ตอนที่ 504 อยากกลับบ้านแล้ว (2)
………………..
ฟางผิงไม่รู้ความคิดของเหล่าหวัง
ทั้งสองคนพักอยู่ครู่ใหญ่ ครั้งนี้พวกเขาระวังตัวจนไม่รู้จะระวังยังไงแล้วจริงๆ
แม้จะเจอของบางอย่างที่คล้ายจะเป็นสมบัติล้ำค่า ฟางผิงยังคงพยายามข่มกลั้น ตีให้ตายยังไงก็ไม่คิดไปคว้า ยังไงดูแล้วก็เหมือนจะเป็นของธรรมดาอยู่บ้าง
เป็นแบบนี้จนฟ้าสว่างอีกครั้ง
คืนที่สองของถ้ำใต้ดินก็ล่วงเลยไปแบบนี้
เมื่อฟ้าสว่าง ป่าที่มืดมนก็ราวกับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอยู่บ้าง ไม่ได้น่าขนลุกเมื่อตอนกลางคืนขนาดนั้นแล้ว
ดวงอาทิตย์พลังงานดวงใหญ่กลางอากาศ แม้จะอยู่ในพื้นที่เขตแดนก็ไม่มีอุปสรรคอะไร
แต่…รอจนฟ้าสว่าง ฟางผิงเพิ่งจะค้นพบถึงความผิดปกติ
กลางป่า
ฟางผิงเงยหน้ามองฟ้า เอ่ยด้วยใบหน้าหนักแน่น “เหล่าหวัง ดูบนฟ้า!”
หวังจินหยางเงยหน้ามองตั้งนานแล้ว เอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน “ดวงอาทิตย์พลังงานดูคลุมเครืออยู่บ้าง เหมือนจะหักเหลำแสงหลายครั้งถึงจะเป็นเงาทึบออกมาได้ กลางอากาศมีรอยแยกของมิติ?”
“น่าจะใช่!”
ฟางผิงเอ่ยอย่างสะท้านใจอยู่บ้าง “ทำลายความว่างเปล่าได้จริงๆ งั้นเหรอ! นี่เป็นฝีมือมนุษย์หรือสภาพแวดล้อมที่นี่เป็นแบบนี้?”
“อาจจะเป็นฝีมือมนุษย์!”
หวังจินหยางเอ่ยอย่างครุ่นคิด “ไม่งั้นจะมีแสงในพื้นที่เขตแดนได้ยังไง?”
“รอยแยกมิติ…นึกไม่ถึงว่าจะมีการทำลายความว่างเปล่าอยู่จริงๆ!”
“ไม่ใช่เรื่องปกติหรือไง? ก่อนหน้านี้นายบอกว่ามีแหวนมิติ ฉันก็นึกถึงเรื่องนี้ได้แล้ว ถ้าไม่มีพลังทำลายล้างความว่างเปล่า จะสร้างของอย่างแหวนมิติขึ้นมาได้ยังไง? อย่าลืมว่าเทคโนโลยีสมัยนี้ยังทำไม่ถึงขั้นหั่นแบ่งมิติ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของที่พกติดตัวแบบนี้ แต่คนสมัยโบราณกลับทำได้ นี่หมายความว่าผู้ฝึกยุทธ์โบราณแข็งแกร่งกว่าพวกเรา!”
“ขั้นสุดยอด?”
“ไม่รู้ อาจจะล่ะมั้ง”
หวังจินหยางสูดลมหายใจว่า “ยอดฝีมือขั้นสุดยอด บางทีอาจจะสามารถทำลายความว่างเปล่าได้!”
ฟางผิงส่ายหัวว่า “ช่างเถอะ ไม่คิดแล้ว แต่ที่นี่เป็นอันตรายคือเรื่องจริง ในอากาศมีรอยแยกมิติ บางทีพลังงานอาจถูกรอยแยกพวกนี้ดูดกลืนไว้ ใต้ดินมีผนึก ไม่ทันทำอะไรก็สะท้อนโจมตีกลับแล้ว ข้างนอกมีสาขาย่อยทะเลหวงห้าม ข้างในยังมีอันตรายที่ทำให้ขั้นสุดยอดสิ้นชีพ ฉันว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเราจะมาเดินเล่นได้ เหล่าหวัง ครั้งนี้มาหาคน คงไม่สามารถสืบสาวลงลึกได้แล้ว รอพวกเราแข็งแกร่งพอค่อยมาใหม่อีกครั้ง สถานที่เฮงซวยแบบนี้อันตรายเกินไป!”
“รู้ก็ดีแล้ว!”
ระหว่างที่หวังจินหยางพูดก็กระซิบว่า “จะออกจากป่านี้แล้ว ระวังด้วย!”
“เข้าใจแล้ว”
ทั้งสองคนไม่พูดกันอีก เริ่มเดินออกไปนอกป่า
—
นอกป่าแห่งความตาย ไม่ได้เป็นพื้นที่รกร้าง แต่เป็นเมืองโบราณที่ราวกับถูกทิ้งร้างแห่งหนึ่ง
หรือจะพูดว่าเป็นหมู่บ้านที่อยู่อย่างกระจัดกระจาย?
สิ่งก่อสร้างสูงใหญ่ที่ทรุดโทรมบางส่วน บางทีเวลานั้นอาจจะยิ่งใหญ่ล้ำค่า ตอนนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง
ถนนคริสตัลที่กว้างขวางหลายเส้นสาย…นึกไม่ถึงว่าจะทำมาจากคริสตัลพลังงาน
คริสตัลพลังงานเป็นหินพลังงานที่พลังงานหมดเกลี้ยงแล้ว เหลือไว้เพียงคริสตัล
ถนนคริสตัลที่กว้างขนาดนี้ทอดผ่านเข้าไปในส่วนลึก
ส่วนที่ลึกกว่าเป็นเมืองที่สูงใหญ่มหึมา มองไม่เห็นขอบเขตของกำแพงคริสตัล ราวกับน้ำตกที่ดิ่งตรงลงมาข้างล่าง แบ่งแยกเขตแดนทั้งสองออกจากกัน
ตอนนี้ข้างล่างน้ำตกคริสตัลมีเงาวูบวาบของคนบางส่วนอยู่
ชายใบหน้าเย็นชามองตรวจสอบในปราการน้ำตกคริสตัล จู่ๆ ก็หันไปมองผู้ฝึกยุทธ์ที่สวมเสื้อผ้าซอมซ่อหลายคนที่อยู่ในมุมนั้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “พวกไร้ค่า! ความเข้มข้นของเลือดต่ำเกินไป สวะในหมู่สวะ!”
หญิงสาวที่เสน่ห์เหลือล้นเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “เถี่ยมู่ ควรจะเดาได้ตั้งนานแล้ว พวกไร้ค่ากลุ่มนี้อยู่ห่างไม่รู้ตั้งกี่ยุคสมัยแล้ว จะมีเลือดแท้หลงเหลืออยู่เท่าไหร่ล่ะ แต่คนของเมืองเจิ้นซิงกำลังมาแล้ว เลือดของคนพวกนั้นเข้มข้นไม่น้อย หรือจะรอพวกเขามาแล้วค่อยลองดู?”
ช่วงเวลาที่มาถึงที่นี่ เรื่องที่ผู้ฝึกยุทธ์ถ้ำทำกับพวกเขา นอกจากเฆี่ยนแส้เป็นช่วงๆ แล้ว ก็พาออกไปทีละคน ไม่รู้ทำอะไร ไม่นานคนที่ถูกพาไปก็หายตัวไปอย่างสิ้นเชิง
จากตอนแรกที่มีหลายสิบคน จนถึงตอนนี้เหลือแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
แส้หนังยังสะบัดออกมาไม่ขาดสาย จู่ๆ เถี่ยมู่ก็ตะโกนว่า “เบาหน่อย อย่าให้ตาย! ปราณไม่พอก็เอาหินชีวิตให้พวกเขาอีก ให้พวกเขาฟื้นฟูปราณ…”
ระหว่างที่พูด เถี่ยมู่ก็มองเขตปราการเบื้องหน้า เอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “หยั่งเชิงหลายสิบที่แล้ว ตอนนี้มีแค่ตรงนี้ที่อ่อนแอที่สุด เวลานั้นน่าจะเป็นที่ตั้งของประตู น่าเสียดาย ผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่พวกนี้ฝีมืออ่อนแอเกินไป ปราณอ่อนด้อย ความเข้มข้นไม่พอ…”
หญิงสาวคนนั้นจ้องมองเขตปราการด้านหน้าเช่นกัน ปราการที่โปร่งแสงระยิบระยับ ในตอนที่กลุ่มคนด้านข้างปะทุปราณขึ้นก็เหมือนจะสั่นคลอนอยู่บ้าง เบาบางจนคนทั่วไปแทบสังเกตไม่ได้
หญิงสาวมองอยู่สักพัก คลี่ยิ้มว่า “เถี่ยมู่ เจ้าว่าตกลงใครเป็นคนสร้างผนึกขึ้นมา? ยอดฝีมือดินแดนแห่งการเกิดใหม่? กระทั่งเหนือราชายังไม่ยินดีเข้ามา เวลานั้นตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เถี่ยมู่ส่ายหัวว่า “อย่าถามมาก บางเรื่องรู้มากไปไม่เป็นผลดี ราชาซงไม่พูด งั้นพวกเราก็ทำในสิ่งที่พวกเราควรทำ ครั้งนี้มาที่นี่ ภารกิจของพวกเรามีเพียงอย่างเดียวก็คือเปิดเขตปราการ หาร่างของขั้นเหนือราชาของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ที่ตายคนนั้น ขอแค่หาร่างพบ พวกเราก็ออกไปได้ทันที พื้นที่เขตแดนอันตรายล้นหลาม แม้จะเป็นขั้นเหนือราชายังสิ้นชีพ พวกเราจะรั้งอยู่นานไม่ได้!”
“ยังจำเป็นต้องให้เจ้าพูดหรือไง…” หญิงสาวแค่นเสียงว่า “ครั้งนี้มาที่นี่ แม้จะวางแผนกันมานานแล้ว แต่เถี่ยอวี่ก็ยังตาย! ระยำเอ้ย สถานที่นี้ไม่มีพลังงานชีวิต ไม่สามารถฟื้นฟูสสารไม่แตกดับ เฮงซวยเกินไปแล้ว! สิ่งมีชีวิตพวกนั้น ตกลงใช้ชีวิตได้ยังไงกัน? นอกจากมีชีวิตรอดแล้ว ยังฝึกวิชาจนมาถึงขั้นนี้…”
เถี่ยมู่ขมวดคิ้วว่า “สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นพวกนั้นอยู่ที่นี่มานานแล้ว พื้นที่เขตแดนทุกระยะหนึ่งจะระเบิดคลื่นชีวิตออกมาครั้งหนึ่ง ฉวยเวลานี้ พวกเขาก็ฝึกฝนได้เหมือนกัน”
“พูดแบบนี้…เจ้าว่า ครั้งหน้าคลื่นชีวิตระเบิดขึ้น ผนึกจะเกิดจุดอ่อนขึ้นมาหรือเปล่า?”
“ไม่รู้ รออีกหน่อยเถอะ ราชาซงบอกว่าทุกสามเดือนที่นี่จะระเบิดคลื่นชีวิตหนึ่งครั้ง อีกไม่นานนี้แล้ว”
“หวังว่าจะได้ออกจากที่นี่เร็วๆ!”
“…”
ทั้งสองคนพูดคุยกัน ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดคนอื่นๆ ทำได้แค่เงี่ยหูฟัง ไม่มีใครกล้าแทรกบทสนทนา
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดคนนั้นยังคงใช้แส้ตีมนุษย์พวกนั้นต่อ
ชีวิตประจำวันแบบนี้ บางทียังอาจจะต่อเนื่องไปอีกนาน
——————–
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน