“ฮ่าๆๆ…ข้าสัมผัสได้ถึงพลัง!…ที่แท้ข้าพิเศษ ข้าต่างหากคือผู้ถูกเลือก!”
หงโต้วหัวเราะลั่น เปลวไฟร้อนแรงลุกโชนขึ้นกลางอกโดยพลัน พลังที่ห่างหายไปนานเริ่มแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งกายา ถึงแม้ว่าจะยังอ่อนแรงมาก แต่ก็แข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มาก
“ไปให้พ้น!” เขาปล่อยหมัดออกไปเบื้องหน้า ขับไล่ปีศาจโครงกระดูกเสือออกไปให้พ้นทาง ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาจะช้ามาก แต่ก็ยังทำให้ปีศาจโครงกระดูกเสือที่เพิ่งจะกระโจนเข้ามาหมายจะจู่โจมหลบแทบไม่ทัน คาดไม่ถึงว่าจะโดนหมัดต่อยเข้าที่ใบหน้า
เสียงดังครันครืน! หลังจากเสียงดังสนั่นหวั่นไหวสิ้นสุดลง กระดูกศีรษะของปีศาจโครงกระดูกเสือแยกออก ลำตัวถูกต่อยกระเด็นออกไป
เสียงกระดูกที่แตกละเอียดช่างเสนาะหู ทำให้ผู้ที่ได้ยินเสียงนี้เกิดความอิ่มเอมใจ
ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ไม่ยอมศิโรราบ ทำให้พลังของเขาเริ่มฟื้นคืนเล็กน้อย ชั่วขณะนี้เขาไม่เป็นสองรองใคร
หงโต้วรู้สึกว่าตนไร้คู่ต่อสู้แล้ว จิตใจเร่าร้อนฮึกเหิมขึ้นโดยพลัน มองไปรอบทิศทางด้วยสีหน้าโอหัง
ราวกับกำลังบอกว่า รีบมองมาที่ข้าเร็วเข้า เห็นหมัดของข้าหรือไม่ เห็นรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนของข้าหรือไม่
สุดท้ายเขาเพ่งสายตาไปยังหนทางเบื้องหน้า ตอนที่ยังไม่เพ่งสายตามองไปก็ยังไม่รู้ แต่ทันทีที่เพ่งสายตามองไปก็ถึงกับตกใจ
นึกไม่ถึงว่าภูตน้อยกระพือปีกบินได้แล้ว ในมือถือถุงห้วงมิติคลุมผลึกหินต้นกำเนิดไปทีละก้อนทีละก้อนอย่างคล่องแคล่ว!
หงโต้วถึงกับมึนงง การคาดคะเนที่สุดแสนจะโศกเศร้าปะทุขึ้นในหัวใจ เขาหันไปมองด้านหลัง พบว่าอันหลินปล่อยเปลวไฟจางๆ เพื่อขับไล่ปีศาจโครงกระดูกตรงหน้าได้แล้ว หลิวฉู่ฉู่ใช้คันธนูหวดใส่ปีศาจโครงกระดูกงูเหลือมยักษ์…
ที่แท้…ทุกคนต่างก็เป็นเหมือนกันหมด…
ไม่ พวกเราไม่เหมือนกัน!
หงโต้วดวงตาสว่างโดยพลัน เขายังมีข้อได้เปรียบเรื่องระยะทาง!
ในตอนนี้นอกจากทีน่าแล้ว เขาอยู่ใกล้ผลึกหินต้นกำเนิดมากที่สุด
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สายตาของเขาก็จับจ้องอยู่ที่ผลึกหินต้นกำเนิดสีน้ำเงินยี่สิบกว่าก้อนนั้น ช่วยไม่ได้ ในเมื่อสีทองกับสีแดงโดนทีน่าแย่งไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่สีน้ำเงินที่มีค่าที่สุด!
หงโต้วแผดเสียงคำรามลั่น วิ่งล่อห้อตะบึงมุ่งเข้าหาผลึกหินต้นกำเนิดอย่างบ้าคลั่ง
เขาที่ยังมีพลังอ่อนแรง ไม่พะว้าพะวงกับการโจมตีของปีศาจโครงกระดูกเหล่านั้นมากแล้ว ขอแค่รักษาสมดุลในการทรงตัว และวิ่งสุดกำลังอย่างไม่หยุดยั้งก็พอ!
อันหลินเองก็วิ่งออกแล้ว เขาในตอนนี้พอที่จะระดมพลังชีวิตได้จางๆ
สำหรับสาเหตุที่พลังฟื้นคืนได้อีกครั้ง เกิดขึ้นตอนที่เขาเห็นทีน่าใช้ปากถุงห้วงมิติดูดกลืนผลึกหินต้นกำเนิดลงไปในถุงอย่างต่อเนื่อง ความกระจ่างแจ้งก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขา
ความจริงแล้วการเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มตั้งแต่ตอนที่ทีน่าเก็บผลึกหินต้นกำเนิด หรือพูดได้ว่าสาเหตุการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในมิตินี้ เป็นไปได้สูงมากว่าเกิดจากจำนวนของผลึกหินต้นกำเนิดที่ลดน้อยลง จึงส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ผลึกหินต้นกำเนิดทำให้ดินแดนแห่งนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือความเหนียวหนืด ผลึกหินต้นกำเนิดมีจำนวนมาก และเรียงไปตามชนิดของผลึกหินต้นกำเนิดที่จะกระจายอยู่ทั่ว จึงเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดพลังประเภทนี้หรือเปล่า
อันหลินสัมผัสได้ว่าพลังของตนกำลังฟื้นคืนอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลานานมาก แต่มีฟื้นคืนอย่างต่อเนื่องแน่นอน ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นพิสูจน์และยืนยันสิ่งเขาคาดคะเนอย่างช้าๆ
หงโต้ววิ่งไปถึงเขตที่มีผลึกหินต้นกำเนิดปกคลุมหนาแน่นแล้วในที่สุด เขาดึงผลึกหินต้นกำเนิดขึ้นมาด้วยความฮึกเหิมและตื่นเต้น
สีขาว สีเขียว สีน้ำเงิน กวาดเรียบทั้งหมดไม่เหลือไว้!
หลิวฉู่ฉู่วิ่งตามหลังหงโต้วมา นางเองก็ไม่ยอมแสดงให้เห็นว่าด้อยกว่า มุ่งตรงไปยังอีกทิศทางหนึ่งรื้อค้นเก็บเกี่ยว
อันหลินตรึกตรองดูแล้ว ก็เริ่มลงมือเก็บเกี่ยวตลอดทางฝั่งซ้ายของหงโต้ว
พวกเขาแยกกันไปเก็บคนละทิศทาง เก็บเกี่ยวไปตลอดทางที่มีเสาหินสีดำความสูงหนึ่งร้อยจั้ง
เมื่อจงหลี่หางกับคงเกอเห็นพวกนั้นกำลังเก็บผลึกหินต้นกำเนิด นัยน์ตาก็ลุกวาว
“ไสหัวไป!” จงหลี่หางสัมผัสได้ถึงพลังที่ฟื้นคืน หยิบดาบเล่มยักษ์ออกมาจากแหวนมิติ สับหนวดแมงกะพรุนที่โอบรัดเอวอย่างโหดเหี้ยม!
หลิงอิ่งตกใจกลัวจนหดหนวดกลับทันที ทันใดนั้นเขาก็ลอยขึ้นกลางอากาศ
ใช่แล้ว ในที่สุดเขาก็ลอยได้แล้ว!
“งูดำทมิฬ!” จงหลี่หางแบมือออก ผลคือมีงูสีดำหกตัวพวยพุ่งออกมา อืม ในที่สุดเวทมนตร์ที่พยายามฝืนใช้ก็เริ่มได้ผลแล้ว…
งูดำทั้งหกเลื้อยพันผลึกหินต้นกำเนิดหกก้อน จากนั้นก็ยกผลึกหินต้นกำเนิดสูงขึ้น แล้วบินกลับมาหาจงหลี่หาง
ทว่าในเวลานี้ จู่ๆ ก็มีสายฟ้าสีน้ำเงินหกสายพวยพุ่งออกมาท่ามกลางความว่างเปล่า นำมาซึ่งเสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นหวั่นไหว แสงของสายฟ้าที่เปล่งประกายระยิบระยับทำให้งูดำทั้งหกกลายเป็นหมอกควันสีดำ และสลายหายไปในท้องฟ้าในที่สุด
คงเกอพ่นลมออกทางจมูกด้วยความไม่พอใจ คว้าจับผลึกหินต้นกำเนิดที่กลางอากาศ ลมโหมพัดกระหน่ำเป็นวงกลม นำพาผลึกหินต้นกำเนิดลอยกลับมาหาพวกเขา
ทว่าในเวลานี้ หนวดแมงกะพรุนกึ่งโปร่งแสงจู่โจมกลางอากาศ คว้าผลึกหินต้นกำเนิดทั้งหกก้อนนั้นไป
“เป็นเจ้าอีกแล้ว!” คงเกอทนไม่ไหวอีกต่อไป เคียวที่มีลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยวปรากฏขึ้นตรงหน้านาง เขวี้ยงเคียวใส่หลิงอิ่งด้วยความเหี้ยมเกรียม “วันนี้ข้าจะต้องตัดหนวดเจ้าทิ้งให้ได้!”
หลิวฉู่ฉู่ง้างคันธนูตึงจนเป็นรูปพระจันทร์เต็มดวง พุ่งเป้าไปทางจงหลี่หาง ความฮึกเหิมเกินกว่าจะบรรยายปรากฏขึ้นบนใบหน้านาง “ทิ้งแหวนมิติไว้ แล้วไสหัวไปซะ! หรือไม่ก็ทิ้งศีรษะเจ้าเอาไว้!”
ใช่แล้ว นางกลับมาเป็นางคนเดิมแล้วในที่สุด ทำให้นางฮึกเหิมมากเป็นพิเศษ
เมื่ออันหลินเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ปกติ ก็ยกฝ่าเท้าข้างหนึ่งขึ้นทันที ถีบไปยังมนุษย์หินที่กำลังจะเก็บหินต้นกำเนิดสีขาวที่ตกอยู่
เสียงดังสนั่นครันครืด!
หงโต้วไม่ทันได้ตั้งตัว โดนถีบกระเด็นออกไป
“เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ถีบข้าทำไมกัน!” หงโต้วพลันเดือดดาล
“เหอะๆ พวกข้ากำลังต้านทานศัตรูที่มาจากภายนอก ส่วนเจ้าน่ะหรือแอบเก็บผลึกหินต้นกำเนิด ยังจะมีหน้ามาถามอีกหรือ” อันหลินเย้ยหยัน
หงโต้วใบหน้าแดงก่ำ โต้แย้งเสียงเบา “เจ้าพูดจาเหลวไหล ข้าเก็บอย่างโจ้งแจ้งชัดๆ จะเรียกว่าแอบเก็บได้อย่างไรกัน…ไม่ใช่เพราะว่าข้าเกรงว่าผลึกหินต้นกำเนิดจะโดนจอมมารชิงไปอย่างนั้นหรือ ข้าถึงได้ชิงเก็บรักษาไว้ก่อน...”
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตามแต่ สุดท้ายแล้วหงโต้วก็เพ่งความสนใจไปที่จอมมาร ไม่แอบเก็บผลึกหินต้นกำเนิดอีก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม