ตอนที่ 505 ในที่สุดก็ได้พบกัน (2)
………………..
หากเป็นโลกข้างนอกคงไม่เป็นไร แม้พลังจิตใจจะฟื้นฟูได้ช้า แต่ยังสามารถฟื้นฟูได้ ยิ่งคนแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ยิ่งฟื้นฟูไวเท่านั้น
แต่ที่นี่ใช้พลังงานต่อสู้กัน พวกเขายังสามารถใช้หินพลังงานฟื้นฟูได้
หากพลังจิตใจสิ้นเปลืองมากไป ของล้ำค่าที่ฟื้นฟูพลังจิตใจไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน รวมถึงเขตหวงห้ามยังคงถือเป็นสมบัติชั้นยอด
โดยเฉพาะยอดฝีมือขั้นเก้า ของล้ำค่าที่ทำให้พวกเขาฟื้นฟูพลังจิตใจได้ มูลค่ายิ่งไม่อาจประเมินได้ มีของแบบนี้ ต่อสู้กับยอดฝีมือระดับเดียวกัน บางทีอาจสามารสังหารระดับเดียวกันได้ มูลค่าไม่ด้อยไปกว่าอาวุธวิเศษเลย
แม้พวกเขาจะเป็นขั้นเก้าของเขตหวงห้าม แต่ของล้ำค่าแบบนี้ก็ไม่มีเช่นกัน
ตอนนี้ยืดเยื้อกับปีศาจพวกนี้ เพราะเขาใช้แค่พลังงาน ถ้ำใต้ดินไม่ได้ขาดแคลนพลังงาน ตอนที่พวกเขามาก็เอามาด้วยไม่น้อย
อีกอย่าง เขาไม่ได้มีอาวุธวิเศษแค่คนเดียวสักหน่อย ผู้หญิงคนนี้ก็มี ทำไมไม่เห็นเธอใช้ล่ะ
ในสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อ สาวงามคนนั้นเหมือนจะด่าอะไรออกมาสักอย่าง ในมือพลันปรากฏดาบโค้งเล่มหนึ่งขึ้นมา
ดาบโค้งถูกเหวี่ยงออกไป ความเกรงขามของหญิงสาวก็เพิ่มขึ้นทันที
ครู่ต่อมาหญิงสาวก็เคลื่อนไหวร่างอย่างคล่องแคล่ว ระเบิดพลังออกมาชั่วพริบตา กวาดดาบโค้งออกไป คนและดาบทะลวงผ่านร่างของสัตว์ปีศาจตัวหนึ่ง
“เปรี้ยง!”
เกิดเสียงดังกระจายออกมา ศพสัตว์ปีศาจขนาดใหญ่นอนราบอยู่บนพื้นทันที หญิงสาวกลับไม่หยุดแค่นั้น กระโดดลงบนศพ ใช้มือซ้ายคว้าจับผ่านอากาศ ไม่นานสัตว์ปีศาจสีทองที่หดตัวเล็กลงก็ถูกเธอจับไว้ในมือ
หญิงสาวระเบิดแสงสีทองอร่ามในมือ บีบลงไปอย่างแรง
“โฮก!”
เสียงแผดร้องอย่างน่าขนลุกดังขึ้น สัตว์ปีศาจตัวเล็กสีทองเริ่มสูญสลายอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นสักพักก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในเวลานี้สัตว์ปีศาจและพืชปีศาจตัวอื่นๆ ต่างพากันหนีตาย
พวกเถี่ยมู่ไม่ได้ไล่ตามไป สาวงามคนนั้นก็ไม่ตามไปเช่นกัน เผยสีหน้าดูไม่ได้อย่างยิ่ง
ศพของสัตว์ปีศาจขั้นแปด ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ใช้ประโยชน์ หากเป็นในโลกข้างนอก ฆ่าแล้ว เอากลับไปบางทียังอาจจะทำอาวุธวิเศษขึ้นมาได้หนึ่งชิ้น
แต่ที่นี่สร้างอาวุธวิเศษไม่มีประโยชน์อะไร
พวกเขาต่างมีอาวุธวิเศษ!
เป้าหมายเพียงอย่างเดียวของพวกเขาคือการเข้าสู่พื้นที่เขตแดน ไม่ใช่ทำสงครามกับสัตว์ปีศาจพืชปีศาจท้องถิ่นพวกนี้
ขั้นเก้าสังหารขั้นแปดดูเหมือนง่าย หญิงสาวที่งามหยดย้อยคนนี้เวลาชั่วพริบตานอกจากจะเสียพลังจิตใจไปจำนวนมาก กระทั่งสสารไม่แตกดับยังสิ้นเปลืองอย่างหนักเช่นกัน ตอนนี้ไม่สามารถฝึกวิชาได้ ชดเชยกลับมาก็ไม่ได้เหมือนกัน
แต่หญิงสาวทนกับสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นพวกนี้มากเกินพอแล้ว รอพวกมันหนีตายออกไป หญิงสาวก็เอ่ยอย่างเคียดแค้นว่า “พวกเดรัจฉานรนหาที่ตาย เวลาหนึ่งเดือนกว่านี้มาแทบทุกวัน ฆ่ายังไงก็ฆ่าไม่หมด!”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแล้ว ตอนแรกพลังจิตใจและสสารไม่แตกดับของพวกเขายังเต็มเปี่ยม การจู่โจมครั้งแรก ขั้นเก้าทั้งสองก็ฆ่าสัตว์ปีศาจพืชปีศาจไปจำนวนมาก
เดิมทีคิดว่าการฆ่าจะทำให้สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นพวกนี้ขยาดกลัวได้ นึกไม่ถึงว่านอกจากอีกฝ่ายจะไม่ตกใจ ยังก่อปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิมเสียอีก เจ้าพวกนี้แค้นฝังใจ ทุกวันเอาแต่ลอบโจมตี
ตอนนี้พลังจิตใจของเธอและเถี่ยมู่สิ้นเปลืองไปกว่าครึ่งแล้ว ยากที่จะชดเชยกลับมา
คนของเมืองเจิ้นซินยังไม่มา พวกเขาไม่กล้าใช้จนหมดจริงๆ ไม่งั้นรอยอดฝีมือเมืองเจิ้นซิงมาแล้ว อีกฝ่ายเพิ่งเข้ามาในสภาวะสมบูรณ์ ประมือกันขึ้นมาก็เป็นปัญหาแล้ว
หญิงสาวโวยวายเสียงดัง เถียมู่เผยสีหน้าดูไม่ได้เช่นกัน
กวาดตามองผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ที่หลบในมุมนั้นแวบหนึ่ง ตะโกนอย่างโมโหว่า “ฟาดต่อไป!”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดคนหนึ่งก็คว้าแส้หนังเริ่มฟาดอีกครั้ง
พวกเขาก็หงุดหงิดและรำคาญใจเช่นกัน
หลายวันนี้ แม้พวกเขาจะทำให้ปีศาจพวกนี้ล่าถอยไปได้ แต่ก็ตายไปไม่น้อยเช่นกัน
กลุ่มแรกของเขตหวงห้ามรวมกับขั้นเก้าแล้วมีแปดคน
กลุ่มที่สองมีระดับสูงทั้งหมดห้าคน
กลุ่มที่สามระดับสูงสี่คน
ยอดฝีมือระดับสูงสิบเจ็ดคน ในขอบแดนตะวันตกไม่มีความสูญเสีย ข้ามผ่านขอบแดนตะวันตก คนของเขตหวงห้ามและเขาหมื่นปีศาจเจรจากันมาก่อนแล้ว
แต่มาถึงทะเลหวงห้ามก็มีคนตาย
แน่นอนว่าคนของเขตหวงห้ามไม่ได้ตาย พกของแทนตัวของราชาซงมาด้วย ข้ามทะเลอย่างปลอดภัย สองกลุ่มข้างหลังเพราะเกิดเหตุไม่คาดฝันเลยมีขั้นเจ็ดตายในทะเลหวงห้ามสองคน
ทั้งมาถึงป่าแห่งความตายก็สูญเสียขั้นเจ็ดไปอีกสองคน
การตายของขั้นเจ็ด พวกเขายังคงรับได้
ประเด็นยังอยู่ที่ยอดฝีมือขั้นเก้าคนหนึ่งของเขตหวงห้าม ภายใต้สถานกาณ์ที่โชคร้าย คืนแรกต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตท้องถิ่น ผลรากฏว่าต่อสู้กันรุนแรงเกินไป โจมตีถูกเขตผนึกทำให้ผนึกเกิดการสะท้อนกลับ ระเบิดพลังจิตใจจู่โจมอย่างแข็งแกร่ง ทำให้ขั้นเก้าตาย!
ผู้ที่ตายไม่ได้มีแค่คนเดียว ยอดฝีมือขั้นเจ็ดขั้นแปดหลายคนใกล้ๆ แทบจะถูกฆ่าในชั่วพริบตา รวมถึงสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นพวกนั้นด้วย
ตอนนี้ที่นี่เหลือแค่ขั้นเก้าสองคน ขั้นแปดสองคน ขั้นเจ็ดอีกสี่คนเท่านั้น
ทั้งสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นยังรังควานไม่เลิกรา นี่ทำให้คนพวกนี้รำคาญใจอย่างมาก
อย่าพูดถึงพวกเขาเลย รุ่นของฟางผิงนั้นแทบไม่มีอาจารย์ขั้นหกสูงสุดคนไหนรับลูกศิษย์ที่ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ แม้จะรับ นั่นก็เป็นคนธรรมดาที่หลอมกระดูกมาสองครั้งแล้ว
ทั้งเพราะการคงอยู่ของจางชิงหนาน เขาถึงสามารถข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของคนธรรมดาได้อย่างรวดเร็ว หลังจากเข้าสู่ขั้นหนึ่ง เขาถึงได้แสดงพรสวรรค์อย่างแท้จริงของตัวเอง ถูกทั้งมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ
นี่ถึงมีหวังจินหยางที่คว้าชื่ออัจฉริยะ กวาดล้างมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ทางใต้และมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ปักกิ่งทางเหนือได้
บางทีถ้าไม่มีจางชิงหนาน เขาอาจจะเดินมาถึงขั้นนี้ได้เหมือนกัน แต่โลกนี้ไม่มีคำว่าถ้า บางทีไม่มีจางชิงหนาน ตอนนี้เขาอาจจะยังดิ้นรนอยู่ในระดับล่างก็ได้
เส้นทางเริ่มต้นของผู้ฝึกยุทธ์มักยากที่สุด
ตอนนี้เห็นอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ เห็นอาจารย์ถูกคนเฆี่ยนตี หวังจินหยางดวงตาแดงก่ำ กำหมัดแน่น!
แม้จะบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากอาจารย์มีชีวิตอยู่จริงๆ ในสถานการณ์ที่ไม่อาจช่วยเหลือคนได้ ขอแค่ได้เห็นอาจารย์แวบเดียวก็พอใจแล้ว
แต่ตอนที่เห็นฉากอาจารย์ถูกคนเฆี่ยนตี หวังจินหยางยังคงปะทุโทสะขึ้นมา อยากจะบุกเข้าไปฆ่าคนสารเลวพวกนั้น!
ฟางผิงดึงเขาไว้เบาๆ กดเสียงว่า “อย่าบุ่มบ่าม! คนมีชีวิตอยู่ก็ดี ยังมีโอกาส! ตอนนี้พวกเราทำได้แค่รอ รอโอกาส! ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะวู่วาม!”
“ฟู่…”
หวังจินหยางสูดลมหายใจลึก กดโทสะลงไป เอ่ยด้วยแววตาเยียบเย็น “เข้าใจแล้ว!”
ฟางผิงเห็นเขาสงบลง เวลานี้ค่อยเอ่ยว่า “รอโอกาส! คนของเมืองเจิ้นซิงยังไม่มา เจ้าเมืองเฉียงเวยก็ซ่อนตัวเหมือนกัน นี่ล้วนเป็นโอกาส! หากโอกาสเหมาะสม พวกเรายังมีหวังช่วยคน คนพวกนี้ยังรักษาพลังส่วนใหญ่ไว้ได้…หากผลาญพลังจิตใจและพลังงานพวกเขาหมดเกลี้ยง ถึงเวลานั้นถึงจะไม่มีคนอื่น พวกเราก็มีโอกาสเหมือนกัน!”
ระหว่างที่พูด ฟางผิงก็เลียริมฝีปาก เอ่ยเสียงเบา “ตอนนี้ควรหาตัวเจ้าเมืองเฉียงเวยได้แล้ว หาเขาเจอ คิดวิธีให้พวกเขาปะทะกัน นี่ถึงจะเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาด!”
หวังจินหยางหรี่ตาว่า “คงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น!”
“โอกาสมีไว้เพื่อคนที่เตรียมพร้อม!”
ฟางผิงคลี่ยิ้มว่า “กำกับบทให้ขั้นเก้าประมือกันสักครั้ง ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง! แน่นอนว่าตื่นเต้นเหมือนกัน เดินเส้นทางระหว่างความเป็นความตาย แต่ว่า…พวกเรากลัวตายงั้นเหรอ?”
“ไม่กลัว!”
“ฉันกลัว”
จู่ๆ ฟางผิงก็เปลี่ยนประเด็น กระซิบว่า “ดังนั้นยังต้องยึดความปลอดภัยเป็นหลัก พวกเรามีชีวิตรอดถึงจะมีความหวัง นายอย่าใจร้อน เหล่าหวัง นายตายเองไม่เป็นไร อย่าทำฉันตายไปด้วย”
หวังจินหยางหน้าดำเป็นก้นหม้อ!
แม่งเหอะ นายพูดด้วยอารมณ์ฮึกเหิมขนาดนั้น อยู่ๆ วกกลับมาประโยคนี้ ไม่อายบ้างหรือไง?
———————
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน