"พี่สาวของคุณ? คนไหนเหรอ?"
หลินหยางกลืนเนื้อกวางในปากและจากนั้นก็ถามออกไปตามมารยาท
"พี่สาวของฉันชื่ออ่าวเวยอิน เธอเป็นพี่สาวคนละแม่กับฉัน ปกติแล้วเธอจะเก็บตัวอยู่สันโดษและไม่ค่อยปรากฏตัวสู่ภายนอกและเธอก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตำแหน่งชื่อเสียงอะไรทั้งนั้น เธอเอาแต่หมกมุ่นกับการฝึกฝนอยู่ที่บ้านเท่านั้น"
"แต่นิสัยของพี่สาวฉันประหลาดมาก ฉันเองก็ไม่ได้สนิทสนมกับเธอมากเท่าไร แต่ฉันคิดว่าความสามารถของเธอจะต้องเหนือกว่าฉันอย่างแน่นอน"
"และคนที่มีเรื่องกับพี่สาวของฉัน ไม่ว่าใครก็ต่างจบลงอย่างไม่สวยงาม ฉะนั้นฉันหวังว่าคุณคงจะไม่ไปก่อเรื่องให้ฉัน ไม่งั้น..."
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ อ่าวหานเหมยก็เงียบลงอยู่ชั่วขณะ
"ไม่งั้นจะทำไมเหรอ?" หลินหยางถาม
"จุดจบคงต้องตายอย่างแน่นอน"
อ่าวหานเหมยพูดเสียงแผ่วเบา
"ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"เคยมีคนพูดจาไม่ดีต่อหน้าเธอและไม่ยอมขอโทษ วันถัดไปเขาก็ถูกถลกหนังและถูกแช่แข็งยืนเป็นเหมือนรูปปั้นแกะสลักอยู่นอกเมือง อีกทั้งหัวใจของเขาถูกควักออกมาและไม่มียาที่ไหนรักษาได้ จากนั้นก็จากไปในที่สุด"
"โหดเหี้ยมขนาดนั้นเลย?"
หลินหยางตกใจ
"ยังมีโหดเหี้ยมกว่านี้อีก เพียงแค่ฉันไม่อยากเล่าให้คุณฟังเท่านั้นเอง"
อ่าวหานเหมยส่ายหน้า
หลินหยางตกใจเล็กน้อยและยิ้มออกมา "คุณเองก็บอกแล้วว่าพี่สาวของคุณรักสันโดษ แค่ผมไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเธอก็คงไม่เป็นไร!"
"อืม"
อ่าวหานเหมยตอบรับ
แต่ขณะนี้เอง คนใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องจัดงานและเดินมาข้างๆ อ่าวหานเหมย
"คุณหนูรอง คุณหนูใหญ่เชิญให้คุณหลินไปที่ศาลาเพื่อพูดคุย"
คนใช้กล่าวอย่างนอบน้อม
อ่าวเหานเหมยตัวแข็งทื่อ
สมาชิกหลายคนของเผ่าเย่ไหมต่างพากันมองมาและแสดงสีหน้าตกใจ
หลินหยางเองก็เงียบลง
ปากของฉัน...ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นเลยเหรอ?
"รู้ไหมว่าคุณหนูใหญ่เรียกสามีของฉันไปคุยเรื่องอะไร?" อ่าวหานเหมยถามเสียงเคร่งขรึม
"คุณหนูใหญ่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไร เพียงแค่สั่งให้ดิฉันมาเชิญเจ้าค่ะ" คนใช้กล่าวอย่างนอบน้อม
อ่าวหานเหมยไม่พูดอะไรอีก
"หานเหมย ให้ผู้นำพันธมิตรหลินไปเถอะ ไม่เป็นไรหรอก"
หัวหน้าเผ่าเย่ไหมกล่าว
อ่าวหานเหมยเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็หยุดไว้และสุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจ
"ไม่เป็นไร ผมไปพบเธอก็ได้"
หลินหยางเห็นว่าไม่สามารถปฏิเสธได้ จากนั้นจึงลุกขึ้นและเดินออกจากงานเลี้ยง
"ผู้นำพันธมิตรหลิน รีบไปรีบกลับ ผมรอดื่มเหล้ากับคุณอยู่"
หัวหน้าเผ่าเย่ไหมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลินหยางไม่ได้สนใจเขา
มีหรือที่เขาจะไม่รู้ความคิดของสมาชิกเผ่าเย่ไหม?
หากเขารักษาอ่าวหานเหมยไม่ได้ เกรงว่าคนเหล่านี้ก็คนไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
อย่างไรเสียก็คิดว่าต้องร่วมงานกันกับอ่าวหานเหมยก็เท่านั้น
ไม่นาน หลินหยางก็เดินตามคนใช้คนนั้นไปถึงศาลาเรือนข้างๆ
แม้ว่าที่ตั้งของศาลาจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก แต่มันสวยงามมากและมีอักษรรูนเป็นลวดลายที่ประณีตบรรจงอยู่ในศาลา
หลินหยางจ้องมองอย่างสนใจอยู่ครู่หนึ่งและจากนั้นก็ขมวดคิ้ว
อักษรรูนเหล่านี้มีความพิถีพิถันอย่างมาก
เหมือนเป็นเครื่องรางในตำราโบราณอะไรบางอย่าง...
"คุณหลิน เชิญเข้ามาทางนี้ค่ะ"
คนใช้เปิดประตูพร้อมกับทำท่าเชื้อเชิญ
"อืม"
หลินหยางพยักหน้าและเดินเข้าไปข้างใน
"แม่คะ แม่กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวหนูจะคุยกับผู้นำพันธมิตรหลินคนนี้เอง"
เมื่อเดินเข้ามาถึงก็ได้ยินเสียงนี้ดังขึ้น
หลินหยางมองไปรอบๆ
มีคนนั่งอยู่ข้างในสองคน
ทันใดนั้น รังสีอันเยือกเย็นก็ลอยขึ้นมา เฉือนเส้นผมสองสามเส้นกลางหน้าผากของหลินหยางทันที จากนั้นดาบอันน่าสะพรึงกลัวก็แทงเข้าข้างกายของหลินหยาง
อุณหภูมิในเรือนลดลงทันทีเกือบร้อยองศา และสิ่งของหลายชิ้นก็เย็นเป็นน้ำแข็งทันที
หลินหยางขมวดคิ้วและเหลือบมองดาบนั้นพร้อมกับมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น "อะไรกัน? คุณคิดจะบังคับให้ผมคุกเข่าลงอย่างนั้นเหรอ?"
"ถ้าไม่กลัวว่าหานเหมยจะเสียใจ ฉันคงฆ่าคุณไปนานแล้ว! แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่ฆ่าคุณ ฟังนะ คุณไม่คู่ควรกับน้องสาวของฉันเลยสักนิด ฉันบอกให้คุณคุกเข่าก็เพราะต้องการให้คุณยอมจำนนและจงรักภักดีต่อน้องสาวของฉัน ในเมื่อคุณคิดจะแต่งงานกับน้องสาวของฉัน งั้นต่อไปคุณก็ต้องยอมเป็นสุนัขรับใช้อยู่ข้างกายน้องสาวของฉันตลอดไป น้องสาวของฉันสั่งให้คุณทำอะไรก็ต้องทำ เข้าใจไหม? หากยังไม่คุกเข่าอีก ฉันจะทำให้คุณพิการตอนนี้เลย!"
หญิงคนนั้นกล่าวอย่างเยือกเย็น
เหมือนเป็นการยื่นคำขาดครั้งสุดท้าย
คำพูดเหล่านี้เต็มไปด้วยความโมโหและดูถูก
หลินหยางรู้สึกเหลือเชื่อและมองไปที่หญิงคนนั้นอย่างตกตะลึงอยู่นาน จากนั้นก็เอ่ยออกมา "คุณคงไม่...เป็นคนที่ชอบบังคับน้องสาวของตัวเองหรอกนะ?"
คำนี้เป็นคำที่หลินหยางเองก็เพิ่งเคยได้ยินมาไม่นานนี้ ใครบางคนที่มีความคิดซับซ้อนบงการชีวิตน้องสาวของตัวเองเป็นพิเศษ ตอนนี้ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นบุคคลประเภทที่ว่า
หญิงคนนั้นไม่ตอบและเห็นได้ชัดว่าเธอไม่เข้าใจความหมายของคำที่หลินหยางพูดออกมา
เธอเดินเข้าหาหลินหยางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า
บรรยากาศรอบๆ เริ่มเยือกเย็นขึ้นทุกอณู แม้แต่หลินหยางเองก็แทบทนไม่ได้
ทว่าเขาเองก็ไม่ได้หวาดกลัวผู้หญิงคนนี้ และเขาก็เริ่มกระตุ้นพลังแห่งสวรรค์แล้วและเตรียมกระตุ้นการทำงานของไฟประหลาดด้วยเช่นกัน
แต่ในช่วงเวลาคับขันและวิกฤตินี้เอง
เอี๊ยด
ประตูถูกเปิดออก
อ่าวหานเหมยปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู
"พี่คะ หลินหยาง พวกคุณกำลังทำอะไรกัน?"
หญิงคนนั้นรีบปลดปล่อยพลังปราณและเดินไปที่ประตู
หลินหยางเองก็หยุดยั้งการกระตุ้นพลัง
อ่าวหานเหมยเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรจึงรีบวิ่งไปข้างหน้าและไปยืนขวางหลินหยางไว้พร้อมกับกล่าวกระซิบ "พี่คะ พี่อย่าทำอะไรผู้นำพันธมิตรหลินเลยนะคะ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถรักษาอาการป่วยของฉันได้ ถ้าไม่มีเขาฉันต้องไม่รอดแน่ๆ!"
"ฉันแค่ต้องการทดสอบว่าที่สามีของเธอเท่านั้นเอง ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะทำให้ฉันผิดหวังอย่างมาก หานเหมย เธอแค่บอกให้เขารักษาอาการป่วยของเธอให้หายก็พอแล้ว ทำไมต้องแต่งงานกับคนอย่างเขาด้วย? บุคคลต่ำช้าประเภทนี้ไม่เหมาะเลยที่เธอจะลดตัวไปแต่งงานด้วย"
หญิงคนนั้นกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
อ่าวหานเหมยตกใจและไม่พูดอะไร
"ในเมื่อเธอมาแล้ว ฉันก็จะไม่ทำอะไรเขา พรุ่งนี้พวกเธอสองคนตามฉันไปล่าสัตว์แล้วกัน"
หญิงคนนั้นโบกมือ "พาเขาไสหัวไปซะ!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...