ตอนที่ : 8 บอลเป็นเหตุ 2
“อูย” รุ้งพรายกระโดดลงมาผิดท่าไปหน่อย เลยต้องนอนแอ้งแม้งอยู่บนสนามหญ้า ลืมไปว่าฝั่งบ้านตัวเองมีเก้าอี้ให้ปีน แต่ฝั่งนี้ไม่มีตอนลงเลยเจ็บตัวจนได้ หญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินไปเก็บลูกบอลมา
“น้องฟรังก์ได้ยินพี่รุ้งไหมครับ” ตะโกนถามกลับไป
“ได้ยินครับ” น้องฟรังก์ก็ตะโกนตอบกลับมาเหมือนกัน
“พี่รุ้งจะโยนบอลคืนให้แล้วนะ ตั้งใจรับดี ๆ ล่ะ”
“ครับโยนมาเลย” น้องฟรังก์ตั้งท่ารับบอลที่ค่อย ๆ ลอยโด่งข้ามกำแพงมา แต่เล็งเป้าพลาดไปลูกบอลเลยกลิ้งขลุก ๆ ไปอยู่อีกมุม เด็กชายตัวน้อยก็วิ่งไปเก็บแล้วกลับมายืนรอพี่สาวคนสวยอยู่ที่เดิม
“รอพี่รุ้งแป๊บนะครับ พี่หาทางปีนกลับไปก่อน” หญิงสาวตะโกนบอกน้องฟรังก์ที่ยืนอยู่อีกฝั่ง
“ครับ”
รุ้งพรายกระโดดขึ้นแล้วใช้แขนเกาะคานกำแพง แต่พอจะถีบเท้าปีนขึ้นเธอก็รูดลงไปกองอยู่กับพื้นหญ้าดังเดิม ทำอยู่อย่างนั้นหลายรอบก็ไม่สามารถปีนขึ้นได้สักที น้องฟรังก์ก็ส่งเสียงเรียกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหญิงสาวก็ตะโกนตอบไปว่าให้รอใกล้จะได้แล้ว กลั้นใจแล้วกระโดดคว้าคานกำแพงอีกรอบ คราวนี้หญิงสาวตั้งใจถีบเท้าขึ้นแรง ๆ แต่มือก็อ่อนจนปล่อยหลุดจากคาน
“ว้าย !”
แต่แทนที่ตัวเธอจะหล่นลงพื้นกลับไปอยู่ในอ้อมกอดของบางคนเข้า หญิงสาวค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมอง แล้วหัวใจก็ไหวยวบกับใบหน้าของคริษฐ์ที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ คริษฐ์ส่ายหน้าเหมือนระอาใจก่อนวางเธอลงบนพื้น
“เข้ามาทำอะไรในบ้านพี่” คริษฐ์ถามหญิงสาวเหมือนหาเรื่องสายตาก็จ้องแข็งเหมือนเธอผิดเต็มประตู ก็แหงล่ะ แอบเข้าบ้านคนอื่นแบบนี้มันผิดอยู่แล้ว
“คือลูกบอลมันลอยมาบ้านพี่คริษฐ์ รุ้งเดินไปหน้าบ้านแล้วเหมือนไม่มีคนอยู่ไม่มีรถด้วย ก็เลยเอ่อ”
“เหมือนไม่มีคนอยู่ กดกริ่งหรือยัง”
‘พลาดแล้วยัยรุ้ง’
“เปล่าค่ะ”
“ทีหลังกริ่งมีให้กดรู้ไหมแม่กับเตออกไปข้างนอกส่วนรถพี่ก็เข้าศูนย์อยู่ แอบปีนเข้าบ้านพี่แบบนี้พี่แจ้งความจับฐานบุกรุกได้นะรุ้ง” คริษฐ์ต่อว่าเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต
“เมื่อก่อนก็ปีนออกบ่อย” รุ้งพรายบ่นเบา ๆ
“พี่รุ้งครับอยู่ไหมครับ” เสียงน้องฟรังก์ตะโกนข้ามมาให้รุ้งพรายต้องตระหนัก ว่าเธอปล่อยเด็กชายตัวป้อมอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว
“เสียงเด็กที่ไหนกัน” คริษฐ์ถามพร้อมเลิกคิ้วสูง
“เอ่อ ลูกชายของคุณทักษ์ดนัยค่ะ เขาเอาลูกมาฝากแม่รุ้งเลี้ยง”
“คุณทักษ์ดนัยบ้านข้าง ๆ นั่นเหรอ” เป็นเรื่องใหม่ที่คริษฐ์เพิ่งรู้ว่านางอำไพรับเลี้ยงเด็กด้วย
“ค่ะพี่คริษฐ์ เอ่อ รุ้งขอเก้าอี้ปีนกลับไปได้ไหม” รุ้งพรายมองเขาแกมขอร้อง
“ไม่ได้”
“ทำไมล่ะ ปล่อยเด็กอยู่คนเดียวไม่ดีนะคะ”
“ที่พี่บอกว่าไม่ได้คือพี่ให้กลับไปทางประตูหน้าบ้าน ไม่ใช่มาปีนรั้วให้เสี่ยงแข้งขาหักแบบนี้ ตะโกนบอกเด็กไปว่าให้รอ” เขาบอกแก้มสั่ง
“น้องฟรังก์ครับรอพี่รุ้งก่อนนะครับ พี่จะเดินกลับไปทางหน้าประตูนะครับ” หญิงสาวตะโกนบอกเสียงดัง
“ไม่เป็นไรพี่ไม่ได้หิวน้ำ” เขาตอบแบบนี้รุ้งพรายก็จนปัญญาจะพูดต่อ หญิงสาวหันมาสนใจน้องฟรังก์แทน
“กินเยอะ ๆ นะครับ เดี๋ยวพ่อกลับมาแล้วจะหาว่าพี่รุ้งดูแลไม่ดี”
“ครับ” น้องฟรังก์รีบหยิบส้อมจิ้มขนมสาคูใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย รุ้งพรายจึงจิ้มขนมใส่ปากตัวเองไปด้วย สายตาก็เหลือบไปมองเขาที่นั่งนิ่ง ๆ ไม่พูดอะไร
‘ว่าแต่พี่คริษฐ์มาทำไมถ้าไม่คิดจะพูดอะไรอยู่แบบนี้’
กลายเป็นความอึดอัดใจเข้ามาแทนที่ พี่คริษฐ์ของรุ้งพรายในวันนี้ดูนิ่งขรึมกว่าตอนนั้นหลายขุมนัก ขรึมจนเธอแทบไม่กล้าชวนเขาคุยด้วยซ้ำ
“คุณน้าคริษฐ์ไม่กินขนมเหรอครับ อร่อยนะครับ” จู่ ๆ เด็กชายตัวน้อยก็ถามคริษฐ์ขึ้น รุ้งพรายแอบดีใจที่มีคนถามแทนเธอ มุมปากจึงกระตุกยิ้มขึ้นน้อย ๆ อย่างถูกใจในคำถามแสนซื่อของน้องฟรังก์
“งั้นเดี๋ยวน้าลองชิมดูนะครับ” คริษฐ์ไม่อยากทำให้เด็กผิดหวังจึงจับส้อมจิ้มขนมเข้าปากตัวเองหนึ่งชิ้น
“อร่อยใช่ไหมครับ”
“ครับอร่อยอย่างที่น้องฟรังก์บอกจริง ๆ” คริษฐ์ฉีกยิ้มกว้างให้น้องฟรังก์แต่หันมาทำหน้านิ่งใส่เธอ จะวางมาดใส่เธอไปถึงเมื่อไหร่ แบบนี้เธอจะกล้าเข้าใกล้ได้อีกไหม
สักพักใหญ่ ๆ น้องฟรังก์ก็กินขนมจนอิ่ม คริษฐ์เองก็อิ่มแล้วเหมือนกัน ดูเหมือนชายหนุ่มจะชวนน้องฟรังก์คุยกันตามประสาหนุ่ม ๆ เขาไม่คิดแม้แต่จะหันมาชวนเธอคุยด้วย พอขนมย่อยสองหนุ่มก็ชวนกันเตะฟุตบอลต่อ รุ้งพรายก็เก็บจานขนมเข้าไปล้างในห้องครัว เสร็จแล้วก็กลับออกมานั่งมองเขากับน้องฟรังก์เล่นเตะฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน
มีบ่อยครั้งที่น้องฟรังก์กระโดดเข้าไปเกาะแข้งเกาะขาของคริษฐ์ แล้วก็ถูกเขาเหวี่ยงตัวไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง เป็นภาพที่เธอแอบจินตนาการไปว่ากำลังนั่งมองสามีกับลูกชายเล่นกันอยู่ นั่งยิ้มอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า จนสายตาของเขามองดุ ๆ กลับคืนมา รอยยิ้มบนใบหน้าจึงค่อย ๆ หุบลง
“รุ้ง” สักพักหนึ่งคริษฐ์ก็หันมาเรียกเธอ
“คะพี่คริษฐ์”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักร้ายจอมทระนง