จู่ ๆ โห้หลีเฉินก็คลี่รอยยิ้มบนใบหน้าทันที ดวงตาเปล่งประกายงดงาม
ร่างสูงใหญ่ของเขาเข้าใกล้เธอ ในน้ำเสียงนั้นปิดบังความสุขและรอยยิ้มไว้ไม่อยู่
“ไม่มีความคิดเห็น เธออยากจะก้าวก่ายยังไง ก็ก้าวก่ายอย่างนั้น ฉันเชื่อฟังเธอทุกอย่าง”
เย้นหว่านยืนอึ้งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ แม้แต่หัวใจทั้งดวง ก็ยังเริ่มอุ่นร้อนขึ้นมาแล้ว
ความรู้สึกนี้ ทำไมดูเหมือนในอนาคตโห้หลีเฉินจะถูกภรรยาคุมเข้มเสียอย่างนั้นล่ะ? แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกภูมิใจนะ
ไม่ถูกนะ ใครบอกว่าเธอจะต้องแต่งให้กับเขากันล่ะ
ผู้ชายนิสัยไม่ดี เห็นชัด ๆ ว่ากำลังหลอกกินเต้าหู้เธอ
เย้นหว่านทั้งอายทั้งโมโห แล้วผลักเขาให้ถอยหลังไป “พูดเหลวไหลให้มันน้อย ๆ หน่อย รีบกินข้าวเถอะ เดี๋ยวจะเย็นเอานะ”
โห้หลีเฉินหัวเราะอย่างขบขัน “รับทราบ”
คำทุ้มต่ำสองคำนี้ มีน้ำเสียงหยอกล้ออยู่ ราวกับกระแสไฟฟ้ากระแสหนึ่งที่แล่นเข้ามาในหัวใจของเย้นหว่าน
เธอเห็นเขาหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม สายตาก็อดที่จะพร่ามัวเล็กน้อยไม่ได้
ถ้าหากในอนาคตเป็นเหมือนที่พวกเขาปรารถนาเอาไว้ทุกอย่าง เธอแต่งเป็นภรรยาให้กับเขาและได้ครองรักกับเขาตลอดไป ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและปลอดภัยไปตลอดชีวิต ถ้าเป็นอย่างนั้นจะดีสักแค่ไหนกันนะ?
หากวันใดที่เธอได้สวมชุดแต่งงานสีขาวสะอาดเพื่อเขาและได้ยืนอยู่ในโบสถ์เคียงข้างกับเขา มันจะสวยงามสักแค่ไหนกัน?
เย้นหว่านปรารถนาเอาไว้จริง ๆ อยากจะให้เวลาเดินไวขึ้นอีกนิด ให้เธอได้เดินไปถึงวันนั้น
หลังจากที่กินข้าวเสร็จ โห้หลีเฉินก็ไม่ได้พักผ่อน
แล้วยังสั่งกำชับไม่ให้เย้นหว่านออกไปจากการทรวงการต่างประเทศ จากนั้นถึงค่อยทำงานอย่างเข้มข้น
เย้นหว่านรู้สึกปวดใจอยากจะให้เขาได้พักผ่อนสักหน่อย แต่พอเห็นสายตาโดยรอบที่มองมาบ้างเป็นครั้งคราวนั่นแล้ว เธอก็เข้าใจได้เลยว่าเธอกับโห้หลีเฉินถูกเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
ต่อให้จะเป็นการแสดงละคร โห้หลีเฉินก็ไม่สามารถหยุดทำงานได้
ในใจของเย้นหว่านรู้สึกเกลียดจนต้องกัดฟัน แทบอยากจะให้ซาอินติหายไปจากโลกนี้ซะ จะได้ไม่ต้องสร้างความลำบากให้โห้หลีเฉินถึงขนาดนี้
ตกดึก ยากที่จะรู้สึกตัวได้
เป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่งแล้ว เป็นเวลาที่ง่วงและสมควรจะเข้านอนได้แล้ว
เหล่าเจ้าหน้าที่ที่ยังคงอยู่นั้น เดิมทีก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลานี้ แต่ละคนก็พากันหาว แล้วทยอยกระจัดกระจายกันวิ่งไปนอนที่ห้องพักเจ้าหน้าที่แล้ว
ทว่าเย้นหว่านกลับนอนไม่หลับ
ห้องพักเจ้าหน้าที่นี้ไม่เก็บเสียง เธอปิดประตูนอนอยู่ข้างใน แต่กลับได้ยินเสียงเคาะแป้นพิมพ์นั้นอย่างชัดเจน
ตอนนี้โห้หลีเฉินเหนื่อยล้ามากแล้ว การทำงานในระดับที่เข้มข้นขนาดนี้ เขากลับต้องทำตลอดทั้งคืนเลยเหรอ
ผู้ชายของเธอต้องทนกับความยากลำบากตลอดทั้งคืน แล้วจะนอนหลับสบายได้อย่างไร?
เย้นหว่านรู้สึกว้าวุ่นใจ รู้สึกทนกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้แทบไม่ไหว
แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ความลำบากที่เป็นอยู่ตอนนี้มันหายไปอย่างไร ตัวเธอเองก็ถูกบีบให้ไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงแต่ต้องอยู่ข้างกายโห้หลีเฉินเพื่อเสาะหาที่คุ้มครองความปลอดภัย
ไร้ความสามารถ
ต้องข่มกลั้นเอาไว้
ในใจของเย้นหว่านสับสนวุ่นวาย นอนพลิกตัวไปมาบนเตียงอยู่หลายครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นมาด้วยความกระสับกระส่าย แล้วสวมชุดคลุมตัวนอก เดินออกมาจากห้อง
เธอยืนอยู่หน้าประตู เพียงแวบเดียวก็มองเห็นหลอดไฟที่ยังทำงานส่องสว่างอยู่เพียงหนึ่งเดียวภายในห้องทำงาน สาดส่องให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของโห้หลีเฉิน
เป็นเหมือนก่อนหน้านี้ เขายังคงรักษาท่าทางนั้นเอาไว้ ความรวดเร็วในการมองแป้นพิมพ์และความถี่ยังเหมือนเดิม
มีความจดจ่อและตั้งใจเป็นอย่างมาก
เย้นหว่านอดถอนหายใจไม่ได้ แล้วส่ายหัว ฝีเท้าที่แผ่วเบาเดินไปที่ห้องน้ำ
ห้องน้ำอยู่ทางด้านนอกของห้องทำงาน โดยมีทางเดินกั้นไว้ ไม่ใกล้แล้วก็ไม่ไกล
ในเวลานี้เงียบสงบมาก ไม่มีใครอยู่เลยสักคน
โชคดีที่ยังมีหลอดไฟที่ให้ความสว่างจ้าอยู่ จึงไม่ได้รู้สึกมืดจนน่าขนลุก
เย้นหว่านเดินไปถึงห้องน้ำด้วยใจที่หนักอึ้ง พอเพิ่งจะเข้าไป แต่ทันใดนั้นก็มีเงาสีดำเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาข้างหน้า ทำให้เธอตกใจจนต้องรีบถอยหลังไปหลายก้าว ถึงได้ยืนอย่างมั่นคง
เธอรีบเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งสวมชุดสูทใส่รองเท้าหนัง ทำกำลังยืนอยู่ที่หน้าอ่างล้างมือและกำลังจ้องมองเธอตรง ๆ
เย้นหว่านถอนหายใจด้วยความโล่งอก เกือบจะชนเขาซะแล้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สัญญารัก คบกับประธานฮั่ว30วัน
อืดอาด มีเรื่องคู่นั้นคู่นี้แทรกมาตลอด แล้วยังออกทะเลไปไม่รู้กี่รอบ วนอยู่แต่กับความโง่ของนางเอกและความปิดปังเพราะรักของพระเอก เฮ้อ ทนอ่านมาเพราะอยากรู้ตอนจบ แต่หงุดหงิกมาก...
ฝึกฝนตัวเองหาทางช่วยสามีมันก็ดี แต่ถึงขนาดทิ้งลูกให้คนอื่นดูแลนี่ไม่ไหว เลี้ยงเด็กยังไงให้เป็นแบบนี้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แถมเป็นภาระ ใช้ชีวิตโง่ ๆ มีศัตรูอยู่ แต่ไม่พาการ็ดไปด้วย พอลูกมีปัญหาที่รร. แทนที่จะเรียกสามี มาช่วยตั้งแต่แรก เสือกจะสู้เอง...
นางเอกอ้อนแอแถมโง่ แต่ก็ไม่ฟังพระเอก เสือกวิ่งไปวิ่งมาให้ถูกคนทำร้าย อ่านแล้วรำคาญ...
นางเอกโง่เง่าไม่มีการพัฒนา...
ทำไมไม่บอกพระเอกแล้วให้จัดการกับนังนั่น...
โอน่อหยาก็รู้นี่นาว่านางเอกเป็นคู่หมั้นประธาน ทำไมยังกล้าใส่ร้ายหรือแปลกใจว่านางเอกยังมีคนหนุน...
เนื้อเรื่องยืดยาวววน่าเบื่อมาก วนไปมาไม่เข้าเรื่องสักทีอ่านจนไม่อยากอ่านต่อน่าเบื่อเกิน ไม่เข้าเรื่องพระเอกกับนางเอกสักที วนอยู่ที่เดิมจนไม่น่าติดตามเพราะน่าเบื่อ...