ชายหัวโล้นมองอันหลินที่อยู่ไกลออกไป สีหน้าเปลี่ยนไปโดยพลัน
กลิ่นอายแบบนี้…แข็งแกร่งนัก!
อันหลินเงยหน้ามองชายหัวโล้นเช่นกัน ดวงตาดำขลับดุจน้ำหมึก ด้านหลังมีผ้าคลุมสีดำก่อตัวในพริบตา แม้แต่กระบี่พิชิตมารก็มีผ้าแถบสีดำพันรอบ ปานมีเสื้อกันหนาวสีดำเพิ่มมา
รอบกายเงียบสงัดไร้เสียง กลิ่นอายความตายและความดับสิ้นแผ่กระจายประหนึ่งริ้วคลื่น
อันหลินเป็นศูนย์กลางของความมืดมิด เป็นดั่งราชันผู้บงการรัตติกาล สุขุมเยือกเย็น แต่แฝงด้วยสุดยอดพลังที่ทำให้คนหลับใหลตลอดกาล
ลมโชยผ่านระลอกหนึ่ง ร่างของอันหลินอันตรธานหายไปเสียแล้ว
ชายหัวโล้นเพ่งสายตาโดยพลัน ยกหมัดขึ้นแล้วปล่อยออกไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล
ในตอนนั้นเอง คมกระบี่สีดำก็มาประชิดหน้าเขาด้วยอานุภาพที่ไร้เทียมทาน ปะทะกับกำปั้นแล้ว
ตูม
การประสานงาของสองพลัง ทำให้พลังปราณกระเพื่อมขึ้นพันเมตร คลื่นพลังที่น่ากลัวระเบิดทำลายทุกสิ่งอย่างในรัศมีร้อยจั้ง
อันหลินกับชายหัวโล้นถอยกรูดพร้อมกัน ถุงมือของชายหัวโล้นถูกคมกระบี่เฉือนจนขาด เผยให้เห็นรอยเลือดเด่นชัด แต่อันหลินไร้รอยขีดข่วน ใบหน้าเรียบเฉยถือกระบี่พุ่งใส่ชายหัวโล้นอีกครั้ง
กระบี่ที่อหังการอย่างยิ่งยวด การประสานงาที่ธรรมดาเรียบง่าย พลังที่ปะทุทำให้ดินแดนผืนนี้ถล่มทลาย
ชายหัวโล้นถูกกระบี่ที่พุ่งมาอย่างองอาจไม่หยุดของอันหลินบีบคั้นจนถอยกรูด ไม่นานบาดแผลก็ปรากฏตามตัวนับสิบกว่าแห่ง
ในสายตาของชายหัวโล้น ผ้าคลุมสีดำด้านหลังอันหลินใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกลายเป็นม่านฟ้ามืดมนบดบังท้องนภา และกระบี่ในมืออันหลินกลับกลายเป็นผู้บงการความตายและความสูญสิ้นในม่านฟ้า บัดนี้กำลังประกาศอำนาจของมัน
เซวียนหยวนเฉิงกับหลิวเชียนฮ่วนแหงนหน้ามองฟ้า ผ้าคลุมสีดำบังบดแสงตะวัน
ม่านรัตติกาลค่อยๆ คืบคลานเข้ามา เพลงกระบี่ไร้ราตรีของอันหลินสั่งสมพลังจนบรรลุถึงขีดสูงแล้ว!
ใช่แล้ว ครั้งนี้อันหลินไม่ได้ใช้หกกระบี่เทพสงคราม แต่ฟังคำแนะนำของเสี่ยวเสีย ใช้เพลงกระบี่ไร้ราตรีที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่นี้!
สวีเสี่ยวหลานถูกลำแสงสีแดงบีบคั้นจนล่าถอย ชั่วขณะที่ผ้าสีดำพลิ้วไหว สายตาของนางก็หยุดอยู่ที่ชายหนุ่มที่อยู่ห่างไกลแล้ว
จักรพรรดิเจินหงแข็งแกร่งเกินไป แม้จะมีต๋าอีกับต๋าเอ้อร์คอยตรึงสุดชีวิต หูก้วนกับเหยาหมิงซีก็ตกอยู่ในวิกฤตแห่งความตายอยู่ดี สวีเสี่ยวหลานจึงฟังคำสั่งของอันหลิน ไปช่วยพวกหูก้วนก่อน
ก่อนแยกกันอันหลินเคยบอกว่า เขาจะเอาชนะชายหัวโล้นคนนั้นให้ได้ เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังอย่างยิ่งของอันหลิน สวีเสี่ยวหลานเชื่อคำเขา และเชื่ออย่างไร้ข้อกังขา
และตอนนี้ก็ได้เห็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดแล้ว
ชายหัวโล้นถูกโจมตีจนเลือดร้อน สองมือกำแน่น พลังก็พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
“ไอ้หนุ่ม อย่าอวดดีเกินไป เอาหมัดจริงจังของข้าไปกิน!”
จู่ๆ กล้ามเนื้อบนท่อนแขนของชายหนุ่มก็ปูดขึ้นมา พลังปราณพุ่งขึ้นพันเมตร ก่อตัวเป็นกระแสวนขนาดใหญ่ และศูนย์กลางกลับเป็นหมัดขวาของเขา
หมัดปล่อยออกไป!
กำปั้นสีแดงคล้ายว่าจะทลายสรรพสิ่ง ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในสายตาของอันหลิน
มันทรงพลังมหาศาลดุจท้องทะเล ความรุนแรงของมันทลายฟ้าดิน!
สีหน้าของอันหลินเคร่งขรึมอย่างยิ่ง เขายกกระบี่ขึ้นขวางหน้าแล้วควงมันอย่างรวดเร็ว ผ้าคลุมสีดำกลายเป็นม่านฟ้าและเหมือนสายธารสีดำเทกระหน่ำลงมา ก่อตัวเป็นกระแสวนที่ดูดกลืนฟ้าดินกำบังตรงหน้า
กระแสวนสีดำเก้าสิบเก้าชั้นเริ่มปรากฏให้เห็น ใจกลางของมันลึกล้ำชนิดที่แม้แต่จิตวิญญาณของคนก็หลบหลีกไม่ได้ มันเหมือนหลุมดำที่กลืนกินทำลายสรรพสิ่ง พุ่งตอบโต้หมัดสีแดงทันที
ตูม
พลังที่น่ากลัวทำลายกระแสวนชั้นแล้วชั้นเล่า มิติเริ่มบิดเบี้ยว ชั้นที่สิบ ชั้นยี่สิบ ชั้นสามสิบ…ชั้นเก้าสิบ
รอยแยกสีดำปรากฏกลางนภาพร้อมกับกลิ่นอายของพลังแรกกำเนิด มันเป็นเค้าลางของมิติที่ถูกสะเทือนจนปริแตก
อวัยวะภายในของอันหลินฉีกขาดแล้ว กระดูกก็เริ่มเต็มไปด้วยรอยร้าว มันเป็นอาการบาดเจ็บที่สาหัสปางตายแล้ว แต่เขากลับไม่มีความกลัวและความคิดจะถอยเลยสักนิด แววตาสุกใสชัดเจน
แต่ในใจของเขา ตอนนี้ต่างหากที่เป็นเวลาแห่งการตัดสินแพ้ชนะ!
กระบี่พิชิตมารกลายเป็นเงาดำกลับมาที่มือของเขา ในความเย็นเยียบมีเสียงที่เจือความตื่นเต้นดังขึ้น
เสียงหนึ่งกลับทำให้เขาสะดุ้งโหยง ในใจเกิดความเย็นเยียบ
“แค่กๆ…ประเมินพวกเจ้าต่ำไปจริงๆ”
ร่างหัวโล้นตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากซากปรักหักพังช้าๆ ศีรษะที่เปื้อนเลือดยังคงเจิดจ้าภายใต้การส่องสะท้อนของแสงแดด
เขากุมบาดแผลตรงหน้าอกที่เลือดไหลไม่หยุดแล้วเดินไปหาพวกอันหลินทีละก้าว ในแววตาเจือความฮึกเหิมที่ลุกโชน “พลังต่อสู้ของพวกเจ้าเหนือความคาดหมายของข้าเป็นอย่างมาก แต่ยังห่างจากการเอาชนะข้าอยู่อีกนิดหน่อย”
ชายหัวโล้นพูดกลั้วหัวเราะ “ประหลาดใจหรือไม่ แปลกใจหรือไม่ ตื่นเต้นหรือไม่”
เขากำมือแน่น เดินหน้าไม่หยุด ปางตายสามคน…เขาจะจัดการให้เหี้ยน! ระยะห่างของเขากับพวกอันหลินเหลือน้อยลงทุกที ประหนึ่งเทพเจ้าปีศาจบรรพกาลที่อำมหิตที่สุด เตรียมจะแยกเขี้ยวปลิดชีพของมันแล้ว
ขณะนั้นเอง พลันเกิดริ้วคลื่นเส้นเล็กกลางอากาศ
ลำแสงสีน้ำเงินพาดผ่านด้านหลังของชายหัวโล้น ราวกับพญาอินทรีแตะสัมผัสผิวน้ำแผ่วเบา หายวับทันตา
เพียงครู่เดียว! ไม่ทันตั้งตัวเลยสักนิด!
ขณะที่ชายหัวโล้นอ่อนแรงที่สุด คลื่นอารมณ์รุนแรงที่สุด เคียวของเทพมรณะก็ตวัดลงมาเบาๆ…
ชายหัวโล้นมองรอยเลือดบนลำคอ ดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้ายังฉายความตะลึง
อันหลินและพวกหลิวเชียนฮ่วนมองร่างสีเงินที่อยู่ห่างไกล ต่างก็หายใจเข้าดังเฮือก
“สวยไปเลย! สมบูรณ์แบบ!” อันหลินลุกพรวดขึ้นด้วยอาการปางตายแล้วตะโกนลั่น
“นี่แหละประโยชน์ของมือสังหารยามเล่นเป็นทีม…”
นัยน์ตาสีม่วงของหลิวเชียนฮ่วนเป็นประกาย มุมปากยกขึ้นส่งยิ้มงดงาม
กงจักรแสงจันทร์สีน้ำเงินที่อยู่ห่างไกลหมุนรอบซูเฉี่ยนอวิ๋นอย่างสุขใจ ราวกำลังประกาศชัย
ซูเฉี่ยนอวิ๋นปาดเลือดตรงมุมปาก ยิ้มให้พวกอันหลินอย่างดีใจ ใบหน้าขาวผุดผ่องมีลักยิ้มตื้นๆ สองข้าง มีเสน่ห์น่ารัก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม