ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์กลายเป็นลำแสงสีเงินเหาะกลับไปหาอันหลิน สง่างามและโก้เก๋
ม่อไห่มองกันดั้มทั้งสองแล้วอดชมไม่ได้ว่า “สมกับเป็นหุ่นโลหะที่เทียบเคียงจี้หย่งฟางสี่คน รบราจนถึงบัดนี้ความเท่ก็ยังไม่จางหาย”
“ชมเกินไปแล้ว ก็แค่ของเล่นเล็กๆ น้อยๆ” อันหลินพูดถ่อมตัว
มุมปากม่อไห่กระตุกยิกๆ แทบจะอยากฟาดเจ้าคนขี้เก๊กนี่ให้ตายเดี๋ยวนี้เลย
ขณะนั้นเองมนุษย์หมาป่าก็เดินมา มันบาดเจ็บสาหัสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซ้ำยังต่อสู้กับกองทัพอสูรอีก ตอนนี้แลดูบอบช้ำอย่างยิ่ง พลังแห้งขอด เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด
“อ่ะ หมาป่าดาบขาว กินยาบำรุงร่างกายเม็ดนี้เสีย!”
อันหลินหยิบยาเลือดมังกรขั้นสองออกจากแหวนมิติแล้วโยนให้มนุษย์หมาป่า
มนุษย์หมาป่ารับยาวิเศษไป มองอันหลินด้วยความซึ้งใจ ก่อนจะกินมันอย่างไม่ลังเล
“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้เราเดินไปด้วยพูดไปด้วย!” อันหลินขี่ก้อนอิฐลอยขึ้น
มนุษย์หมาป่าทำหน้างุนงง “ไปไหน”
“ไปจัดการท่านเทพของพวกเจ้า มันจับศิษย์พี่ของพวกเราไป!”
อันหลินเอ่ยเสียงเรียบ ราวกับกำลังกล่าวถึงเรื่องธรรมดาสามัญ
เมื่อมนุษย์หมาป่าได้ฟัง ขนทั่วทั้งร่างก็ลุกชูชัน เกือบจะทรงตัวไม่อยู่ พูดอย่างหวาดผวาว่า “เจ้า…เจ้าจะสังหารท่านเทพของพวกข้าหรือ เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ที่แท้…ที่แท้เจ้ากับมนุษย์คนนั้นก็เป็นพวกเดียวกัน…แต่เจ้าก็จะรนหาที่ตายไม่ได้นะ!”
สีหน้าของอันหลินเย็นเยือกทันที “นี่เป็นคำสั่งของนาย เจ้าจะขัดขืนหรือ”
มนุษย์หมาป่าสัมผัสได้ว่าวิกฤตมรณะอันหนาแน่นปกคลุมทั่วร่าง ประหนึ่งว่าหากต่อต้าน ลมหายใจของมันจะขาดสะบั้นทันใด
ช่วยไม่ได้ มันทำได้เพียงตามหลังอันหลินพร้อมกับน้ำตาไหลพราก
ทั้งสามพุ่งขึ้นฟ้า มุ่งหน้าสู่ตำแหน่งที่ยันต์เทวะระบุ
“เจ้านาย ท่านเทพมีสายเลือดของหงส์ดำ เป็นหนึ่งในสมาชิกขุนพลสวรรค์ของอนารยชน แม้จะถูกตรวนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าพันธนาการ ความสามารถก็ยังน่ากลัวอย่างยิ่ง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะเทียบเทียมได้!” มนุษย์หมาป่าพูดอย่างหวาดกลัวสุดแสน
มันไม่คิดเลยว่าตนยอมตกเป็นทาสเพื่อรักษาชีวิตอย่างยากลำบาก บัดนี้กลับจะต้องไปตายต่อหน้าท่านเทพ มันไม่อาจใช้คำว่าอนาถมานิยามแล้ว! เมื่อนึกถึงวิธีที่ท่านเทพจะใช้กับคนทรยศ มันก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว
อันหลินได้ฟังกลับเกิดความคิดบางอย่าง “ว่าต่อไป ท่านเทพคนนั้นของเจ้าแข็งแกร่งปานใดกันแน่ พูดให้ละเอียดหน่อย”
มนุษย์หมาป่ามองอันหลิน เกลี้ยกล่อมอย่างว้าวุ่นใจว่า “แข็งแกร่งกว่าเจ้าแน่นอน นายท่านอย่าไปเลย ถ้าไปก็ต้องตาย!”
“ข้าสู้กับเจ้าไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาเหนือกว่าข้า” อันหลินกะพริบตาปริบๆ เอ่ยอย่างสนเท่ห์
มนุษย์หมาป่าถูกตอกจนพูดไม่ออก เมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของอันหลิน ก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้ถอยไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงพูดต่อไปด้วยใบหน้าอมทุกข์ว่า “ท่านเทพเป็นขุนพลสวรรค์แห่งอนารยชน ฉายานามหงส์ อสูรอนารยะระดับนิมิตสวรรค์ขั้นสุดยอด ความสามารถน่าจะเทียบเท่าระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นสุดยอดของมนุษย์อย่างพวกเจ้า”
เมื่อได้ยินคำพูดของมนุษย์หมาป่า ลมหายใจของอันหลินก็เริ่มหนักอึ้ง
หวนสู่ความว่างเปล่าขั้นสุดยอดงั้นหรือ นี่พวกเขาต้านทานได้แค่นิ้วมือนิ้วเดียวของท่านเทพเหรอเนี่ย
“เขาเข้ามาในคุกวิหคชาดเพื่อช่วงชิงพลังของหงส์ไฟที่ถูกจองจำ คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะถูกหงส์ไฟใช้ตรวนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าพันธนาการไว้ที่นี่ ถูกแดนต่างมิติแห่งนี้ดูดเอาพลังเพลิงไม่หยุด บัดนี้พลังไม่สู้หนึ่งในสิบของวันวานแล้ว แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ พลังของเขาก็ยังเหนือกว่าที่พวกเจ้าจะจินตนาการได้!” เมื่อมนุษย์หมาป่าหวนนึกถึงท่าทางยามลงมือของท่านเทพ ความน่ากลัวที่ได้ชื่อว่าควบคุมอานุภาพฟ้าดิน ก็อดตัวสั่นเทาไม่ได้
สีหน้าของอันหลินฉายความเคร่งขรึม เห็นได้ชัดว่ารู้ดีแก่ใจว่าบุคคลระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นสุดยอดน่ากลัวปานใด แม้จะมีพลังไม่ถึงสิบในร้อย เกรงว่าพวกเขาก็ต้านทานได้ยากอยู่ดี
“นอกจากนี้ ท่านเทพยังมีหงส์ขาวที่มีพลังแก่กล้าอย่างยิ่งตัวหนึ่ง อย่างไรเสียก็ไม่ใช่สิ่งที่อนารยชนอย่างพวกข้าจะสู้ได้” มนุษย์หมาป่ายิ่งพูด แววตาก็ยิ่งหม่นแสง รู้สึกเหมือนตนกำลังสั่งเสียอย่างไรอย่างนั้น
อันหลินส่งสัญญาณให้มนุษย์หมาป่าพูด บอกทุกอย่างที่มันรู้
มนุษย์หมาป่าถอนหายใจ ก่อนจะพูดว่า “รออีกสักระยะ จะเป็นเวลาที่จันทราปรากฏอีกครา เมื่อถึงตอนนั้น ดินแดนแห่งนี้จะเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ท่านเทพจะใช้มนุษย์คนนั้นเป็นเครื่องสังเวยดวงจันทร์ เพื่อลดทอนการกำราบของตรวนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า พิธีกรรมนี้ต้องการหญ้าเฮยหวง กองทัพของพวกเราออกไปนำหญ้าเฮยหวง จึงพลาดท่าไปพบกับพวกเจ้า”
อันหลินถ่ายทอดคำพูดของมนุษย์หมาป่าให้ซ่างกวนอี้กับม่อไห่
ครั้นซ่างกวนอี้กับม่อไห่ฟังจบ ใบหน้าก็เย็นเยือกปานมีน้ำค้างแข็งฉาบทับ
ม่อไห่ถอนหายใจ “พลังหนึ่งในสิบของระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นสุดยอด แข็งแกร่งปานใดกัน”
“แผ่นดินเริ่มไหวแล้ว จันทราจะปรากฏแล้ว!” มนุษย์หมาป่าพูดอย่างร้อนรน
สีหน้าของอันหลินเปลี่ยนไป เพิ่มความเร็วในการเหาะเหินแล้ว
ม่อไห่คิดๆ ดูแล้วก็กัดฟันพูดว่า “สหายอันหลิน ถ้าพลังของศัตรูบรรลุระดับหวนสู่ความว่างเปล่าแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็ถอนตัวออกจากการเคลื่อนไหวนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเอาชีวิตของเจ้าไปแลกกับศิษย์พี่หยางหยวนเพียงคนเดียว”
อันหลินมองม่อไห่ “แล้วพวกเจ้าล่ะ”
ม่อไห่เงียบไปครู่หนึ่งถึงพูดขึ้นมาว่า “ข้าจะทำเท่าที่ทำได้”
“ข้าก็จะทำเท่าที่ทำได้ด้วย” อันหลินเบะปาก “อย่าคิดว่ามีแต่พวกเจ้าที่เป็นลูกศิษย์สำนักวิหคชาดสิ อย่างน้อยข้าก็เป็นศิษย์ในนามของสำนักวิหคชาดเหมือนกัน พวกเจ้าสู้สุดชีวิตได้ แล้วข้าทำไม่ได้หรืออย่างไร”
ม่อไห่กำจานหงส์ลงทัณฑ์แน่น มองอันหลินพลางพูดว่า “ไม่เสียหลายเลยที่คบสหายอย่างเจ้า”
“ข้าก็รักตัวกลัวตายเหมือนกัน ถ้าสู้ไม่ไหวจริงๆ ไม่ต้องรอเจ้าเตือนหรอก ข้าจะหนีเอง” อันหลินพูดเสริม
ม่อไห่หัวเราะร่า “ข้าชอบคบหากับคนที่เถรตรงเช่นเจ้านี่แหละ ออกไปแล้วเราไปดื่มกันหน่อย!”
“ตกลงตามนี้!” อันหลินพยักหน้า
“แล้วก็ให้เจ้าลงมือทำอาหารแกล้มเหล้าชั้นดี!” ม่อไห่พูดต่อ
อันหลินกลอกตา “นี่คงจะเป็นเจตนาที่แท้จริงสินะ”
ม่อไห่มองเบื้องหน้ายิ้มๆ ไม่โต้เถียง
ซ่างกวนอี้จดจ้องทั้งสอง ไม่พูดอะไร แล้วทอดสายตามองไกลอีกครั้ง
บนท้องนภา ชั้นเมฆหนาเตอะถูกเสาเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นมาแผดเผา เริ่มเกลือกกลิ้งและสลายหายไป
ลำแสงสีแดงฉานดุจเลือดทะลุชั้นเมฆ ส่องกระทบโลกหล้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม