ตอนที่ : 5 อริวัยเยาว์
3
อริวัยเยาว์
นางพิมพ์พรกลับบ้านมาในตอนเย็น และซื้อกับข้าวเข้ามาฝากลูกชายทั้งสองคนด้วย หญิงสูงวัยเพิ่งรู้ว่าคริษฐ์หยุดงานในวันนี้ ส่วนเตชัสลูกชายคนเล็กก็เพิ่งได้ฤกษ์กลับมานอนบ้านวันนี้เช่นกัน หลังจากไปซุกตัวอยู่กับสาวสวยคนไหนสักคนเมื่อหลายวันที่ผ่านมา
“คริษฐ์อยู่บ้านเมื่อเช้าถ้างั้นก็ต้องเห็นน้องแล้วใช่ไหม” คนเป็นแม่ทำสีหน้าตื่นเต้นแทนลูกชาย
“น้อง ? ใครครับแม่” เตชัสตักข้าวเข้าปากระหว่างถามมารดาไปด้วย
“รุ้งพรายไงเตจำน้องได้ไหม ลูกสาวอำไพบ้านข้าง ๆ นี่ไง หนูรุ้งกลับมาอยู่กับแม่แล้วนะ แม่ก็เพิ่งรู้จากอำไพว่าพ่อของหนูรุ้งเสียแล้ว หนูรุ้งก็ยกบ้านและที่ดินให้เมียใหม่ของพ่อไป ตัวหนูรุ้งก็ตั้งใจกลับมาอยู่กับแม่ที่นี่” ได้ยินคำบอกเล่าจากมารดา หนุ่มหล่ออย่างเตชัสก็นึกสนุกขึ้นมาในทันที รีบหันไปมองหน้าพี่ชายตัวเอง
“งานเข้าพี่คริษฐ์แน่ ๆ ยัยตัวแสบกลับมาแบบนี้ บ้านอันแสนสงบของเราได้พังพินาศแน่นอน”
“ตาเตไปว่าน้องแบบนั้นได้ยังไง หนูรุ้งเขาโตแล้วนะเตไม่ใช่เด็ก ๆ ที่จะมาวิ่งตามตื๊อพี่ชายเราเหมือนเมื่อก่อน”
“แม่ครับ ยัยรุ้งนั่นปีศาจชัด ๆ ต่อหน้าแม่ก็สุภาพเรียบร้อย น่ารักน่าเอ็นดู ถ้าได้เห็นธาตุแท้แม่จะสยองผมนี่เจอมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จริงไหมพี่คริษฐ์” เตชัสหันไปยักคิ้วให้พี่ชาย
“ไม่รู้สิ ต้องดูไปนาน ๆ” คริษฐ์ยอมรับว่ายังดูหญิงสาวไม่ออกในเวลานี้ ห่างกันไปตั้งเจ็ดปีอะไร ๆ มันก็เปลี่ยนไปตามเวลา
“แหมพี่คริษฐ์พูดเหมือนไม่รู้จักยัยนั่น ระวังเหอะอย่าให้เข้าห้องนอนพี่คริษฐ์ได้ก็พอ ไม่งั้นปวดหัวแน่”
“ตาเต นี่เห็นน้องเป็นคนยังไงนะลูกไม่เอาแล้วกินข้าว ๆ” นางพิมพ์พรอดดุลูกชายไม่ได้ รีบตัดบทให้ทั้งคู่สนใจกับอาหารตรงหน้าแทนการนินทาลูกสาวเพื่อนบ้าน
“แม่นะแม่ไม่เคยทันเหลี่ยมยัยรุ้งนั่นสักที” เตชัสหันไปบ่นเบา ๆ กับพี่ชาย คนเป็นแม่เลยค้อนแล้วค้อนอีก
“แม่รู้แม่เห็นหมดแหละเต หนูรุ้งออกจะน่ารักไม่ได้ร้ายอย่างที่เราเข้าใจสักหน่อย”
“นั่นปะไร แม่ไม่ทันเกมยัยรุ้งจริง ๆ”
“พอแล้วเต เลิกพูดถึงคนอื่นสักทีกินเข้าไปข้าวน่ะ” คริษฐ์ปรามน้องชายช่วยมารดาบ้าง เขาเข้าใจความรู้สึกของน้องชายได้เป็นอย่างดี แต่ก็เห็นใจมารดาที่ถูกมารยาของรุ้งพรายลวงตาไว้
หลังกินข้าวมื้อค่ำกันเสร็จแล้วเตชัสก็เป่ายิ้งฉุบแพ้พี่ชาย หน้าที่ล้างจานจึงต้องตกเป็นของคนแพ้ เพราะคริษฐ์ไม่ยอมให้มารดาต้องมาล้างจานให้เขากับน้องชาย ระหว่างนี้เขาจึงมีเวลาว่างได้คุยกับท่าน
“คริษฐ์แม่ขอได้ไหมลูก”
“อะไรครับแม่จู่ ๆ ก็มาบอกว่าขอได้ไหม” คริษฐ์หันไปมองมารดาแล้วขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ก็เรื่องหนูรุ้งไง”
“ทำไมครับแม่” ไม่ทันไรรุ้งพรายก็นำความกลัดกลุ้มมาให้มารดาของเขาแล้วเหรอ
“มันผ่านมาหลายปีแล้วนะลูก อะไรที่น้องทำไม่ดีก็ลืม ๆ ไปบ้างเถอะ แม่ว่าตอนนี้หนูรุ้งคงจะโตพอรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรได้แล้ว”
“แล้วแม่จะขออะไรผมครับ”
“ก็ขอให้คริษฐ์เอ็นดูน้องเหมือนตอนเด็ก ๆ จะได้ไหม ไม่ต้องไปตั้งแง่รังเกียจรังงอนน้องแบบเมื่อก่อนได้ไหมลูกสงสารน้องเพิ่งเสียพ่อมา”
“เอ่อ ไม่ดีกว่าครับน้าอำไพ ผมมีธุระไปทำข้างนอกพอดีเอาไว้วันหลังผมมาขอขนมน้าอำไพกินนะครับ”
“เอาสิ มาได้ทุกเมื่อเหมือนตอนเด็ก ๆ ก็ได้น้ายินดีต้อนรับจ้ะ”
“ขอบคุณครับ ผมกลับก่อนนะครับ” เตชัสยกมือขึ้นไหว้แล้วเดินกลับไปทางประตูหน้าบ้านเหมือนเดิม
นางอำไพยิ้มอ่อน ๆ บนใบหน้า นานมากแล้วที่สองบ้านไม่ได้ไปมาหาสู่กันเช่นในอดีต อาจเป็นเพราะฐานะที่แตกต่างกันมากขึ้นหรือว่าความสัมพันธ์ของลูก ๆ ไม่เหมือนเดิม ต่างคนต่างโตความสัมพันธ์ก็ยิ่งห่างกันไป วันนี้นางอำไพเริ่มมองเห็นสายใยของสองครอบครัวกำลังจะถักทอขึ้นมาใหม่ จากการกลับมาของลูกสาวของตนนั่นเอง
เตชัสเดินกลับเข้าบ้านด้วยสีหน้าผิดหวัง เพราะไม่ได้เห็นหน้า รุ้งพรายอย่างที่ตั้งใจ เขาเห็นพี่ชายกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่นจึงเข้าไปชวนคุยด้วย
“พี่คริษฐ์แม่ไปไหนแล้วล่ะ ไม่เห็นรถตั้งแต่เช้า”
“วันหยุดแม่ก็ไปสมาคมกับเพื่อน ๆ ของแม่นั่นแหละ เห็นว่าวันนี้มีกิจกรรมไปทำบุญกับเด็กยากไร้” คริษฐ์ตอบน้องชายสายตาก็จ้องรายการสารคดีชื่อดังไปด้วย
“วันหยุดไม่มีอะไรทำน่าเบื่อ”
“วันนี้มาแปลก อยู่บ้านได้ด้วยปกติมีนัดกับสาว ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน”
“สาว ๆ ช่วงนี้ไม่เร้าใจเลยพี่คริษฐ์”
“เบื่อแล้วว่างั้น”
“งั้นมั้งเจอแต่แบบเดิม ๆ มันก็เซ็งน้า วิ่งเข้าหาผมเหมือนพวกปลิงดูดเลือดก็ไม่ปาน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักร้ายจอมทระนง