อันหลินแข็งตัวท่ามกลางสายตาของประชาชี ซ้ำยังมีแผ่นน้ำแข็งหนาเตอะปกคลุมอีกด้วย
เหล่านักพรตตกตะลึงกันถ้วนหน้า
“วิชาของสหายอันหลินต้องแช่แข็งตัวเองแบบนี้เลยเหรอ!”
เฉิงอิงตะลึงจนตาค้าง ราวกับได้เปิดประสบการณ์ใหม่
“ตายังไม่หลับด้วยซ้ำ จะไม่มีปัญหาจริงๆ เหรอ” ลู่เสวี่ยเบิกตากว้าง ใบหน้าฉายความห่วงกังวล
อันหมิงชวนมองดวงตาที่เบิกโพลงของอันหลิน รวมถึงสีหน้าที่แข็งตัวจนดูเจ็บปวด ก็เป็นห่วงมากเหมือนกัน แต่กลับไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
“ฉันจะส่งหลินจื่อกลับเขาเป่ยอู้ก่อน!” อันหมิงชวนรู้ว่าเทพศพยังไม่ถูกกำจัด แม้จะอยู่ในจุดรวมพลของเขาฉางไป๋ แต่ยังคงอันตรายอยู่ดี จึงโพล่งขึ้นมาทันที
สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดที่เขานึกออกก็คือเขาเป่ยอู้ จึงตัเสินใจว่าจะย้ายร่างกายของอันหลินกลับไปพักที่นั่นก่อน
“ได้ หมิงชวนพาสหายอันหลินกลับไปก่อน ถ้ามีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือก็บอกได้เต็มที่เลย” เฉิงอิงบอกลาอันหมิงชวน ใบหน้าฉายความห่วงใย
“อืม หมิงชวนขอบคุณหัวหน้าเฉิง”
อันหมิงชวนยกมือขึ้นคารวะแล้วเดินไปหาอันหลิน ออกแรงยกแล้วแบกขึ้นหลัง
“ท่านลุงอัน วางพี่อันไว้บนหลังข้า ข้าจะพาพวกท่านกลับเอง โฮ่ง!” ต้าไป๋พูดด้วยภาษาสัตว์ภูต
อันหมิงชวนพยักหน้า แบกอันหลินที่ถูกน้ำแข็งห่อหุ้มกระโดดขึ้นคร่อมตัวต้าไป๋ จากนั้นพุ่งทะยานขึ้นฟ้า
บนยอดเขาที่มีเมฆหมอกรายล้อม ณ เขาเป่ยอู้
ภายในศาลา มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังดื่มชาอย่างผ่อนคลายอยู่เพียงลำพัง
ต่อมาเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย จึงเปิดตาค่ายกลต้อนรับการมาเยือนของร่างที่คุ้นเคยทันที
“ฮ่าๆ ๆ…อันหลินเสร็จธุระไวปานนี้เชียวเหรอ จะได้ดื่มกับนายสักทีนะ” ชุยเจ๋อลุกขึ้น ปรี่เข้าไปต้อนรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
จากนั้นรอยยิ้มของเขาก็แข็งค้างบนใบหน้า
ทำไมคนที่นั่งอยู่บนสุนัขถึงเป็นอันหมิงชวนล่ะ!
คุณพระ! ที่อันหมิงชวนอุ้มนั่งอันหลินเหรอ อันหลินกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้วเหรอ!
อันหมิงชวนวางอันหลินลงพื้นเบาๆ หายใจหอบเล็กน้อย
ชุยเจ๋อสาวเท้าก้าวฉับๆ ทำหน้าจกใจอย่างปิดไม่มิด “หมิงชวน อัน…อันหลินเป็นอะไรไป”
“เขากำลังฝึกวิชาอยู่ จะกลายเป็นมนุษย์น้ำแข็งสามวัน ผมพาเขามาที่นี่เพื่อความปลอดภัยของเขา” อันหมิงชวนพูดพลางเงยหน้าขึ้นมองแสงแดดที่เจิดจ้า พูดอย่างคาดหวังว่า “ตากแดดอยู่ตรงนี้แหละ ดูว่าแสงอาทิตย์พอจะให้ความอบอุ่นกับลูกผมบ้างได้ไหม…”
ชุยเจ๋อมองท่อนน้ำแข็ง ไม่รู้ว่าควรจะแสดงสีหน้าแบบไหน ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้จริงๆ!
ตอนนี้อันหลินตกอยู่ในสภาวะที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง เขาไม่ได้หลับใหลแต่อย่างใด
จักษุประสาท โสตประสาทของเขาไม่ได้รับผลกระทบ มีแค่ร่างกายที่ถูกความเย็นกัดกร่อนไม่หยุดไม่หย่อนเท่านั้น
มันเป็นความเย็นอย่างมหันต์ที่แม้แต่วิญญาณก็รู้สึกเจ็บปวดไปด้วย พลังความเย็นแบบนี้ทำให้เขาทรมานเหลือเกิน
เขามองเห็นสีหน้าที่กระวนกระวายของพ่อ สีหน้าที่เป็นห่วงปนความสงสัยของชุยเจ๋อ มองเห็นต้าไป๋ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาสบตาเขาด้วยดวงตากลมมนที่เบิกกว้างของมัน
จู่ๆ ต้าไป๋ก็ยิ้มชั่วร้าย
มันส่งกระแสจิตมาว่า ‘พี่อัน เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า พูดได้ไหม’
อันหลิน “…”
เขาแสดงท่าทางอะไรไม่ได้เลย มีแค่สติสัมปชัญญะที่ยังตื่นตัว แต่สื่อสารไม่ได้
จากนั้นเขาก็เห็นต้าไป๋ล้วงมือถือออกมาต่อสายหาใครบางคน
“ฮัลโหล สวีเสี่ยวหลาน ตอนนี้อันหลินกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว อยากมาดูหน่อยไหม”
“ไม่เป็นไร! ไม่ต้องวิตก มีเวลาชมแค่สามวันนะ อย่าพลาดโอกาส เพราะเวลาไม่หวนคืน”
“อืม ข้าจะส่งพิกัดให้ หึๆ ๆ…โฮ่ง!”
อันหลิน “…”
สวีเสี่ยวหลานขมวดคิ้ว แต่สุดท้ายก็หยุดใช้ไฟ เพราะนางพบว่าเปลวไฟของตนไม่อาจทำให้ชั้นน้ำแข็งด้านนอกสุดละลายได้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่น้ำแข็งธรรมดา
ด้วยเหตุนี้ อันหลินจึงสูญเสียแม้กระทั่งความอบอุ่นเสี้ยวสุดท้ายไป
เขาตกอยู่ในสภาวะที่หนาวเหน็บไร้ที่สิ้นสุดอีกครั้ง ทรมานชะมัดยาด
ถ้าร้องไห้ได้ เขาคงน้ำตาอาบหน้าไปนานแล้ว
เขาอยากให้สวีเสี่ยวหลานเผาต่อไปเหลือเกิน ซูเฉี่ยนอวิ๋นทำไมต้องห้ามสวีเสี่ยวหลานด้วย…
ในตอนนั้นเอง อันหมิงชวนเดินเข้ามา เมื่อเห็นสวีเสี่ยวหลานก็ดีใจยิ่งนัก
“หนูคือสวีเสี่ยวหลานใช่ไหม ฉันเป็นพ่อของอันหลิน ชื่ออันหมิงชวน!” อันหมิงชวนมองสวีเสี่ยวหลานด้วยความเอ็นดู
ใบหน้างดงามของสวีเสี่ยวหลานมีรอยยิ้มบางๆ ตอบอย่างสุภาพอ่อนโยนว่า “สวัสดีค่ะคุณลุงอัน ได้ยินอันหลินพูดถึงคุณลุงนานแล้ว อืม…ฉันมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ อยากมอบให้คุณลุงอยู่พอดี”
อันหมิงชวนกรับยาวิเศษและเครื่องรางป้องกันตัวที่สวีเสี่ยวหลานมอบให้อย่างปลาบปลื้ม ยิ่งมองว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา
เมื่อซูเฉี่ยนอวิ๋นรู้ว่าอันหมิงชวนเป็นพ่อของอันหลิน ก็หยิบประคำสงบจิตออกมายัดใส่มืออันหมิงชวนเช่นกัน
อันหมิงชวนตะลึงกับรูปโฉมงามล่มเมืองของซูเฉี่ยนอวิ๋น ถึงจะอายุปูนนี้แล้ว แต่ใจก็เผลอกระตุกวูบ ซูเฉี่ยนอวิ๋นเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยเจอ
พอเขารู้ว่าซูเฉี่ยนอวิ๋นก็สนิทกับอันหลินเหมือนกัน ก็เชิญหญิงสาวทั้งสองคนไปดื่มชา พูดคุยสัพเพเหระในศาลาอย่างเริงร่า แม้ซูเฉี่ยนอวิ๋นจะพูดภาษาจีนไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร สวีเสี่ยวหลานแปลได้
อันหมิงชวนเล่าเรื่องสนุกในโลกมนุษย์รวมถึงเรื่องในวัยเด็กของอันหลิน สวีเสี่ยวหลานกับซูเฉี่ยนอวิ๋นบอกเล่าสิ่งได้เจอได้ยินในแดนจิ่วโจว ทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เข้ากันได้ดี สบายใจเฉิบ
ต้าไป๋ก็อิงแอบแนบชิดซูเฉี่ยนอวิ๋นกับสวีเสี่ยวหลานอย่างระริกระรี้ ทั้งแอ๊บแบ๊ว ปล่อยเนื้อปล่อยตัว สบายอุรายิ่งแล้ว
มีแค่คนน่าสงสารคนหนึ่งที่ถูกแช่แข็งนอนอยู่ในมุมที่ถูกลืมเพียงลำพัง ฟังเสียงหัวเราะภายในศาลาเงียบๆ
แสงแดดบนท้องฟ้าที่สาดส่องลงมา ให้ความอบอุ่นแก่ธรณิน ลอดผ่านชั้นน้ำแข็งโปร่งใส แต่ไม่อาจทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นได้เลย…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม