เมื่อซางจื้อเหนียนพูดประโยคนี้จบ ก็ไม่สนใจว่าเจียงเฉินหานจะมีสีหน้าดูไม่ได้แค่ไหน เหวี่ยงเขาออกไปด้วยมือข้างเดียว
จากนั้นก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใช้นิ้วมือเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก สันกรามที่เพิ่งถูกหมัดของเจียงเฉินหานซัดเข้ามาเมื่อครู่นี้ แรงกระแทกนั้นทำให้ฟันบาดปาก จนเขารับรู้ได้ถึงรสคาวของเลือดอย่างรุนแรง
ซางจื้อเหนียนไม่ได้ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่แบบนี้มานานแล้ว ทว่าอารมณ์กลับดีอย่างหาได้ยาก
ที่เขามาที่นี่ ก็เพราะกังวลว่าเจียงเฉินหานจะไม่ให้ความร่วมมือเซ่าเยว่
ผลสุดท้ายการหย่าก็เสร็จสิ้นไปได้อย่างราบรื่นเหนือความคาดหมาย
จากนั้น ซางจื้อเหนียนก็เห็นเจียงเฉินหานระบายโทสะใส่เซ่าเยว่ เขาอยากจะฉีกเจียงเฉินหานเป็นชิ้น ๆ เหลือเกิน
ที่ส่วนลึกในจิตใจของเขานั้น มีความร้ายกาจที่เขาควบคุมเอาไว้นานหลายเดือน
ซางจื้อเหนียนเก่งเรื่องควบคุมตนเอง สามารถกดสัตว์ป่าตัวนั้นไว้ในใจได้ แต่มีบางครั้งที่เขาเองก็หลุดการควบคุม ยกตัวอย่างเช่นเมื่อครู่นี้
เขาเองก็อยากต่อยเจียงเฉินหานซักยก
ทว่าในสายตาของเจียงเฉินหานนั้น กลับเห็นว่าในสายตาของซางจื้อเหนียนที่มองเขานั้นมีแต่ความดูแคลน แต่ไหนแต่ไรก็มีแต่เขาเท่านั้นที่ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา แต่ทำไมซางจื้อเหนียนถึงกับกล้ามองเขาแบบนี้
แม้ว่าเจียงเฉินหานอยากจะต่อยเขาใจแทบขาด ทว่าตอนนี้ก็ไม่มีความคิดนั้นแล้ว
เขาก็แค่นึกไม่ถึงว่า ซางจื้อเหนียนที่ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ถึงกับถูกใจผู้หญิงคนหนึ่งเข้า
แถมคนคนนั้นก็เป็นเมียเขา
ในชั่วขณะนั้น เจียงเฉินหานรู้สึกว่าซางจื้อเหนียนนั้นเป็นไอ้ลูกเมียน้อยที่มีตัวตนอยู่ก็เพื่อทำให้เขาสะอิดสะเอียน เขาใช้สายตาที่เย็นชาที่สุด หยิ่งยโสที่สุดมองลูกเมียน้อย “นายชอบแย่งของของฉันมาตั้งแต่เด็ก แย่งความสนใจของปู่ แย่งความสนใจของพ่อฉัน ทำให้แม่ฉันมองไม่เห็นข้อดีข้อไหนของฉัน เลยเอาแต่ฉันไปเทียบกับนาย ตอนนี้นายยังจะมาแย่งผู้หญิงของฉันอีก ซางจื้อเหนียน นายนี่แม่งต่ำเสียยิ่งกว่าต่ำ!”
ซางจื้อเหนียนมองเขา หัวเราะเสียงเย็นเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “พอเซ่าเยว่หย่ากับนาย เธอก็จะเป็นตัวเธอเอง เป็นคนที่ยืนได้ด้วยตัวเอง ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับนายทั้งสิ้น ยิ่งไม่ใช่ผู้หญิงของนายด้วย ไม่ถึงขั้นต้องแย่งชิง”
เจียงเฉินหานหัวเราะเย้ยหยัน “นายก็แค่หลอกตัวเองเท่านั้นแหละ”
หลังจากเจียงเฉินหานใจเย็นลง ยิ่งมองซางจื้อเหนียนก็ยิ่งรู้สึกจงเกลียดจงชัง
เขาหาเหตุผลที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างปรองดองกับหมอนั่นไม่ได้เลยสักนิดเดียว และเขาเองก็ไม่เคยคิดที่จะอยู่อย่างปรองดองมาก่อน เพราะมันไม่มีค่ามากพอ
ทว่าเจียงเฉินหานรู้สึกเพียงแค่ว่าซางจื้อเหนียนนั้นเพ้อฝันเกินไป “นายรู้ไหมว่าเซ่าเยว่รักฉันมากแค่ไหน? นายรู้ไหมว่าเมื่อก่อนเธอปรนนิบัติกับฉันยังไง? ถ้านายรู้ ถึงมันจะแค่นิดเดียวก็เถอะ แต่นายก็น่าจะได้สตินะ ว่าต่อให้เซ่าเยว่หย่าแล้ว ชั่วชีวิตนี้เธอก็ไม่มีวันรักนาย นายมีสิทธิ์อะไรมายื้อแย่งกับฉัน? สู้กับฉัน?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี