สมัครเลือกตั้งเทพยุทธ์เหรอ?
ทั้งสามคนจ้องมองหน้ากัน
“หมายความว่ายังไง?”
หลินหยางมองไปทางอวี่ปี้หง
“ก็หมายความว่าคนมีความสามารถเข้าร่วมคัดเลือกการแข่งขันเทพยุทธ์ โจมตีเทพยุทธ์”
อวี่ปี้หงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เก่งขนาดนั้นเลย?”
“ก็บอกว่าเก่งไม่ได้หรอก เพราะว่าทุกครั้งที่เข้าร่วมการแข่งขันเทพยุทธ์ มีบางคนคิดว่าฝีมือของตัวเองไม่เลวละ ก็อยากไปท้าประลอง หารู้ไม่ว่าเทพยุทธ์ช่างน่ากลัวเหลือเกิน การจัดงานคัดเลือกเทพยุทธ์ทำตามปกติแบบเมื่อก่อน แต่ร้อยปีผ่านไป บุคคลที่คัดเลือกของเจ็ดเทพยุทธ์ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง”
อวี่ปี้หงส่ายหน้าไปมา ทำเสียงฟึดฟัดออกมา
ถ้าเทพยุทธ์ถูกแหย่ได้ง่ายๆแบบนั้น ก็ไม่เรียกว่าเทพยุทธ์หรอก
ทุกปีไม่รู้ว่าคนไปท้าประลองเทพยุทธ์ตั้งเท่าไหร่ แต่ไม่ตายก็น่าเวทนา จุดจบไม่ดีกันทุกคน
“ท่าน เมืองนี้มีการคัดเลือกการแข่งขันเทพยุทธ์ คนทั้งเมืองต่างปกป้องคนผู้นี้และต้องระมัดระวัง พวกเราต้องปลดอาวุธก็ถือว่าสมเหตุสมผล เอาอาวุธไว้นอกเมืองก่อนไหม เข้าไปซื้อม้าแล้วค่อยไปเมืองหลงซินกัน”
จิ่วอวี่เอ่ยปากพูดขึ้น
“โอเค”
หลินหยางพยักหน้า
“ถือว่าเอาตัวรอดเป็น!”
คนผู้นั้นฮัมเพลงเบาๆ จากนั้นกระตุกเชือกบังเหียน แล้วเดินไปในเมือง
บนตัวของหลินหยางไม่มีอาวุธ ไม่ว่าจะดาบเทียนเซิงหรือฮวาเจี้ยนปี่ ล้วนเก็บไว้ที่ฝ่ามือของเขา ด้วยเหตุนี้จึงมีแค่อวี่ปี้หงกับจิ่วอวี่ที่ถูกปลดอาวุธ
ทั้งสามคนเดินไปในเมือง
เมืองไม่ใหญ่ น่าจะมีคนหนึ่งร้อยกว่าคน
จิ่วอวี่ใช้ยาแลกเปลี่ยนมาเป็นเสื้อผ้า จากนั้นก็ไปเลือกม้ากับหลินหยาง
“เมืองไม่ใหญ่ ก็ไม่มีม้าดีอะไร ถูๆไถๆไปก่อนละกัน”
หลินหยางกวาดสายตามองม้าไม่กี่ตัวที่เจ้าของโรงม้าจูงออกมา แล้วพูดขึ้นอย่างราบเรียบ
ทั้งสองคนพยักหน้า ขี่ม้าเตรียมออกไปจากที่นี่
แต่ในเวลานี้ กลุ่มคนก่อนหน้านั้นที่ขวางอยู่บริเวณประตูเมืองได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง
คนที่เป็นผู้นำมองวิเคราะห์หลินหยาง อวี่ปี้หงและจิ่วอวี่ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“สัมผัสไม่ได้ถึงเส้นลมปราณคนผู้นี้ ทำไม? เขาเป็นคนไร้ความสามารถแล้วเหรอ?”
คนที่เป็นผู้นำอยู่บนหลังม้า ถามขึ้นด้วยความโอหัง
จิ่วอวี่โกรธนิดหน่อย แต่ไม่พูดอะไรออกมา
“พวกเราไปกันเถอะ”
หลินหยางไม่อยากพัวพันกับคนเหล่านี้
ตอนนี้ในหัวสมองของเขาเหลือแค่เรื่องเดียว
ทำลายเย่เหยียน ถอนรากถอนโคน
หลังจากนั้นก็ออกไปจากชีพจรมังกรใต้ดิน
แต่ตอนที่ทั้งสามคนจะออกไปจากที่นี่ กลุ่มคนก็มาขวางทางไว้
“ทุกท่านคิดจะทำอะไรเหรอ?”
หลินหยางขมวดคิ้วเป็นปม เอ่ยปากถามขึ้น
“น้องชายอย่าเพิ่งรีบไป มีเรื่องอยากจะให้พวกคุณช่วยเหลือหน่อย”
คนผู้นั้นยิ้มและพูดขึ้นว่า: “วางใจ มีค่าตอบแทน ทุกคนจะได้ยาคนละห้าเม็ด เป็นยังไง?”
“ขอโทษด้วย พวกเราไม่มีเวลา”
หลินหยางพูดปฏิเสธโดยไม่ลังเล และเตรียมออกจากที่นี่ทันที
แต่คนผู้นั้นก็ไม่ยอมถอย ตรงกันข้ามกลับยิ้มอย่างเย็นชา พูดอย่างเหยียดหยามว่า: “น้องชาย คุณไม่ช่วยก็ต้องช่วย!”
“คุณหมายความว่ายังไงเหรอ? อยากมีเรื่องใช่ไหม?
อวี่ปี้หงไม่ใช่คนอารมณ์ดีใจเย็น เธอตะโกนอย่างเย็นชา และควักดาบใหญ่ออกมามองด้วยสายตาเหี้ยมโหด
“อยากมีเรื่อง แต่ไม่ใช่พวกเรามีเรื่องกับพวกคุณ!”
คนผู้นั้นยิ้มและพูดว่า: “ผู้เข้าคัดเลือกเทพยุทธ์ของพวกเราเพิ่งจะทะลวงสำเร็จ ต้องการหาคนมาฝึกฝน เพื่อให้พลังเสถียร ผมว่าพวกคุณก็ไม่เลว ไปเถอะ ไปสนามเทพยุทธ์กับผม และฝึกฝีมือเป็นเพื่อนผู้เข้าคัดเลือกของพวกเรากัน!”
“ถ้าผมไม่ไปล่ะ?”
“ผมรับรองว่าคนของเมืองนี้จะไม่ให้พวกคุณเดินออกไปได้อย่างเด็ดขาด!”
“อยากลองไหม?”
อวี่ปี้หงโกรธมาก พลังฆ่าอันร้อนแรงกระเพื่อมขึ้น
แต่เวลานี้ จู่ๆหลินหยางก็ห้ามเธอ
อวี่ปี้หงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า: “ถ้าใช้พลังทั้งหมดลงสนามรบ เกรงว่าจะได้รับบาดเจ็บ”
“ได้”
หลินหยางพยักหน้า
ถ้าอวี่ปี้หงพ่ายแพ้สามดาบ อย่างน้อยกุ้ยเจี้ยนเซิงก็ต้องบรรลุถึงขั้นเทพเซียนแห่งแผ่นดินระดับกลาง และคนผู้นี้ที่โจมตีกุ้ยเจี้ยนเซิงจนพ่ายแพ้ กลายมาเป็นเทพยุทธ์สำรอง เกรงว่าคนผู้นี้ห่างจากชั้นเทพเซียนแค่เก้าเดียวแล้วไหม?
หลินหยางไม่เวลามาไร้สาระเสียเวลามากมายกับคนผู้นี้หรอก
ถึงแม้ว่าอวี่ปี้หงจะไม่พูด เขาก็วางแผนเล่นละครตบตาอยู่แล้ว
นาทีนี้ บนสนามเทพยุทธ์ของเมืองรายล้อมไปด้วยผู้คน
คนครึ่งเมืองมาอยู่ที่นี่
เทพยุทธ์สำรองนั่งขัดสมาธิอยู่กลางสนาม กำลังหลับตาทำสมาธิอยู่
หลินหยางเงยหน้ามองไป
ผู้ชายคนนี้มองดูแล้วอายุไม่เกินสามสิบกว่า สวมชุดสีขาว ผมยาวปะบ่า หนวดเคราสั้น รูปร่างผอม กระดูกโหนกแก้มสูงมาก แม้ว่าจะรูปร่างแบบนี้ แต่หลินหยางก็สัมผัสกลิ่นอายบนร่างเขาที่ปลิ้วสะบัดได้อย่างยากลำบาก
หรือว่าคนผู้นี้เป็นยอดฝีมือนอกดินแดน?
หลินหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย
คนจำนวนหนึ่งพลิกตัวลงจากม้า สาวเท้าเดินไปหาผู้เข้าคัดเลือกเทพยุทธ์อย่างรวดเร็ว
“ท่าน พาคนมาถึงแล้ว”
คนที่เป็นผู้นำพูดด้วยความเคารพนับถืออย่างยิ่ง
“อืม รู้แล้ว”
ผู้เข้าคัดเลือกเทพยุทธ์ลืมตาช้าๆ จ้องมองหลินหยางด้วยสีหน้าเฉยชา จากนั้นเอ่ยปากพูดว่า: “พวกคุณสามคน มานี่เลย”
จิ่วอวี่ชะงักงัน: “ผมก็ต้องไปเหรอ?”
“แน่นอน”
ผู้เข้าคัดเลือกเทพยุทธ์ยิ้มเล็กน้อย
จิ่วอวี่งงงวย แต่ก็ยังตามไป
อวี่ปี้หงสีหน้าเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
เธอก็เหมือนหลินหยาง มองคนผู้นี้ไม่ออก
แต่เวลานี้ ผู้เข้าคัดเลือกเทพยุทธ์ลุกขึ้นช้าๆ มองทั้งสามคน และเอ่ยปากพูดว่า: “ผมเป็นมือใหม่ ต้องฝึกฝีมือ ตอนนี้ ผมอยากให้พวกคุณกินสิ่งที่ผมมอบให้ จากนั้นใช้พลังประมือกับผมอย่างเต็มที่! ถ้าชนะ พวกคุณจะได้รางวัล ถ้าแพ้ พวกคุณจะต้องตายที่นี้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...