ครืน
เมื่ออันหลินกลืนยาเซียนท่องเก้าภพลงไป ฤทธิ์ยาอันมหาศาลก็ถูกปล่อยออกมาทั้งหมดภายใต้การกระตุ้นของวิชาพฤษธาตุอมตะ
พลังงานที่มีธาตุแตกต่างกันทว่าแฝงพลังชีวิตอันแข็งแกร่งยิ่งเก้าชนิดปะทะกันภายในร่างกายของเขา
วงแหวนสีเขียวปรากฏเหนือศีรษะอันหลิน มันเป็นสภาพที่วิชาพฤษธาตุอมตะกำลังกระตุ้นสุดพลัง
พลังงานที่แฝงด้วยพลังของเบญจธาตุเริ่มผสานเป็นหนึ่งกับอวัยวะ เลือดและกระดูกภายในร่างกายของเขา พลังงานที่แฝงด้วยพลังจิตสองสายหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ และมีพลังงานชีวิตอีกสองสาย ที่เหลือที่หลอมรวมกับเส้นชีพจรและทะเลปราณ
แสงสีเขียวเปล่งประกายออกมาจากร่างของอันหลิน ริ้วคลื่นของพลังชีวิตแผ่กระจายไปทั่วทุกสารทิศไม่ขาดสาย
พลังปราณที่เซื่องซึมไปบ้างเริ่มกลับมามีชีวิตชีวิตอีกครั้ง หลังผมขาวโพลนดุจหิมะผสานกับพลังงานชีวิตที่แข็งแกร่งแล้วค่อยๆ กลายเป็นสีดำช้าๆ เริ่มฉายสีสันเดิมประหนึ่งหิมะละลาย แล้วก็ไม่ปาน
แสงสีเขียวยังคงปกคลุม พลังงานชีวิตอันมหาศาลยังคงแผ่ซ่านและดูดซึมไม่หยุดหย่อน
ขั้นตอนนี้ดำเนินไปถึงครึ่งชั่วยามเต็มๆ
ครึ่งชั่วยามต่อมา อันหลินก็ลืมตาที่กระจ่างใสขึ้น
ทุกลมหายใจเข้าออกล้วนมีพลังชีวิตอันเข้มข้นแผ่กระจาย
“ไม่คิดเลยว่าพลังงานของยาเซียนเม็ดนี้ยังหลงเหลืออยู่บ้าง แต่พลังงานชีวิตที่เราดูดซึมได้คงจะถึงขีดจำกัดแล้วละ” เขายิ้มบางๆ หยิบคันฉ่องวิหคชาดออกจากแหวนมิติแล้วส่องดู
ชายหนุ่มในคันฉ่องมีใบหน้าที่หล่อเหลา ดวงตาที่สุกใสและเส้นผมสีดำขลับเหมือนน้ำหมึก
“หล่อจังเลย” อันหลินพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่อิ่มอกอิ่มใจ
คันฉ่องวิหคชาด “…”
อดพูดไม่ได้ว่า ยาเซียนขั้นสองที่สามารถเพิ่มพลังชีวิตได้นั้นมีฤทธิ์ยาที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง อายุขัยที่เสียหายจากการใช้วิชาจิตอนุมานฟื้นฟูกว่าครึ่ง ลำพังแค่ด้านพลังงานชีว วิต มันเหนือกว่าที่ผ่านมาด้วยซ้ำ
เพียงแต่ตอนนี้ร่างกายของเขารับพลังงานได้เพียงเท่านี้ อายุขัยที่เสียหายอีกส่วนเล็กๆ ที่เหลืออาจจะต้องมองในระยะยาว อย่างไรเสียเส้นทางการบำเพ็ญเซียนยังอีกยาวไกล ไม่ต้องรีบร้อ อน
อันหลินยิ่งมองตัวเองในคันฉ่องก็ยิ่งพอใจ ราวกับความหล่อของตัวเองเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน ไม่ใช่เซียนที่เลื่อนลอยจับต้องไม่ได้เช่นนั้นอีก แต่เป็นชายหนุ่มผู้สดใสที่สดชื่นกระปรี กระเปร่า!
เขามองตัวเองในคันฉ่องแล้วถามว่า “กระจกวิเศษ…กระจกวิเศษ…บอกข้ามาว่าใครหล่อเหลาที่สุดในปฐพี”
เสียงที่อ่อนวัยดังขึ้น “ทูตสวรรค์หลิงเจี้ย”
อันหลิน “…เจ้าพูดว่าอันหลินไม่ได้หรือ”
คันฉ่องวิหคชาดพูดอย่างนิ่งเฉยว่า “ข้าโกหกไม่เป็น”
อันหลินถอนหายใจ “คันฉ่องที่เอาใจเจ้านายไม่เป็นอย่างเจ้า ในโลกที่สกปรกโสมมนี้ เจ้าจะไม่มีทางได้รับความโปรดปรานจากเจ้านายเลย”
คันฉ่องวิหคชาด “ข้าไม่อยากเป็นที่โปรดปราน ขอร้องท่านปล่อยข้าไปเถอะ”
อันหลิน “…”
ช่างเป็นคันฉ่องที่ซื่อตรงจริงๆ…หรือจะทุบให้แตกดีละ
อันหลินเก็บคันฉ่องวิหคชาดด้วยใบหน้าที่อ่อนใจ จากนั้นใช้วิชาญาณทิพย์วินิจฉัยของอื่นๆ ต่อ
เขาใช้วิชาญาณทิพย์วินิจฉัยวัตถุที่มีรูปร่างคล้ายบอลหิมะสามก้อนก่อน เพราะพวกมันแผ่คลื่นพลังงานที่รุนแรงอย่างยิ่ง เรียกความสงสัยจากเขา
‘ลูกหิมะระเบิด เป็นอาวุธโจมตีที่สังฆราชินีเมิ่งจือแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์สร้างเองกับมือ กระตุ้นพลังปราณแล้วปาออกไปโจมตีเป้าหมาย สามารถแช่แข็งมิติภายในรัศมีสิบลี้แล้วระ ะเบิดได้ อานุภาพเทียบเท่าการโจมตีของสาวหิมะระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลาง นักพรตแปลงจิตขั้นกลางสามารถใช้ได้’
อันหลินสั่นไปทั้งตัวเมื่อเห็นข้อมูลนี้ นัยน์ตามีสีสันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เทียบเท่าการโจมตีสุดกำลังของสาวหิมะระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางงั้นเหรอ
นางสัมผัสได้ว่าผมของอันหลินไม่ได้ย้อม เส้นผมทุกเส้นล้วนแฝงด้วยกลิ่นอายของพลังชีวิตอันเต็มเปี่ยม
“อ้อ กินยาเซียนขั้นสองไปเม็ดหนึ่ง ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย” อันหลินมองหญิงสาวชุดเขียวที่มีรูปโฉมงดงาม รูปร่างอรชรแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ดีเหลือเกิน…” สวีเสี่ยวหลานจ้องผมดำของอันหลินอย่างไม่วางตา แววตาสั่นระริก
นางหวาดกลัวเหลือเกินว่าอายุขัยของอันหลินที่สูญเสียไปจะหวนกลับมาไม่ได้อีก หลายวันมานี้เอาแต่ครุ่นคิดตลอดเวลาว่าทำอย่างไรจึงจะฟื้นฟูอายุขัยได้ ดูจากตอนนี้แล้ว ยาเซียนสามารถ ถแก้ไขปัญหาสูญเสียอายุขัยเช่นนี้ได้ มันทำให้นางวางใจลงได้อย่างแท้จริง
อันหลินยิ้มบางๆ จูงมืออันอบอุ่นและนุ่มนิ่มของหญิงสาวตรงหน้าเดินไปใต้ต้นจื่อเถิง หยิบผลไม้ที่ส่องแสงสีน้ำเงินรูปร่างคล้ายลูกสาลี่ออกมาสองลูก
“นี่มัน…” สวีเสี่ยวหลานกะพริบตาปริบๆ อย่างสงสัย
“มันชื่อว่าผลหิมะหวาน ผลวิเศษขั้นห้า กินแล้วสดชื่นหวานฉ่ำ รสชาติดีมาก ข้าได้มาจากแหวนมิติของสาวหิมะ ได้ยินว่าอร่อยมาก” อันหลินใช้วิชาญาณทิพย์ถึงได้พบผลวิเศษที่สามารถ ใช้คำว่ารสชาติดีมาอธิบายได้ คิดว่ารสชาติคงไม่แย่มากนัก
สวีเสี่ยวหลานหยิบผลวิเศษขึ้นมาลูกหนึ่งด้วยความระแวงแล้วกัดไปคำเล็ก
เนื้อสัมผัสกรอบสดชื่นวนเวียนที่ปลายลิ้น รสชาติที่หวานและเย็นชื่นไม่ได้อยู่แค่ในโพรงปากเท่านั้น แต่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกายเหมือนถูกธารน้ำที่หวานชื่นชะล้าง ผ่อนค คลายเหลือเกิน ทั้งหวานและสดชื่น!
“อืม…อร่อย!”
สวีเสี่ยวหลานยิ้มตาหยีอย่างมีความสุขประหนึ่งพระจันทร์เสี้ยวสองดวง หลังเอ่ยปากชมแล้วก็กินต่อไป
อันหลินยิ้มเมื่อได้ฟัง หยิบผลเซียนหิมะหวานขึ้นมากินด้วยเช่นกัน
วันที่สวยงาม อารมณ์ที่เบิกบาน เหมาะสมกับผลเซียนหิมะหวานที่สุด
วันต่อมา ยังคงเป็นหนึ่งวันที่แสงแดดเจิดจ้า
อันหลินขี่ต้าไป๋พาเหล่าสัตว์เลี้ยงของเขากับสวีเสี่ยวหลานกลับสรวงสวรรค์พร้อมกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม