การเอ่ยปากครั้งหนึ่ง ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก
ถ้าซางจื้อเหนียนไม่ตอบ ความเงียบก็เป็นคำตอบอย่างหนึ่ง...นั่นก็คือไม่เต็มใจ
“คุณไปส่งผม” ซางจื้อเหนียนกล่าว
มั่วหนานหว่าน “เซ่าเยว่ งั้นเธอรับผิดชอบไปส่งประธานซางกลับบ้านนะ”
“...ได้ค่ะ!”
เยี่ยมไปเลย มีความหวังอีกแล้ว
มั่วหนานหว่าน “ประธานซางคะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ซางจื้อเหนียนพยักหน้า
หลังจากมั่วหนานหว่านไปแล้ว เซ่าเยว่ก็มองเขา รอคำตอบจากเขา
ซางจื้อเหนียนไม่ได้พูดอะไร มองโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วลุกขึ้น
ความสนใจของเซ่าเยว่อยู่ที่เขาตลอดเวลา “ประธานซางคะ จะกลับแล้วเหรอคะ?”
ซางจื้อเหนียน “อืม” แล้วเดินออกไป
เขาไปเข้าห้องน้ำ
เซ่าเยว่ก็รออยู่ที่หน้าห้องน้ำ
เพราะในใจมีเรื่องกังวลอยู่ เจียงเฉินหานเดินมาห่างจากเธอสองเมตร เธอถึงได้สังเกตเห็น
สายตาของเซ่าเยว่เย็นเยียบลงทันที
นาน ๆ ทีเจียงเฉินหานจะเห็นเธอในสภาพนี้ แต่เขาก็ไม่สนใจ “ลาออกหรือยัง?”
นี่ทำให้เซ่าเยว่นึกถึงเซ่าสวินอย่างไม่ต้องสงสัย
มือกำเป็นหมัดแน่น
“...นายวางใจได้เลย ฉันไม่มีทางลาออกเด็ดขาด!”
เจียงเฉินหานขมวดคิ้ว “ความกล้าของเธอมาจากไหนกันนะ?”
“ถ้าฉันลงมือตบหน้าเจียงอวี่เสียนสักฉาด นายก็จะตบหน้าฉันกลับอย่างไม่ลังเลใช่ไหมล่ะ นายลงมือกับน้องชายฉัน ฉันก็จะต่อต้านนาย ไม่จำเป็นต้องมีความกล้าอะไรเลย นี่มันเป็นสัญชาตญาณของฉัน!”
“เกาะซางจื้อเหนียนได้แล้วสินะ?” เจียงเฉินหานยกมุมปากขึ้นอย่างชั่วร้าย เยาะเย้ยอย่างไม่เกรงใจ
เขาไม่เคยฟังคำพูดใด ๆ ของเธอเลย
เจียงเฉินหานไม่ได้มาเพื่อพูดคุย แต่มาเพื่อแผ่ความเลวร้ายของเขาเท่านั้น
ดูถูก ใส่ร้าย กดขี่
นี่คือจุดประสงค์ของเขา
เซ่าเยว่เงียบไปสองวินาที ทันใดนั้นก็หัวเราะเยาะเขา “ใช่น่ะสิ ฉันเกาะซางจื้อเหนียนได้แล้ว แปลกใจไหมล่ะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี