บรรยากาศพิลึกยิ่งแล้ว เพราะไม่ว่าข้าศึกหรือฝ่ายเราต่างก็งวยงง ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เสาอัสนีถึงจู่โจมเมิ่งจือ
สายฟ้าตรงปลายนิ้วอันหลินเริ่มสลายไป ปิดทองหลังพระ
ตอนแรกเขาอยากควบคุมภูตอัสนี แต่ภูตอัสนีมีพลังยุทธ์ คาถาเรียกสายฟ้าควบคุมไม่ได้ จึงทำได้แค่เลือกสิ่งที่รองล ลงมา ควบคุมเสาอัสนีพลังงานของภูตอัสนีแทน
ไม่คิดว่าจะทำร้ายเมิ่งจือได้จริงภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว
สวีเสี่ยวหลานเบนสายตามองอันหลินแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะละสายตากลับไปมองศัตรูตรงหน้า
เฉินซิ่นหรานฉวยจังหวะที่เมิ่งจือถอยกรูด ทลายพันธนาการ หัวเราะลั่น “ฮ่าๆ ๆ…สวรรค์คุ้มครองสำนักวิหคชาด ผู้หญิ งอย่างพวกเจ้าล้มเลิกความตั้งใจเสียเถอะ!”
ตอนนี้ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักวิหคชาดก็พลอยด่าทอตามจูหยวนโจไปด้วย สาวหิมะน่าชังเหลือเกิน และการโจมตีเมื่อสัก กครู่ก็สะใจเหลือเกิน
สีหน้าของเมิ่งจือเปลี่ยนไปเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่น การพันธนาการของผอบเทพวิถีถูกตัดขาด ผลาญพลังและเวลาของนางม มหาศาล ต้องเริ่มทำการผนึกใหม่ ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ประเด็นอยู่ที่ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ถ้าหากมีเหตุการณ์แบบนี้เก กิดขึ้นอีกครั้งจะทำอย่างไร
นางลังเลครู่หนึ่ง ร่างกายแผ่พลังพิศาลดุจทะเลอีกครั้ง
“ภูตอัสนี ประจำที่!”
วิหคอัสนีที่มีสายฟ้าห้อมล้อมกายระเบิดเสาอัสนีพวยพุ่งขึ้นฟ้าอีกครั้ง อานุภาพสายฟ้าที่น่ากลัวทำลายทุกสรรพสิ่งใน นรัศมีสิบจั้งให้พินาศสิ้น
เฉินซิ่นหรานเห็นดังนั้นใจก็กระตุกวูบ พุ่งไปหาเมิ่งจืออีกครา
แต่หนนี้ เจ้าแห่งวังศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามเหาะไปหาเฉินซิ่นหราน และตรึงเขาไว้อย่างแน่นหนา
ชั่วขณะที่แสงอัสนีพุ่งขึ้นฟ้า ทิศทางของมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ดุจกระบี่อัสนีที่แยกฟ้าดินเล่มหนึ่ง ฉีกทึ้งมิติด้วยอานุภาพที่ล้างบางสรรพสิ่ง พุ่งไปฟันเมิ่งจือ!
จู่ๆ ดวงตาของเมิ่งจือก็มีดวงดาราพันหมื่นฉายวาบ ภาพน้ำแข็งที่หมื่นผสกศิโรราบด้านหลังโชติช่วงชัชวาล กลายเป็นม ม่านแสงเจ็ดสีมาขวางด้านหน้า
เปรี้ยง
สายฟ้าฟาดเปรี้ยง พลังงานที่น่าพรั่นพรึงทลายมิติในรัศมีหลายลี้จนเป็นรอยแยกที่ดำทะมึนและลึกล้ำหลายทาง
แต่ม่านแสงเพียงแค่เกิดคลื่นกระเพื่อมอย่างรุนแรงเท่านั้น ไม่ปริแตกแต่อย่างใด
ร่างมายาสีน้ำเงินของเทพีปรากฏกายด้านหลังเมิ่งจือ ลืมตาที่ครอบจักรวาลขึ้นส่ายตามองทั่วทุกสารทิศ สุดท้ายสายตาจั บจ้องที่ชายหนุ่มคนหนึ่ง
เทพีเริ่มสลายหายไป นัยน์ตาของเมิ่งจือเริ่มมองไปที่ชายหนุ่มคนนั้น
อันหลินรู้สึกว่าตนถูกเพ่งเล็งแล้ว แข้งขาเริ่มอ่อนเปลี้ย
“เจ้าเองหรือ” เมิ่งจือจดจ้องอันหลิน น้ำเสียงเย็นเยือกประหนึ่งลมหนาว
ครานี้คนส่วนใหญ่ที่กำลังรบราต่างก็ชะงักงัน
พวกเขาเบนสายตามายังอันหลิน ใบหน้าตกตะลึงและอึ้ง
สาเหตุที่การจองจำเพลิงศักดิ์สิทธิ์ถูกตัดขาด พวกเขามีข้อสันนิษฐานมากมาย บางคนนึกว่าอาวุธลับในสำนักวิหคชาดทำง งาน บางคนนึกว่าเป็นฝีมือของผู้อาวุโสที่ลึกลับยิ่งใหญ่สักคน แต่แทบจะไม่มีใครคิดเลยว่า เรื่องนี้จะเกี่ยวข้อง กับนักพรตระดับแปลงจิตคนหนึ่ง
“สังฆราชินี เข้าใจผิดแล้ว!”
อันหลินมองเมิ่งจืออย่างหน้าตาเฉย ชูมือทั้งสองขึ้นเป็นนัยว่ายอมศิโรราบ
สีหน้าของเมิ่งจือไม่เปลี่ยนแปลง เอ่ยเสียงเรียบว่า “แม้ข้าจะยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเจ้าแน่แท้ แต่จากการอนุมานของเท ทพีน้ำแข็งก่อนหน้านี้ มีเพียงเจ้าที่มีความเป็นไปได้ที่สุด”
นางชี้คทาไปที่อันหลิน ภาพน้ำแข็งด้านหลังพลันยืดยาวพันเมตร พลังโหมซัด สะเทือนทั่วทั้งมิติ
เสาแสงสีขาวพุ่งออกจากคทาของนางทะลุมิติหลายลี้ มุ่งหน้าไปหาอันหลินพร้อมกับปราณล้างผลาญ
เสาแสงสีขาวบดบังแสงสว่างของแดนดิน พลังอันชวนให้สิ้นหวังกระจายไปทุกหัวระแหง ผู้แข็งแกร่งแปลงจิตทั่วไปแตะต้องถึ งตาย มันเป็นพลังที่เพียงพอจะสังหารยอดฝีมือหวนสู่ความว่างเปล่าในพริบตาได้!
“อันหลิน!”
เสียงตะโกนเหลือคณานับดังขึ้น
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า สังฆราชินีเมิ่งจือจะผลาญพลัง ใช้การโจมตีที่น่ากลัวเช่นนี้กับนักพรตแปลงจิตคนหนึ่งอย่าง อันหลิน
ผู้อาวุโสหลายท่านที่กำลังสู้รบเสี่ยงอันตรายที่จะได้รับบาดเจ็บสาหัส ปล่อยพลังป้องกันสิบกว่าสายไปตรงหน้าอันหลิน น
ครืนๆ ๆ…
เสาแสงสีขาวดุจกระบี่แห่งการลงทัณฑ์ บุกหน้าปานผ่าลำไผ่ ทำลายพลังป้องกันสิบกว่าสายทีละชั้น
อานุภาพการโจมตีของเมิ่งจือถดถอยไม่ได้ แต่พลังนี้ก็สามารถทำอันตรายยอดฝีมือหวนสู่ความว่างเปล่าได้แล้ว ส่วนนัก กพรตระดับแปลงจิต ก็จะถูกทำลายจนป่นปี้เป็นอนุภาคที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เสี้ยววินาทีนั้น อันหลินหยิบก้อนอิฐแรกกำเนิดออกมากำบัง
นี่เป็นขั้นสุดท้ายแล้ว การหยิบยืมพลังของเจ้าเหมันต์สิ้นเปลืองพลังงานยิ่งนัก เมิ่งจือกัดฟันกรอด กระตุ้นผอบเทพวิ ถีสุดชีวิต
ในตอนนั้นเอง เสาแสงอัสนีที่เชื่อมต่อฟ้าดินเปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง ประดุจกระบี่ตัดนภา ฟาดใส่เมิ่งจือด้วยพลังทำลา ายล้างอันน่าสะพรึงกลัว
เปรี้ยง
สายฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาลปะทุ เปลี่ยนท้องฟ้าให้เป็นทะเลอัสนี กระแทกเมิ่งจือกระเด็นออกไปหลายลี้อีกครั้ง!
สำนักวิหคชาดกับสาวหิมะเงียบงันอีกหน จ้องเมิ่งจือด้วยความตะลึง
กระบี่ที่เจิดจ้าดุจหิมะของเมิ่งจือดำเกรียมบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย ชุดสังฆราชินีขาดรุ่งริ่ง ควันดำผุดออกจากร่างกา าย มองดูสิ้นท่าอย่างยิ่ง
ใบหน้าที่งามสะคราญเปื้อนคราบเลือด กวาดสายตามองรอบๆ ด้วยความงุนงง สุดท้ายจดจ้องไปที่หลุมดำนั่น ตรงนั้นมีหญิงสาว วรูปงามคนหนึ่งกำลังประคองชายหนุ่มที่บาดเจ็บสาหัสอยู่
ชายหนุ่มชูนิ้วกลางให้นาง เสียงก้องทะลุชั้นเมฆ “สาวหิมะสวะ! ทำกับนักพรตแปลงจิตอย่างข้ารุนแรงปานนี้ นอกจากรัง งแกคนอ่อนแอกว่า ใช้กำลังข่มเหงแล้วยังทำอะไรเป็นอีก!”
“ไม่ว่าวิหคอัสนีนกโง่นั่นจะปล่อยเสาอัสนีอีกกี่ครั้ง อันหลินคนนี้ก็จะทำให้มันฟาดเจ้าเอง!”
สำนักวิหคชาดกับกองทัพสาวหิมะได้ยินคำพูดของอันหลิน ต่างก็อึ้งงัน
เมิ่งจือโมโหจนแน่นหน้าอก เผยอปากน้อยๆ อยากโต้กลับไป แต่พบว่าไม่มีคำศัพท์อะไรเลย และไม่เหมาะสมกับฐานะ ทำได้เ เพียงยืนโกรธเกรี้ยวกลางอากาศ ไฟโทสะในดวงตาคล้ายว่าจะแผดเผาอันหลินให้วอดวาย
สาวหิมะหลายร้อยชีวิตดุจเห็นตัวประหลาด จ้องอันหลินไม่วางตา ตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
“อะ…อหังการ!” ม่อไห่สรรหาคำอื่นมานิยามไม่ได้แล้ว
“ที่แท้อันหลินก็เป็นบุคคลที่สุดยอดแบบนี้นี่เอง…” หลู่เจียจื้อพึมพำ
“อันหลินต้องชนะ!”
“สำนักวิหคชาดต้องชนะ!”
จู่ๆ ลูกศิษย์หลายหมื่นคนก็ตะโกนให้กำลังใจดังสะเทือนเลือนลั่น ความฮึกเหิมแรงกล้าอย่างที่ไม่เคยมาก่อน
พวกเขาเหิมฮึกจนตาแดงก่ำ ชั่วขณะที่จวนปราชัย เป็นอันหลินที่ลุกขึ้นมาจุดไฟแห่งชัยชนะให้พวกเขา และตอบโต้ศัตรู อย่างรุนแรงที่สุด!
ในสายตาของลูกศิษย์หลายหมื่นชีวิต บัดนี้อันหลินกำลังเปล่งประกาย!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม