“รู้สึกว่าคนที่ถูกสุนัขตัวใหญ่ทับ จะเป็นหลิวเฉียงอันดับที่สี่สิบห้า”
“สหาย ตาเจ้าช่างดียิ่งนัก! ใบหน้าถูกชกจนเป็นเช่นนั้นแล้ว เจ้ายังจำได้อีก!”
…
“ใครก็ได้อธิบายให้ข้าฟังหน่อยว่า สุนัขตัวนั้นมันอย่างไรกัน”
เมื่อประโยคนี้ดังขึ้น ในจัตุรัสก็เงียบสงัดอีกครั้ง…
“สุนัขตัวนั้น ข้าไม่รู้ว่าเป็นมาอย่างไร แต่คนคนนั้น รู้สึกว่าจะเป็นนักเรียนใหม่อันหลิน!”
“อะไรนะ…เขาคืออันหลินที่เข้าเรียนด้วยกายแห่งมรรคขั้นศูนย์คนนั้นหรือ”
ในภาพเหตุการณ์การต่อสู้ เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างของอันหลิน ดังนั้นนักเรียนส่วนใหญ่จึงจำเขาไม่ได้ในแวบแรก
ตอนนี้เมื่อได้รับบ่งชี้ นักเรียนหลายคนต่างก็เริ่มเชื่อมโยงเขากับภาพวาดบนอันดับคนดังของสำนัก
“ให้ตายเถอะ เป็นเขาจริงๆ ด้วย!”
“เขาเข้าเรียนด้วยกายแห่งมรรคขั้นศูนย์ไม่ใช่หรือ ทำไมตอนนี้ถึงได้แข็งแกร่งปานนั้นล่ะ!”
นักเรียนหลายคนเมื่อเห็นฉากนี้ ต่างก็แสดงอาการตกตะลึง
แม้จะชมศึกผ่านหน้าจอ พวกเขาก็มองออกว่า อานุภาพที่ระเบิดออกมายามอันหลินปล่อยหมัด มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้แข็งแกร่งทั่วไปจะสำแดงได้แน่นอน
ยามปล่อยหมัดมีลมพัดหวีดหวิว กำปั้นกระแทกลงไปอย่างว่องไวและรุนแรงเป็นที่สุด!
ช่างน่าตะลึง! เด็กเส้นที่เส้นใหญ่ที่สุด ผู้เข้าเรียนด้วยระดับกายแห่งมรรคขั้นศูนย์ กำลังรัวหมัดใส่ผู้แข็งแกร่งติดอันดับเซียนของสำนักอยู่!
เป็นเพราะศีลธรรมขาดหาย หรือต่อสู้บากบั่นจนแข็งแกร่งกันนะ
นักเรียนหลายคนต่างก็ได้สติกันระนาว นี่มันข่าวใหญ่เชียวนะ!
บรรยากาศในจัตุรัสหยกขาวถูกจุดประกายอีกครั้ง นักเรียนทั้งหลายพูดคุยกันไม่หยุด
นักเรียนบางคนคาดเดาว่าอันหลินเก็บซ่อนศักยภาพตอนที่สมัครเข้าเรียน บางคนฟันธงว่าอันหลินมีสุดยอดปราณวิเศษเพิ่งสำนึกรู้ในช่วงที่ผ่านมา นักเรียนหญิงบางคนถึงขั้นว่าแอบสืบหาที่พักของอันหลินแล้ว…
ในตอนนั้นเอง ก็มีอีกประโยคดังขึ้นมา
“อันที่จริง จะว่าไปแล้ว ข้าก็ยังสนใจว่าสุนัขตัวนั้นเป็นมาอย่างไรมากกว่า…”
เมื่อสิ้นประโยคนี้ นักเรียนในจัตุรัส ก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง…
…
ในป่าพันยอด อันหลินไม่รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจัตุรัสหยกขาว
เขากำลังรัวหมัดใส่หลิวเฉียงอยู่ ถึงใจทุกหมัด เสียงดังปึกปัก!
หลิวเฉียงผู้น่าสงสาร ไม่มีแม้แต่โอกาสลงมือด้วยซ้ำ แสงทองคุ้มกันถูกกำปั้นของอันหลินกระแทกจนโผล่ออกมาแล้ว…
หลิวเฉียงน้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากสั่นระริก เอ่ยปากอย่างยากลำบากว่า “อันหลิน ทวดเจ้าสิ! ข้าไปขุดหลุมศพบรรพบุรุษเจ้าหรือไง”
บัดซบ! ทั้งที่เขาแค่อยากซ้ำมีดเงียบๆ แท้ๆ
จู่ๆ หนึ่งคนหนึ่งสุนัขจากกลางเวหาก็กระโจนลงมาหาเขา ไม่พูดพร่ำทำเพลงรัวหมัดใส่ทันที ที่สำคัญคือชกหน้าอย่างเดียว!
เขาไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือ
สายตาที่อันหลินมองเขาดูโกรธแค้นอย่างยิ่ง ราวกับจะเขมือบเขาแล่หนังเขาทั้งเป็นอย่างไรอย่างนั้น…
แต่ว่า เขากับอันหลินเพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งแรกไหมเล่า!
มันเป็นความแค้นความโกรธเกลียดอะไรกันแน่
อันหลินเห็นแสงทองคุ้มกันสาดแสงแล้ว ก็ขมวดคิ้วน้อยๆ นวดคลึงมือที่แดงบวมเล็กน้อยพลางพูดว่า “เจ็บจริงๆ”
หลิวเฉียงได้ยินประโยคนี้ ก็อัดอั้นตันใจ เกือบจะกระอักเลือดออกมาอีกแล้ว
อันหลินมองหลิวเฉียงแวบหนึ่ง พูดต่อว่า
“อ้อ ข้าจะตอบคำถามเมื่อครู่ของเจ้า เจ้าไม่ได้ขุดหลุมศพบรรพบุรุษข้าหรอก ที่ข้าชกเจ้าเช่นนี้ เป็นเพราะเจ้าแย่งงานข้า ฟังให้ดีล่ะ…ข้าต่างหากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการซ้ำมีด มีแค่ข้าเท่านั้นที่ซ้ำมีดได้!ราชันซ้ำมีด ข้าต้องได้เป็นแน่!”
พูดจบ อันหลินก็ชูนิ้วโป้งชี้ใส่ตัวเอง ทำหน้าทะนงและกระหยิ่มยิ้มย่อง
พรืด!
เมื่อจบประโยคนี้ หลิวเฉียงก็อาเจียนเลือดที่อัดอั้นอยู่ในอกออกมาได้สำเร็จ
เห็นได้ชัดว่านางไม่เชื่อ สุนัขตัณหากลับที่อันหลินเคยพูดให้นางฟังก่อนหน้านี้ น่าเกรงขามปานนี้เชียวหรือ!
“โฮ่ง! อันหลิน ปกติเจ้าแนะนำข้าให้คนอื่นฟังแบบนี้หรือ”
ต้าไป๋มีน้ำโห ถลึงตาใส่อันหลิน “โบราณกล่าวว่าความในอย่านำออก…ถุย! สำนวนกล่าวว่าเรื่องอื้อฉาวของมิตรสหายห้ามเผยแพร่ เจ้าช่วยสร้างเรื่องของข้าให้ดีหน่อยไม่ได้หรือ”
อันหลินส่ายหน้าอย่างกระอักกระอ่วน สวีเสี่ยวหลานก็รู้ว่าตัวเองปากไว สร้างปัญหาเสียแล้ว จึงรีบเปลี่ยนประเด็นทันที “ไม่คิดว่าเลยว่าต้าไป๋จะน่าเกรงขามเช่นนี้ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ จะว่าไปพวกเจ้ามาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร!”
ต้าไป๋ได้ยินคำชื่นชมของสวีเสี่ยวหลาน ใบหน้าก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
อันหลินเห็นดังนั้นก็รีบเปลี่ยนประเด็น บอกเล่าเรื่องราวว่าเขาพบกับต้าไป๋ได้อย่างไรให้สวีเสี่ยวหลานฟัง
…
ณ จัตุรัสหยกขาว เมื่ออันหลินชนะหลิวเฉียง เดินไปหาสวีเสี่ยวหลาน เหล่านักเรียนคิดว่าจะเกิดศึกใหญ่อีกแล้วเสียอีก
แต่ว่า สิ่งที่ทำให้พวกเขาคิดไม่ถึงคือ สองคนหนึ่งสุนัขบนหน้าจอ กลับพูดคุยกันด้วยสีหน้าสบายอกสบายใจ!
“อะไรกัน ที่แท้พวกเขาก็รู้จักกันนี่เอง”
“ช่างเถอะ พวกเราดูการต่อสู้บริเวณอื่นแล้วกัน”
บางคนพูดอย่างผิดหวัง
ตอนนี้หน้าจอผลึกหินแบ่งหน้าต่างออกเป็นสิบกว่าช่อง แต่ละช่องล้วนมีศึกกำลังดำเนินอยู่ ทุกคนต่างก็ชมศึกที่ตัวเองชื่นชอบอย่างมีเป้าหมาย
อาจารย์ที่ทำหน้าควบคุมการถ่ายทอดภาพการต่อสู้ กำลังคิดว่าจะยกเลิกภาพการต่อสู้ของอันหลิน จากนั้นก็เหมือนเห็นภาพอะไรบางอย่างเข้า อากัปกิริยาหยุดนิ่งไป เบิกตาโต
“พวกเจ้ามองที่ช่องของอันหลินเร็วเข้า!” จู่ๆ ก็มีนักเรียนตะโกนดังลั่นจัตุรัส
หลายคนได้ฟังก็พากันมองไปที่หน้าต่างช่องนั้น จากนั้นพวกเขาก็ทำท่าเหมือนเห็นเรื่องที่ชวนให้งุนงงบางอย่าง ต่างก็ชะงักอยู่กับที่
ภาพนี้งดงามเหลือเกิน งดงามจนทำให้ทุกคนลืมหายใจ อยู่ในภวังค์ความเงียบอีกครั้ง
สองคนหนึ่งสุนัขที่พูดคุยกันอย่างออกรสในตอนแรก จู่ๆ ภาพก็เปลี่ยนไปกะทันหัน
เห็นสุนัขสีขาวตัวนั้น จู่ๆ ก็อ้าปากกว้าง จากนั้นเขมือบสวีเสี่ยวหลานลงไปทั้งเป็น… ………………………………..
Related

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม