ตอนที่ : 7 บอลเป็นเหตุ
4
บอลเห็นเหตุ
เสียงกดกริ่งดังขึ้นในช่วงสายรุ้งพรายเป็นคนเดินไปเปิดประตูให้ พบผู้ชายคนหนึ่งจับมือเด็กชายตัวป้อมยืนอยู่หน้าบ้าน หญิงสาวพิจารณาผู้ชายคนตรงหน้าอีกครั้งยังไงเธอก็ไม่เคยรู้จักเขามาก่อนอย่างแน่นอน
“มาหาใครคะ”
“เอ่อ ผมมาหาน้าอำไพครับพอดีว่าจะแวะมารบกวนฝากน้อง ฟรังก์ไว้ครับ” คนพูดมองไปยังเด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ฝากเด็ก” รุ้งพรายมองเด็กชายตัวป้อมกับลูกบอลในมือแล้วก็คิ้วขมวดมุ่น
“มาแล้วเหรอคะ เข้ามาเลยค่ะคุณทักษ์น้องฟรังก์” นางอำไพออกมาทันได้เห็นสองพ่อลูกเข้า จึงได้เชื้อเชิญให้เข้ามาภายในบ้าน
“ครับ ผมฝากไว้ทั้งวันเลยนะครับน้าอำไพ พอดีว่ามีธุระที่ต้องทำด่วนที่บริษัท” ดูคนเป็นพ่อจะรีบไปทำธุระจริง ๆ
“ได้ค่ะ รับรองจะดูแลอย่างดีเลยค่ะ นี่รุ้งพรายลูกสาวฉันเองค่ะ รุ้งนี่คุณทักษ์ดนัยเพื่อนบ้านเรานี่เอง แม่รับเลี้ยงน้องฟรังก์ให้ด้วย”
“อ๋อ รับดูแลเด็กด้วย สวัสดีค่ะคุณทักษ์” รุ้งพรายพยักหน้าให้มารดาก่อนหันมายกมือไหว้ทักษ์ดนัยอย่างเป็นทางการ
“ครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ” ทักษ์ดนัยพ่อม่ายวัยสามสิบหกปียกมือรับไหว้ ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปอย่างเร่งรีบ
“แม่นี่มันอะไรกันคะ” รุ้งพรายหันมามองมารดาแล้วก็เด็กชายตัวน้อยแบบคนหนักใจแทน
“ก็บอกแล้วไงว่าแม่รับจ้างทำทุกอย่างนั่นแหละ คุณทักษ์บ้านเขาอยู่ข้าง ๆ เรานี่เองลูก หลังนี้ไง” นางอำไพชี้นิ้วไปบ้านหลังที่ติดกันฝั่งซ้ายมือ
“บ้านหลังนี้เป็นของยายทองสุขไม่ใช่เหรอแม่”
“โอย ยายทองสุขเขาขายไปหลายปีแล้ว คุณทักษ์เขาซื้อต่ออยู่กับเมีย แต่เมียเขาบุญน้อยตายไปได้สามปีแล้ว กลายเป็นพ่อม่ายเนื้อหอมแถวนี้ไปเลย”
“หล่อแบบนี้ก็คงเนื้อหอมจริงอย่างที่แม่ว่า แต่แม่ไม่เหนื่อยเหรอคะเลี้ยงเด็กแบบนี้ รุ้งเคยเลี้ยงน้ำพุประสาทจะกินแต่ละวัน ทั้งซนทั้งดื้อ”
“แบบนี้รุ้งก็มีประสบการณ์เลี้ยงน้องมาก่อน น้องน้ำพุก็คงอายุห้าหกขวบไล่ ๆ กับน้องฟรังก์นี่ ดีเลยได้ช่วยแม่ดูแลน้องกัน แม่จะได้ไม่เหนื่อยไง” นางอำไพเดินมาจูงมือเด็กชายตัวป้อมมืออีกข้างก็โอบไหล่ลูกสาวพากันเดินเข้าไปในบ้านพร้อม ๆ กัน
“เอาล่ะน้องฟรังก์นี่พี่รุ้งนะลูกสวัสดีพี่รุ้งหรือยัง”
“สวัสดีครับพี่รุ้ง” เด็กชายตัวป้อมยกมือขึ้นไหว้รุ้งพราย ทั้งน่ารักน่าเอ็นดู โดยเฉพาะผมหน้าม้าสั้นเต่อไม่เสมอกันตรงหน้าผาก
“เรียกพี่เลยเหรอแม่”
“ไม่เป็นไรหรอก หรืออยากเป็นน้า”
“พี่ดีแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับอย่างอาย ๆ โน้มตัวลงต่ำแล้วหยิกแก้มของน้องฟรังก์เบา ๆ
“แก้มยุ้ยมากท่าทางพ่อจะเลี้ยงดีนะเรา”
“เก่งครับ”
“แหม ไม่ถ่อมตัวเลยนะเรา งั้นมาประลองฝีเท้ากับพี่รุ้งดีกว่า” รุ้งพรายเป็นฝ่ายเริ่มเตะบอลเบา ๆ ให้เด็กน้อย จากนั้นน้องฟรังก์ก็เตะคืนมาสุดแรงของเด็กคนหนึ่ง
ทั้งคู่ผลัดกันเตะบอลรับส่งไปมาอยู่เกือบสิบห้านาที เหมือนรุ้งพรายจะเริ่มเบื่อ เลยแกล้งเตะบอลโด่ง ๆ ให้น้องฟรังก์ใช้ศีรษะรับบอลบ้าง เตะไปเตะมาเธอคงจะเผลอออกแรงมากไปลูกบอลเลยลอยข้ามรั้วไปบ้านหลังขวามือแทน
“ตายละน้องฟรังก์”
“บอลหายไปเลยพี่รุ้ง” น้องฟรังก์ยืนมองกำแพงตาปริบ ๆ
รุ้งพรายเกิดรู้สึกผิดขึ้นมาที่ทำของเล่นของน้องฟรังก์ลอยหายวับไปกับขาจะทำไงดีบ้านโน้นมีคนอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ หญิงสาวลองเดินไปหน้าบ้านปรากฏว่าบ้านเงียบกริบเหมือนไม่มีคนอยู่ในนั้น ยิ่งโรงรถก็ยิ่งไม่เห็นรถจอดอยู่สักคัน เลยพาน้องฟรังก์เดินกลับมาที่บ้านตัวเอง
“เอางี้นะน้องฟรังก์พี่รุ้งจะปีนกำแพงขึ้นไปเก็บลูกบอลให้ น้อง ฟรังก์ยืนรอพี่รุ้งอยู่ตรงนี้นะครับ ห้ามไปไหนเด็ดขาดนะ” หญิงสาวกำชับพร้อมทั้งปิดประตูหน้าบ้านให้เรียบร้อย
“ได้ครับ” คนอยากเล่นบอลต่อเลยรับปากอย่างว่าง่าย
รุ้งพรายก็ลากเก้าอี้มาตั้งอยู่ข้างกำแพงพอปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ ก็สามารถมองเห็นบริเวณภายในบ้านของคริษฐ์ได้ เห็นลูกบอลของน้อง ฟรังก์อยู่ไม่ไกลนัก ไม่ยากเกินความสามารถของเธอแน่ เพราะกำแพงบ้านของคริษฐ์เป็นแบบบล็อกสำเร็จรูปมีคานยาวแนวนอนด้านบน ไม่ใช่เหล็กเส้นที่มีปลายแหลมคมเหมือนบ้านหลังอื่น หญิงสาววาดขาขึ้นไปบนกำแพงแล้วเอี้ยวตัวขึ้นไปนั่งอยู่บนนั้น หันมามองน้องฟรังก์แล้วยกนิ้วโป้งยิ้มให้
“รอพี่ตรงนี้นะน้องฟรังก์อย่าซนล่ะ” กำชับเด็กน้อยอีกรอบด้วยความเป็นห่วง
“ครับพี่รุ้ง”
ตุบ !

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักร้ายจอมทระนง