วันนี้ เป็นวันที่สำคัญอย่างยิ่ง
นักเรียกใหม่กลุ่มแรกจะเดินทางไปแดนมนุษย์แล้ว!
อันหลิน เซวียนหยวนเฉิงและสวีเสี่ยวหลาน นำโดยเซียนกระบี่หลิงเซียวอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเขา มาถึงประตูสวรรค์ทักษิณ
สำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียนตั้งอยู่ในแผ่นดินลอยฟ้า มันอยู่ในอาณาเขตของสรวงสวรรค์อยู่แล้ว เพียงแค่อยู่ในบริเวณที่ค่อนข้างไกลเท่านั้น
ดินแดนสำคัญของสรวงสวรรค์ อยู่บนแผ่นดินลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่กว่าอีกแห่ง
เมื่อเทียบกับสำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียนแล้ว ก็เหมือนเมืองกับชนบทล่ะมั้ง…
เพื่อมุ่งหน้าไปยังประตูสวรรค์ทักษิณที่มีค่ายกลทะลุมิติ พวกอันหลินเหาะเป็นระยะทางห้าร้อยลี้เต็มๆ
ภารกิจแดนมนุษย์ เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการพันธนาการหอมารแห่งหนึ่งในเทือกเขาคุนหลุน อีกประการหนึ่งคือสังหารภูตผีปีศาจในแดนมนุษย์ที่ได้รับรายงานในระยะนี้
ตัวประหลาดในแดนมนุษย์ มีสี่ชนิดคือมาร ปีศาจ ผีและสัตว์ประหลาด
มารกับปีศาจมีตัวประหลาดที่มีสติปัญญา แต่ผีกับสัตว์ประหลาดเป็นตัวประหลาดที่บิดเบี้ยวและวุ่นวาย
พวกมันแบ่งตามความสามารถ แบ่งเป็นพลทหาร แม่ทัพ อ๋องและจักรพรรดิ
ตัวประหลาดระดับพลทหาร เทียบเท่ากายแห่งมรรคขั้นห้า
ตัวประหลาดระดับแม่ทัพ เทียบเท่ากายแห่งมรรคขั้นสิบ
ตัวประหลาดระดับอ๋อง เทียบเท่าระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณ โดยทั่วไปเมื่อมาถึงระดับนี้แล้ว นักพรตในแดนมนุษย์จะรับมือได้ยาก เมื่อถึงเวลานั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในแดนมนุษย์จะรายงานสรวงสวรรค์ผ่านช่องทางพิเศษ
ส่วนตัวประหลาดระดับจักรพรรดินั้น อย่างน้อยก็มีพลังของระดับแปลงจิตอยู่ครึ่งหนึ่ง ตัวประหลาดประเภทนี้สิบปีก็ไม่มีให้เห็นสักครั้ง แต่หากว่าโผล่มา จะทำให้แดนมนุษย์เกิดความสั่นคลอนครั้งใหญ่หลวง
ภารกิจที่พวกอันหลินดำเนินการในครั้งนี้ เมื่อเทียบกับกลุ่มเล็กๆ ของพวกเขาแล้วไม่นับว่ายากเกินไป
เพราะมียอดฝีมืออย่างซวนหยวนเฉิงอยู่ เขาเป็นถึงคนที่เอาชนะได้แม้กระทั่งนักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นกลางของสำนักเชียวนะ อีกนัยหนึ่งคือ นักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายในแคว้นจิ่วโจวก็อาจจะสู้เขาไม่ได้…
แน่นอนว่า อันหลินเป็นกัปตัน
หน้าที่ของเขาจึงเหนื่อยยากกว่าพวกซวนหยวนเฉิง แบกความรับผิดชอบที่หนักอึ้งกว่า!
ถูกต้อง เขาต้องหิ้วสินค้า!
…
ณ ประตูสวรรค์ทักษิณ เสาหยกลายมังกรสองต้นสูงทะลุเมฆ
ตรงกลางของเสาหยก มีม่านแสงหลากสีสัน ริ้วคลื่นเคลื่อนไหวเป็นระลอกๆ
เทพทวารบาลสององค์ถืออาวุธ เฝ้าประตูสวรรค์ทักษิณ
พวกเขาแต่ละคนต่างก็แผ่กลิ่นอายที่ทรงพลัง เมื่อเห็นพวกอันหลินมา ก็เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ทีหนึ่ง
เซียนกระบี่หลิงเซียวยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้เทพทวารบาลองค์หนึ่ง ด้านในมีรายละเอียดของการทำภารกิจ รวมถึงพิกัดที่กลุ่มภารกิจจะร่อนลง
“ไปเทือกเขาคุนหลุนหรือ พิกัดคืออารามเมฆขาว ไม่มีปัญหา!” เทพทวารบาลองค์หนึ่งผงกหัว ใช้วิชาเซียนสร้างอินเตอร์เฟสโฮโลกราฟีขึ้นมา
ว้าว! ไฮเทคสุดๆ!
อันหลินมองตาปริบๆ
นี่มันฉากของหนังไซไฟนี่นา ใช้วิชาเซียนจำลองได้ด้วยเหรอ
“พวกเจ้าเข้าไปในประตูนี้ก่อนเถอะ!” เทพทวารบาลกวักมือเรียกพวกอันหลิน
อันหลันได้ฟัง ก็เข้าไปในประตูม่านแสงที่สาดแสงเจ็ดสี
หลังทะลุม่านแสงแล้ว เขาก็เห็นรอบข้างมืดสลัว ไม่รู้ทิศทาง แม้แต่พื้นดินก็หายไปแล้ว ราวกับอยู่ท่ามกลางสภาวะแรกก่อนกำเนิดโลก
หลังพวกเขาทั้งสามคนเข้าไปในประตูแล้ว เทพทวารบาลก็เริ่มกำหนดพิกัด
“ลำบากท่านเทพเสียแล้ว” เซียนกระบี่หลิงเซียวยกมือขึ้นประสานคารวะเทพทวารบาลทั้งสอง แสดงความขอบคุณ
“เป็นหน้าที่อยู่แล้ว หาต้องเกรงใจไม่” เทพทวารบาลที่กำลังสาละวนกับอินเตอร์เฟสตอบ
ต่อมา เขารู้สึกคันจมูกนิดหน่อย
จากนั้น เขาก็อ้าปาก
“ฮัดชิ้ว!” เทพทวารบาลสะดุ้ง นิ้วเผลอไปกดที่ปุ่มส่งตัวบนหน้าจอโฮโลกราฟฟีโดยไม่ระวัง
“อ่า…แย่แล้ว!” เทพทวารบาลมองเซียนกระบี่หลิงเซียนอย่างรู้สึกผิด
เซียนกระบี่หลิงเซียว “…”
…
ข้าเป็นภูตพฤกษา
เรื่องที่ข้าทำทุกวันก็คือ หยั่งรากเงียบๆ สังเคราะห์แสงอย่างเบิกบานใจ บำเพ็ญเพียรด้วยความขยัน
ยามแสงตะวันเจิดจ้า ข้าหยั่งรากเงียบๆ สังเคราะห์แสงอย่างเบิกบานใจ บำเพ็ญเพียรด้วยความขยัน
ร่างอรชรอ้อนแอ้นลอยลงมาจากฟ้า โถมเข้าอ้อมอกของอันหลิน
ปึก!
ฝุ่นตลบอีกครั้ง คราวนี้เป็นสวีเสี่ยวหลานที่ตกลงมา
แต่ยังดีที่มีโล่เนื้ออย่างอันหลินขวางอยู่ ทำให้ลดแรงกระแทก เธอได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
สวีเสี่ยวหลานหน้าแดงระเรื่อ ตาลีตาเหลือกผละออกจากอกของอันหลินแล้วลุกขึ้นมา
“ขอบใจนะ” สวีเสี่ยวหลานมองอันหลิน กล่าวขอบคุณเขา
“ไม่เป็นไร ที่จริงข้าไม่ได้อยากช่วย…” ความรู้สึกของการกอดสาวไว้ในอก พูดไม่ได้ว่ารู้สึกดีมากนัก อันหลินคิดว่าตัวเองใกล้จะถูกสวีเสี่ยวหลานกระแทกใส่จนเวียนหัวแล้ว
สวีเสี่ยวหลาน “…”
ฟิ้ว!
ชายคนหนึ่งขี่กระบี่เหินเวหามา บนใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ต้องขออภัยสวีเสี่ยวหลานกับอันหลินด้วย”
“ตอนที่ข้าถูกส่งมาที่นี่ช้าไปในอึดใจ มิเช่นนั้นพวกเจ้าคงไม่ต้องเป็นแบบนี้…”
ผู้มาเยือนคือเซวียนหยวนเฉิง เขากระโดดลงจากกระบี่ เอ่ยปากขอโทษอย่างอ่อนโยนและนอบน้อม
อันหลินส่ายหน้า “ไม่โทษเจ้าหรอก หากจะโทษก็โทษการเคลื่อนย้าย ส่งมากลางอวกาศเช่นนี้ คิดว่านักพรตกายแห่งมรรคเหาะเหินเดินอากาศได้หรือไง!”
เขาโกรธแค้นเทพทวารบาลประตูสวรรค์ทักษิณสองคนนั้นยิ่งนัก หากว่าระดับพลังยุทธ์ของเขาต่ำกว่านี้ ร่างกายบอบบางกว่านี้ คงจะกลายเป็นนักเรียนคนแรกที่ตายเพราะการเคลื่อนย้ายในภารกิจเป็นแน่
ขณะนั้นเอง เสียงหวานเล็กๆ ดังมาจากใต้ร่างกายของเขา
“อ๊าก! เจ้าคนร้าย เจ้ารีบขยับก้นออกไปเดี๋ยวนี้ ทับข้าจนจะตายแล้ว!”
เสียงนี้ทำให้อันหลินสะดุ้งโหยง รีบลุกพรวดขึ้นมามองผิวดิน
เห็นดอกไม้สีแดงฉูดฉาด แนบกับผิวดิน
ลำต้นสีเขียวนั้นถูกทับจนหักแล้ว มีของเหลวสีแดงไหลออกมา…
……………………………..
Related

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม