เซ่าเยว่เห็นเจียงเฉินหานที่สีหน้าเคร่งขรึม ก็นึกถึงวันที่เซ็นสัญญาหย่า วันต่อมาก็บังเอิญเจอเขาเลย
วันนี้เพิ่งไปเอาทะเบียนหย่ามาอย่างเป็นทางการ ก็มาเจอเธอเรียกหนุ่มโฮสต์อยู่ที่บาร์
ช่างเป็นเวรกรรมจริง ๆ
เซ่าเยว่มองประเมินเจียงเฉินหานตั้งแต่หัวจรดเท้า
เขาทะเลาะกับซางจื้อเหนียน เขาคว้านผลประโยชน์อะไรไม่ได้เลย ตอนนี้จัดการปกปิดมิดชิด จนมองร่องรอยอะไรไม่ออก
น้อยครั้งที่เจียงเฉินหานจะได้รับ ‘การมองประเมิน’ ของเซ่าเยว่ สีหน้ายิ่งปั้นยากเข้าไปใหญ่ “เธอมาทำอะไรที่นี่? แล้วเขาเป็นใคร?”
เซ่าเยว่รู้สึกน่าขำ “มาบาร์นอกจากจะดื่มเหล้าแล้วจะทำอะไรได้ หรือว่าประธานเจียงอยากให้คนอื่นรู้ว่าอดีตภรรยาของนาย ไม่มีปัญญาซื้อข้าวกินจนต้องมาทำงานที่บาร์งั้นเหรอ?”
เจียงเฉินหานพูดขึ้นด้วยความเย็นชา “อย่าเปลี่ยนเรื่อง”
เขาถลึงตาใส่โจวซูไป๋อย่างดุดันทีหนึ่ง
โจวซูไป๋แข็งทื่อไปทั้งตัว ถ้าบอกว่าประธานกู้ที่อยู่ในห้องรับรองก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา นั่นก็ยิ่งเหมือนเรื่องล้อเล่นเข้าไปใหญ่ รู้ว่าเขาไม่พอใจตน แต่ในใจคุณรู้ดีว่าประธานกู้จะไม่ทำอะไรเขา เลยยังมีความรู้สึกปลอดภัยอยู่
แต่ตอนนี้คุณคนนี้ โจวซูไป๋สัมผัสได้ถึงความกลัวจริง ๆ แล้ว
เพราะสายตาเขาหม่นหมองเกินไป มักรู้สึกว่าเขาจะพุ่งเข้ามากัดคนได้ทุกเมื่อ
โจวซูไป๋ในฐานะผู้ชายที่โตเป็นผู้ใหญ่ซึ่งสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของเขาแวบหนึ่ง ก็รับรู้ได้ถึงความกลัวโดยสัญชาตญาณ แต่ไม่คิดเลยว่าเซ่าเยว่จะไม่สะทกสะท้าน
มิน่าล่ะตนถึงทำให้เธอหวั่นไหวไม่ได้เลย
เพราะความแตกต่างอยู่ตรงนี้นี่เอง
เซ่าเยว่ “เขาเป็นใคร ฉันไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายกับนาย”
รู้ว่าเขาจะพูดยังไง เซ่าเยว่จึงพูดแทนเขาโดยตรง “หรือจะบอกว่านายเห็นฉันยืนอยู่กับผู้ชาย ก็คิดว่าฉันกับเขามีอะไรกัน?”
ใบหน้าของเซ่าเยว่เต็มไปด้วยความรังเกียจ “นายอดรนทนไม่ไหวที่จะสวมเขาให้ตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ” เธอพูดต่ออีกว่า “พูดผิดแล้ว เราหย่ากันแล้ว ต่อให้ฉันจะสวมเขาให้ใครจริง ๆ ก็ไม่มีทางสวมเขาให้นายได้”
พูดจบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็หุบไป “หลีกไป”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี