ณ ใจกลางทะเลสาบไป๋หู
เกิดระเบิดละอองน้ำขึ้น จงหลี่หางกับคงเกอปรากฏกายใจกลางท้องฟ้าสูงเหนือทะเลสาบ
เวลานี้เป็นเวลากลางคืน ไม่มีแสงจันทร์ บรรยากาศโดยรอบมืดสนิท มีเพียงหมู่ดาวพร่างพราวประดับนภายามราตรี
ในมือของจงหลี่หางถือหม้อสามขาโบราณสีดำไว้ ร่างกายสั่นไหวเล็กน้อย เลือดลมภายในกายปั่นป่วน จากนั้นก็กระอักเลือดสีแดงสดออกมากองใหญ่ในทันใด
“จงหลี่หาง เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม!” เมื่อคงเกอเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาใกล้ทันที ประคองตัวเขาอย่างระมัดระวัง
จงหลี่หางโบกไม่โบกมือพลางส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นอะไร แค่หม้อปีศาจกลืนกินพลังเวทย์ดูดซับเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งมากเกินไป ร่างกายของข้าเลยรับไม่ค่อยไหว…”
สีหน้าของคงเกอแฝงไว้ด้วยอารมณ์หวาดกลัวในภายหลัง “ในช่วงสิบวันนี้หม้อปีศาจกลืนกินพลังเวทย์ใช้งานไม่ได้ ไพ่ตายใบสำคัญที่สุดไม่มีแล้ว…เมื่อเป็นเช่นนี้ ได้ผลึกหินต้นกำเนิด มาเกือบร้อยก้อนก็ไม่รู้ว่าจะขาดทุนหรือกำไรกันแน่”
จงหลี่หางนิ่งเงียบไม่พูดจา เก็บหินวิญญาณมาได้เกือบหนึ่งล้านก้อนในครั้งนี้ ก็นับว่าเป็นเงินมหาศาลแล้ว แต่เพื่อเงินเหล่านี้ ต้องสูญเสียไพ่ตายไป ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ พูดได้ยากมากจริงๆ ว่าจะเป็นการขาดทุนหรือไม่
“ไปกันเถิด ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำไปแล้ว ตอนนี้พวกเราไปที่แห่งอื่น ไม่ต้องไปยุ่งวุ่นวายกับพวกนั้นอีก” จงหลี่หางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เลิกล้ม ความคิดที่จะต่อกรกับพวกอันหลินเสีย วางแผนจะไปแสวงหาโอกาสยังสถานที่อื่น
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ลึกลงไปใต้ท้องทะเลสาบ ณ ดินแดนพิศวง
เสาหินสูงร้อยจั้งเริ่มแตกร้าว จนกระทั่งแตกออกกลายเป็นก้อนหินเศษเล็กเศษน้อยร่วงกราวลงมาบนพื้นส่งเสียงดังสนั่นเลือนลั่น
อันหลินกับพวกตื่นตัวทันที สายตาจับจ้องไปที่เสาหินที่พังทลายลงมากกองอยู่บนพื้นอย่างไม่ละสายตา
กายหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอกควันและฝุ่นละอองที่หนาแน่นลอยคว้างไปทั่ว ดูลักษณะคล้ายรูปร่างของมนุษย์
ในตอนที่หมอกควันและฝุ่นละอองค่อยๆ สลายไปอย่างช้าๆ ในที่สุดอันหลินก็เห็นผู้ที่ปรากฏกายอย่างชัดเจน
เขามีใบหน้าที่หล่อเหลายิ่ง บนศีรษะมีเขามังกรหนึ่งคู่ นัยน์ตาอันลึกซึ้งทั้งสองข้างมีสีแดงดั่งเลือดสด สีหน้ามีความงุนงงแฝงไว้ด้วยความบ้าบิ่น
“ทำไม…ทำไมข้ายังไม่ตาย ใช้พลังลบล้างกาลเวลาสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมข้ายังอยู่ตรงนี้…” ชายเผ่าพันธุ์มังกรมองรอบทิศทางด้วยสีหน้างุนงง คาดไม่ถึงว่าจะมีหยาดน้ำตาแห่งความโศก กเศร้าไหลรินออกมา
อันหลิน “…”
“อันหลิน ชายเผ่าพันธุ์มังกรนั่นพูดอะไรอยู่” หลิวฉู่ฉู่ฟังภาษาอนารยชนไม่ออก จึงถามด้วยความรู้สึกค่อนข้างอยากรู้
หงโต้วกับหลิงอิ่งเองก็ส่งสายตามาที่อันหลินเช่นเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าอยากรู้มากเหมือนกัน
“ดูเหมือนเขาจะพูดทำนองว่าทำไมตนเองไม่ตายด้วยความรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง ก็เลยโมโหจนร้องไห้ออกมา” อันหลินอธิบาย
หลิวฉู่ฉู่ “…”
ทุกคนในกลุ่ม “…”
ชายเผ่าพันธุ์มังกรตนนั้นทอดสายตามองพื้นดินกว้างใหญ่ตรงหน้าอีกครั้ง เหมือนว่าเขาจะรู้แล้วว่าเพราะอะไร จู่ๆ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มเล็กน้อย
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง…ผลึกหินต้นกำเนิดไม่หลงเหลืออยู่แล้ว จะต้องเป็นเพราะสาเหตุนี้แน่…”
เขาส่งสายตาไปยังอันหลินกับพวก สีหน้าท่าทางที่ดุร้ายน่าสะพรึงกลัวราวกับจะกวาดทุกคนไปให้หมดเสีย คำรามเสียงทุ้มต่ำ “บังอาจทำลายแผนปลิดชีพตัวเองอันยิ่งใหญ่ของข้า ข้าจะฆ่าพวกเ เจ้าเสีย!”
ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัว เป็นพลังที่ทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสไม่กล้าต่อกร ราวกับแค่ชายเผ่าพันธุ์มังกรตนนี้ยื่นมือออกมา ก็สามารถสังหารพวกเขาให้ดับสิ้นได้เลย
“ช้าก่อน! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกข้า!” เมื่ออันหลินเห็นสถานการณ์แล้วก็รีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธด้วยสีหน้าไร้มลทิน อธิบายว่า “ก่อนหน้ามีจอมมารสองตนขโมยผลึกหินต้นกำเนิดทั้งหมดไป ป พวกข้าตามพวกมันมาตลอดทาง คาดไม่ถึงว่าจะช้าไปหนึ่งก้าว พวกมันใช้เวทมนตร์หนีไปแล้ว!”
เมื่อชายเผ่าพันธุ์มังกรได้ฟังเช่นนั้นก็ชะงักงัน กลิ่นอายความดุร้ายเหือดหายไปไม่น้อย แต่สายตาของเขายังคงจ้องเขม็งอยู่ที่อันหลิน ราวกับว่ามีโอกาสระเบิดพลังสังหารตลอดเวลา
เมื่ออันหลินเห็นสถานการณ์ ก็โล่งใจขึ้นเล็กน้อย โชคดีชายเผ่าพันธุ์มังกรไม่ใช่ประเภทที่ที่เห็นหน้าก็ลงมืออย่างบ้าคลั่ง ยังมีพื้นที่สำหรับการเจรจา…
“ท่านผู้อาวุโส เหตุใดท่านถึงออกไปจากที่แห่งนี้ไม่ได้” อันหลินตะโกนด่าอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ แต่เอ่ยถามด้วยสีหน้ายังคงไว้ซึ่งรอยยิ้มเคารพนบนอบ
“เห็นเส้นแบ่งเขตแดนสีทองบนพื้นนั่นไหม นั่นคือพลังของกฎแห่งฟ้าดิน ข้าบรรลุระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าแล้ว จึงไม่อาจก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนสีทองนี้ได้ เส้นแบ่งเขตแดนสีทอง นี้จะปล่อยพลังขับไล่ที่น่าสะพรึงกลัวใส่ข้า ทำให้ข้าหมดหนทางที่จะเข้าใกล้ เรื่องก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนสีทองนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงใหญ่เลย…” ชายเผ่าพันธุ์มังกรมองเส้นแบ่งเขต สีทองที่อยู่ไกลออกไปไม่กี่ร้อยเมตร สีหน้าไม่ยินยอมระคนสิ้นหวัง
เมื่ออันหลินได้ฟังเช่นนั่น เขาก็เข้าใจโดยพลัน เขตเทพโบราณไม่อนุญาตให้ผู้บรรลุระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าก้าวเข้าไปได้
ทันทีหลังจากนั้น นัยน์ตาของเขาก็พลันเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง เขาถ่ายทอดให้ทุกคนฟังทันที “ชายเผ่าพันธุ์มังกรบรรลุระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าแล้ว หมดหนทางที่จะก้าวข้ามเส้นแบ่ งเขตแดนสีทอง หรือพูดได้ว่า แค่พวกเราก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนสีทองนั่นไป เขาก็ตามพวกเราไม่ได้แล้ว”
เมื่อทุกคนได้ฟังเช่นนั้น ความหวังก็พลันลุกโชนขึ้นในใจ
“ผู้ที่บรรลุถึงระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าล้วนมีพลังปิดกั้น ถึงแม้จะมีระยะทางเพียงห้าร้อยเมตร แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าพวกเราจะหนีรอดไปยังเส้นแบ่งเขตแดนสีทองที่อยู่ห่างออกไปห้า ร้อยเมตรได้ ถึงอย่างไรเสียพลังของระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าแข็งแกร่งทรงพลัง ทำให้อุณหภูมิลดลงถึงจุดเยือกแข็งได้ง่ายๆ แค่กระดิกนิ้ว” หลิวฉู่ฉู่บอกความกังวลในใจ
“แน่นอนว่าถ้าหนีไม่สำเร็จ ทำให้มังกรนั่นโมโหเข้า พวกเราจะต้องตายอยู่ที่นี่กันหมดแน่!” หงโต้วในเวลานี้หวาดกลัว เขาสนับสนุนความคิดเห็นของหลิวฉู่ฉู่อย่างเต็มที่
ในเวลานี้ ชายเผ่าพันธุ์มังกรกล่าวขึ้นต่อว่า “ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ข้าขอแนะนำพวกเจ้าว่าเลิกล้มความคิดที่จะหนีเสียเถิด มิเช่นนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องทุกข์ทรม มานเหมือนตายทั้งเป็น…”
รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขาทันใด เขาเลียมุมปาก พร้อมส่ายศีรษะเล็กน้อย
อันหลินรู้สึกว่าภายในร่างกายของถูกความเย็นยะเยือกแพร่ขยายปกคลุมไปทั่ว หมอนี่จะต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ!
“ข้าบอกแล้วไง ให้พวกเจ้าประทานความตายให้แก่ข้า ขอแค่พวกเจ้าทำสำเร็จ ข้าก็จะปล่อยพวกเจ้าไป!” ชายเผ่าพันธุ์มังกรกล่าวต่อ
เมื่ออันหลินได้ฟังเช่นนั้น มุมปากก็กระตุกอีกครั้ง ถ้าสังหารชายเผ่าพันธุ์มังกรตนนี้ตายจริงๆ ถึงตอนนั้นต่อให้ชายเผ่าพันธุ์มังกรไม่ยอมปล่อยพวกเขาไป พวกเขาก็ไปได้อยู่ดี เพราะถึ งอย่างไรเสียชายเผ่าพันธุ์มังกรก็ตายไปแล้ว!
คนตายจะขวางพวกเขาไว้ได้อย่างไรกันเล่า
ที่แท้ชายเผ่าพันธุ์มังกรอยู่ที่อยู่ในที่หลบภัยนานจนเกินไป ไอคิวเลยลดลงจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม