เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน นิยาย บท 506

ตอนที่ 506 ฉันจะควบคุมภาพรวมทั้งหมด (3)

………………..

“คนของเมืองเจิ้นซิงอยู่ เป็นอุปสรรคอยู่บ้าง”

ฟางผิงพึมพำ นี่หากล่อเจ้าเมืองเฉียงเวยออกมา ยังต้องกลัวว่าเขาจะร่วมมือกับคนของเขตหวงห้ามล้อมโจมตีหยางเต้าหง ไม่ล่อออกมา งั้นทั้งสองฝ่ายต่อสู้จนหมดแรงแล้ว ไม่ใช่ว่าเจ้านี้จะเป็นฝ่ายได้เปรียบหรือไง?

“ไม่สนแล้ว! ทำได้แค่พนันกันสักตั้ง! ปรมาจารย์หยางไม่ใช่คนโง่ หากอีกฝ่ายโผล่มาจริงๆ เขาต้องถอย…พูดยากเหมือนกัน เดิมทีเขาเหมือนจะคิดสู้หนึ่งต่อสามอยู่แล้ว บางทีอาจจะมีท่าไม้ตาย! หากต่อสู้พังพินาศไปด้วยกันจริงๆ…บางทีอาจถึงเวลาที่ฉันต้องออกโรงแล้ว!”

ฟางผิงเอ่ยอู้อี้ ตอนนี้ล่อเจ้าเมืองเฉียงเวยออกมายังมีโอกาสพลิกเปลี่ยน หากรอหยางเต้าหงและพวกเถี่ยมมู่สู้กันจนหมดแรง เจ้าเมืองเฉียงเวยที่อยู่ขั้นเก้าคนนี้คงไม่มีใครควบคุมได้แล้ว

เจ้าหมอนี้ซ่อนตัวไม่ออกมาจนถึงตอนนี้ คนของเขตหวงห้ามคงไม่โง่ขนาดจะเชื่อใจเขาจริงๆ

ขั้นเก้ามีชีวิตอยู่อย่างโชกโชนแล้ว ร่วมมือกันกำจัดเจ้าเมืองเฉียงเวยก่อนก็มีโอกาสเหมือนกัน

คิดเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ฟางผิงสูดลมหายใจเข้าลึก เริ่มกระจายพลังจิตใจออกไป

รอจนไกลๆ มีเศษหินพุ่งกระเด็นมาอีกครั้ง ฟางผิงก็เคลื่อนไหวพลังจิตใจทันที เริ่มควบคุมเศษหินพวกนั้นพุ่งไปยังตำแหน่งที่เจ้าเมืองเฉียงเวยซ่อนตัวอยู่

“ปัง!”

เศษหินลอยกระเด็นเข้ามาชนทำลายกำแพงบางส่วน

มุมกำแพง ราชาเฉียงเวยเผยใบหน้าดำคล้ำ!

แม่งเหอะ อยู่ไกลขนาดนี้ ทำไมยังอานุภาพรุนแรงแบบนี้ได้?

ตอนที่คนพวกนั้นต่อสู้กัน มีการควบคุมพลังไว้ ตามหลักแล้วไกลขนาดนี้เศษหินไม่ควรจะมีแรงเหลือแล้วสิ

ไม่…น่าจะไม่สามารถกระเด็นเข้ามาได้ด้วยซ้ำ

ชำเลืองมองผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดที่ลอยกลางอากาศไกลๆ พวกนั้น ราชาเฉียงเวยแค่นเสียงในใจ เห็นได้ชัดว่าต้องมีคนที่ควบคุมพลังไม่เก่ง ทำให้เกิดควันหลง ไม่สามารถควบคุมแรงไว้ได้

นึกมาถึงตรงนี้ ราชาเฉียงเวยก็จนใจอยู่บ้าง แม้พื้นที่เขตแดนจะกว้างใหญ่ พาดผ่านทั่วทั้งเขตแดนสิบเอ็ดทางใต้

แต่ตรงนี้เป็นตำแหน่งที่เขตปราการอ่อนแอที่สุด ไม่งั้นเขาคงคิดไปด้วยตัวเองแล้ว

ส่วนเปิดเขตปราการ เขาไม่มีความจำเป็นต้องอาศัยคนของเขตหวงห้ามและเมืองเจิ้นซิงเสมอไป

ในเมื่อกล้ามาพื้นที่เขตแดน เขาย่อมต้องมีความมั่นใจอยู่แล้ว

“แต่ว่า…แม้จะเข้าไปได้ ทางที่ดีต้องจะจัดการพวกเขาเช่นกัน!”

ราชาเฉียงเวยครุ่นคิดเรื่องพวกนี้ในใจ เผยแววตาลึกล้ำ

คนพวกนี้ไม่ตาย งั้นเขาก็ไม่สามารถเปิดเขตปราการ แม้จะเปิดได้ คนพวกนี้อาจตามเข้ามา เขาคนเดียวไม่ใช่คู่ต่อสู้อยู่แล้ว

ตอนนี้ถือเป็นโอกาส โอกาสที่ดีที่สุด

คนพวกนี้แทบไม่รู้ว่าเขาเข้ามา ขอแค่ทั้งสองฝ่ายสู้กันจนพลังงานหมดเกลี้ยง ไม่สามารถฟื้นฟูจิตไม่แตกดับ…งั้นก็เป็นโอกาสที่ฆ่าคนทั้งหมดได้ในครั้งเดียวแล้ว

ขั้นเก้าพวกนี้อาศัยแค่ความแข็งแกร่งร่างกายอาจไม่ได้อ่อนแอกว่าขั้นเจ็ดขั้นแปดเท่าไหร่

แต่สำหรับขั้นเจ็ดขั้นแปด เขาก็เป็นขั้นเก้า ตอนนี้อยู่ในสภาพพลังเต็มเปี่ยม

ถึงเวลานั้นคงไม่มีโอกาสให้พวกเขาแล้ว

สังหารคนพวกนี้…นอกจากตัวเองจะสามารถเพิ่มโอกาสในการเข้าไปพื้นที่เขตแดน ยังมีความหวังฮุบร่างของเหนือราชาไว้คนเดียว เข้าสู่ขั้นเหนือราชาอย่างสบายใจ ไม่จำเป็นต้องกังวลจะถูกรบกวน

“สู้กันไปเถอะ เดี๋ยวก็ต้องตาย!”

ราชาเฉียงเวยเพิ่งจะคิดเรื่องพวกนี้ในใจ เศษหินหลายก้อนก็กระเด็นมาอีกครั้ง โจมตีทะลวงกำแพงบางส่วน!

“สารเลว!”

ราชาเฉียงเวยลอบด่าในใจ เขาเลือกตำแหน่งนี้เพราะอยู่ไกลจากทางนั้นมากแล้ว ตามหลักไม่ควรจะถูกลูกหลงสิ!

อีกอย่างเมืองทรุดโทรมแห่งนี้พื้นที่ตั้งกว้าง ทำไมถึงเอาแต่พุ่งมาที่นี่อย่างเดียว?

ครั้งนี้นับตั้งแต่ทางเดินแห่งการเกิดใหม่เปิดออก เขาก็แทบไม่เคยราบรื่นเลยสักครั้ง!

ทั้งเรื่องที่ทำให้เขาอยากฆ่าคนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง!

ในตอนนี้ก้อนหินขนาดใหญ่พุ่งเข้ามา

เห็นฉากนี้ ราชาเฉียงก็หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ยื่นพลังจิตใจออกไปบางส่วนอย่างระมัดระวัง ไม่กล้ายื่นไปไกลเกินไป กลัวว่าจะดึงดูดความสนใจ

พอยื่นพลังจิตใจออกไปก็ควบคุมหินขนาดใหญ่ไม่ให้พุ่งมาทำลายห้อง

รอจนหินขนาดใหญ่นั้นตกลงเบาๆ ราชาเฉียงเวยจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก ยังดีที่อยู่ไกล อีกฝ่ายไม่ได้ปล่อยจิตไม่แตกดับออกมากว้างเกินไป ยังไงที่นี่ก็ปลดปล่อยพลังจิตใจอย่างส่งเดชไม่ได้ จะทำให้ผนึกเกิดการโต้กลับได้ง่าย บนท้องฟ้ายังมีรอยแยกของมิติ ถูกควันหลงได้ง่ายเหมือนกัน

สถานการณ์แบบนี้ อยู่ไกลนับพันเมตร มีโอกาสถูกจับสังเกตน้อยจริงๆ

ในกำแพง

ฟางผิงลอบสบถ ก่อนจะแววตาสว่างวาบ กัดฟันว่า “ก่อเรื่องสักหน่อย! ฉันจะดูว่านายจะยังไม่ตายหรือเปล่า!”

สิ้นเสียง ฟางผิงก็ระเบิดพลังจิตใจเต็มกำลัง ควบคุมหินขนาดเล็กพุ่งออกไป!

ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดที่เหลือ…ยังคงสู้กันอย่างต่อเนื่อง!

ฉากที่แปลกพิลึกนี้ ทำเอาฟางผิงมองจนตาค้าง

ช่างเป็นภาพที่แปลกประหลาดจริงๆ!

ขั้นเจ็ดขั้นแปดของเมืองเจิ้นซิงและเขตหวงห้ามกำลังต่อสู้กัน ขั้นเก้าของทั้งสองฝ่ายกลับร่วมมือสังหารเจ้าเมืองถ้ำใต้ดินอีกคน…ฉากนี้พูดออกไป เกรงว่าคงไม่มีใครเชื่อ!

เหล่าหวังตกตะลึงไปเช่นกัน ก่อนจะอดด่าออกมาไม่ได้ “นายจะเสี่ยงเกินไปแล้ว!”

เมื่อกี้หากราชาเฉียงเวยเลือกไม่ปรากฏตัวขึ้น จะเจอราชาเฉียงเวยหรือเจอพวกเขาสองคนก่อน พูดยากเหมือนกัน

เก็บงำกลิ่นอายไม่ได้หมายความว่าจะไม่เหลือร่องรอยไว้เลย

อย่างน้อยหากแยกอย่างละเอียดจริงๆ ร่องรอยของพลังจิตใจที่แนบติดกับหินเป็นของราชาเฉียงเวยหรือเปล่า ยอดฝีมือพวกนั้นแยกออกได้อยู่แล้ว

แน่นอนว่าในสถานการณ์แบบนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ที่คิดจะแยกแยะอย่างละเอียด เกรงว่าจะมีน้อย

ฟางผิงแทบจะเดิมพันอย่างสิ้นเชิง

เขาไม่พูดอะไร เดิมทีก็เป็นการเดิมพัน ตั้งแต่เข้าสู่ถ้ำใต้ดินก็เดิมพันอยู่ตลอด ไม่มีอะไรให้พูดจริงๆ

ไกลๆ นั้นเกิดคลื่นพลังงานระเบิดอย่างแข็งแกร่ง ยอดฝีมือขั้นเก้าน่าจะตามทันราชาเฉียงเวยแล้ว

ยังไงทุกคนก็ไม่ห่างชั้นกันมาก ขั้นเก้าระยะไกลแค่นี้ ต่อสู้ผ่านอากาศยังได้เลย

“สู้กันไปเถอะ สู้กันให้พิการถึงจะดี”

ฟางผิงพึมพำในใจ ไม่คิดจะขยับเขยื้อน ทำตัวเป็นหินต่อไป

ยิ่งวุ่นวายเท่าไหร่ยิ่งจะมีโอกาสเท่านั้น

ส่วนคนของเมืองเจิ้นซิงเข้ามาแทรกแซง ฟางผิงไม่มีทางเลือก เขายังควบคุมการเคลื่อนไหวของระดับสูงพวกนี้ไม่ไหว

ถึงกระทั่ง…ฟางผิงคิดว่าทั้งสองฝ่ายสู้กันให้เจ็บปางตายถึงจะดีที่สุด

คนของเมืองเจิ้นซิงรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ ยังไม่รู้ว่าจะมีความคิดยังไง

อยู่ในสภาพร่อแร่กันหมด เขาออกหน้าแก้ไขสถานการณ์ เป็นฝ่ายครองความได้เปรียบ ถึงเวลานั้นสังหารพวกถ้ำทั้งหมด ตีคนพวกนี้ให้สลบ…น่าจะไม่นับว่าหลอกคนแล้วสินะ?

เอาชีวิตไปอยู่ในมือกลุ่มคนที่ไม่คุ้นเคย นี่ไม่ใช่วิถีของฟางผิง

—————–

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน