เมื่อเริ่มถ่ายทำโฆษณาอย่างเป็นทางการ เวินเหลียงมาถึงสตูดิโอก่อนเวลา เธอให้พนักงานที่เป็นลูกน้องจัดการสถานที่
ไม่นานช่างภาพและช่างแต่งหน้าก็มาถึงตามลำดับ ทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นพาร์ตเนอร์เก่าของเวินเหลียง ร่วมงานกันมาหลายปี เวินเหลียงเอ่ยมาคำเดียว พวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าเวินเหลียงต้องการผลลัพธ์แบบไหน
สถานที่จัดแต่งจนใกล้จะเสร็จ เวินเหลียงเหลือบดูนาฬิกาทีหนึ่ง จวนจะเก้าโมงแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัด แต่ก็ยังไร้วี่แววของฉู่ซืออี๋และทีมของเธอ
ผู้ช่วยมาเร่งเร้าไปรอบหนึ่งแล้ว
จูฝานช่างภาพขยับกล้องถ่ายรูปในมือเล่นไปมา พลางถอนหายใจก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ฉู่ซืออี๋นี่ช่างวางมาดใหญ่โตจริง ๆ”
ถังซือซือช่างแต่งหน้าหัวเราะเยาะ แล้วพูดขึ้นว่า “ทำยังไงได้ ใครใช้ให้เขากลับมาจากเมืองนอกล่ะ? เขาอยากเล่นตัวแล้วพวกเราจะทำอะไรได้? จะไปไล่เขาออกได้ยังไง? อย่าว่าแต่พวกเราเลย ขนาดเวินเหลียงยังไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ”
ใครไม่รู้บ้างว่าแอมบาสเดอร์คนนี้ประธานฟู่เป็นคนเลือกมาเอง
นอกเหนือเวลานี้เวินเหลียงในฐานะผู้จัดการแบรนด์ของเอ็มคิว ย่อมมีอำนาจในการสั่งเปลี่ยนคน แต่ว่าฉู่ซืออี๋คนนี้เธอเปลี่ยนไม่ได้
ถึงเธอจะเล่นตัว พวกเขาก็ต้องรับให้ได้
เวินเหลียงเปิดโทรศัพท์แล้วเลื่อนไปยังเบอร์โทรของหวังเหยียน จากนั้นก็กดโทรออก
โทรติดแล้ว มีเสียงรอสายดังขึ้นมาจากปลายสาย
จากนั้นก็มีเสียงตู๊ด ๆ ๆ ดังขึ้นมา
ถูกตัดสายไป
ถังซือซืออึ้ง อดไม่ได้ที่จะเดือดดาลขึ้นมา “พวกเขา...พวกเขาทำเกินไปแล้ว อาศัยว่ามีประธานฟู่คอยหนุนหลัง ก็เลยไม่เห็นหัวคุณเลยนะ”
รออยู่หลายนาทีก็ไม่มีส่งข้อความมาอธิบาย หรือส่งข้อความทางไลน์มาเลย
เวินเหลียงต่อสายอีกครั้ง
หลังโทรติด
ปลายสายก็ตัดสายอีกครั้ง
ต่อสายอีกสองสามครั้ง ก็ยังไม่รับสายดังเดิม
เวินเหลียงเก็บโทรศัพท์ แล้วพูดกับจูฝานและถังซือซือว่า “ฉันเดาว่าอย่างช้าที่สุดพวกเขาคงมากันตอนเที่ยง พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ ต้องการพวกคุณเมื่อไร ฉันจะแจ้งพวกคุณเอง”
ทำงานมาตั้งหลายปี ลูกค้าที่เวินเหลียงเคยติดต่อก็มีไม่น้อย หวังเหยียนมีแผนอะไร เธอรู้แจ้งแจ่มชัดตั้งแต่เจรจาความร่วมมือในวันนั้นแล้ว
ถังซือซือหัวเราะเสียงเย็น “ทำงานมาก็หลายปี ฉันเพิ่งจะเคยเจอคนที่เล่นตัวหนักขนาดนี้ ไปชุบตัวอยู่เมืองนอกมาตั้งหลายปี จนถึงตอนนี้ทั้งในและต่างประเทศก็ไม่เห็นเคยได้รางวัลดี ๆ อะไร ผลงานทำรายได้สูงสุดก็ไม่มี ไม่รู้ว่ายังเอาอะไรมาเล่นตัวอีก?”
“ไม่ต้องโมโหไป ไว้วันหน้าฉันจะเลี้ยงข้าวพวกคุณก็แล้วกัน ลำบากแล้วนะ” เวินเหลียงเอ่ย
“งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะ”
จูฝานและถังซือซือบอกลาเวินเหลียง ออกจากสตูดิโอไปก่อน
ทว่าเวินเหลียงยังไม่ออกไป เธอให้ผู้ช่วยเอาโน้ตบุ๊กมาให้ และทำงานอยู่ในห้องพัก
“เกิดเรื่องกะทันหันขึ้นน่ะค่ะ ช่างแต่งหน้ากับช่างภาพก็ไม่อยู่ เมื่อเช้าฉันอยากจะโทรแจ้งหัวหน้าหวัง แต่ใครจะไปรู้ว่าโทรหลายต่อหลายสายแล้วก็ไม่ยอมรับสายสักที ทำไมหัวหน้าหวังถึงตัดสายฉันทิ้งล่ะคะ? ผู้ช่วยของคุณต้องเป็นคนทำแน่ เพราะงั้นฉันว่าผู้ช่วยของคุณต่างหากที่ไม่มีความรับผิดชอบ แม้แต่แจ้งข้อความกับคุณ เขายังไม่แจ้งเลย เพราะงั้นฉันเลยตั้งใจรอพวกคุณอยู่ที่นี่โดยเฉพาะ พวกคุณมาแล้วจะได้ไม่ไม่เจอใคร”
เมื่อได้ยินเวินเหลียงพูดแบบนั้น หน้าของหวังเหยียนและฉู่ซืออี๋ก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ
“ตอนนี้ก็แจ้งพวกคุณเรียบร้อยแล้ว ฉันยังมีธุระอื่นอีก ขอตัวกลับก่อนนะคะ การถ่ายทำของพรุ่งนี้ หวังว่าทั้งสองคนจะไม่มาสายนะคะ”
เวินเหลียงยิ้มเล็กน้อย พูดจบก็ถือโน้ตบุ๊กสาวเท้าก้าวออกไป
หวังเหยียนและฉู่ซืออี๋ยืนมองเงาด้านหลังของเวินเหลียงที่เดินจากไปอยู่ที่เดิม โกรธจนหน้าคล้ำดำเขียว
“เก่งจริงนะ! ไม่นึกเลยว่านังนั่นจะมีแผนแบบนี้”
ฉู่ซืออี๋ยิ้ม “ฉันบอกแล้วไง แผนนี้น่ะใช้กับนังนั่นไม่ได้ผลหรอก เธอคิดดูสิ ผู้หญิงที่สามารถอ่อยอาเจิงมาอยู่ในมือได้หลังจากฉันไป จะเป็นคนธรรมดา ๆ ได้เหรอ?”
“แล้วตอนนี้จะทำยังไงดี?”
หวังเหยียนรู้ดี วันนี้ใช้เหตุผลมาสายไปแล้ว ถ้าพรุ่งนี้เอาไปใช้อีกนั่นมันก็ไม่ใช่แล้ว
ฉู่ซืออี๋เขย่าโทรศัพท์ “ฉันจะโทรหาอาเจิง”
เวินเหลียงเองก็เป็นคนที่แข็งแกร่ง คนธรรมดา ๆ ทำอะไรเธอไม่ได้ คนที่ทำให้เธอเจ็บได้ก็มีแต่คนที่เธอชอบเท่านั้น ซึ่งก็คือฟู่เจิง
...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สัญญารักผูกหัวใจท่านประธานปากแข็ง