยูดูถูกหลินฝานก็เท่ากับดูถูกสำนักซูซานของเขา แน่นอนว่าหยิงเทียนที่เป็นพี่ของหยิงหยูนั้นจะต้องเป็นที่ระบายความโกรธของเขา

แล้วเขาก็มีโอกาสที่จะได้สู้กับฉิงเทียนแล้ว และต่อให้ฉิงเทียนนั้นจะเก่งกาจเพียงใด แต่พวกเขาทำร้ายหลินฝาน และในสายตาของเขานั้นไม่สนอะไรทั้งสิ้น

“ศิษย์น้องหญิง เจ้าว่าเขาจะชนะการแข่งรอบนี้ไหม?” ในเวลานี้ผู้อาวุโสเจี้ยนที่นั่งอยู่ก็ได้ถามขึ้นมา สายตาของเขานั้นมองไปที่เวทีแล้วหันไปมองฉิงอวี้เอ๋อที่อยู่ข้างๆเขา

“ข้าก็ไม่ทราบค่ะ!” ฉิงอวี้เอ๋อที่สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ซึ่งสีหน้าของเธอนั้นดูไม่ค่อยสู้ดีนัก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย