แม้หลินหยางจะทำเพียงแค่เปล่งเสียงจากในลำคอ แต่กุยเจี้ยนเซิงกลับได้ยินน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์จากเสียงนี้
“บุคคลนี้ทำลายชื่อเสียงของเจ้า การที่เจ้าจะฆ่าเขา มันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่ว่าผู้คนในเมืองนี้บริสุทธิ์ เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องโหดร้ายขนาดนี้ใช่ไหมล่ะ?”
หลินหยางมองไปที่ กุยเจี้ยนเซิงแล้วพูดออกมาอย่างใจเย็น
กุยเจี้ยนเซิงมองกลับมาอย่างเฉยเมย โดยไม่มีร่องรอยแห่งความสุขหรือความเศร้าบนใบหน้า แค่พูดอย่างสงบ: "นี่เจ้ากำลังจะสั่งสอนข้างั้นเหรอ?"
หลินหยางส่ายหัวไปมา
ดวงตาของกุยเจี้ยนเซิงเปล่งประกาย จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นแล้วตะโกนออกไปว่า "ยั้งมือก่อน!"
ทั้งร่างของเจี้ยนเฟิงไห่หยุดลง และมองไปที่กุยเจี้ยนเซิง
กุยเจี้ยนเซิงจ้องไปที่ หลินหยาง อย่างไม่แสดงอารมณ์และค่อยๆพูดอย่างใจเย็นว่า "เจ้าอยากจะช่วยคนเหล่านี้งั้นเหรอ? ได้สิ งั้นข้าก็จะให้โอกาสเจ้า หากเจ้ารับดาบของข้าได้ ข้าจะปล่อยพวกเขาไป ว่าไงล่ะ?"
“รับดาบของเจ้าเหรอ?”
หลินหยางตกตะลึงไป
“ทำไมล่ะ? หากเจ้าไม่กล้า งั้นก็แค่รีบคุกเข่าลงแต่เนิ่นๆ แล้วยอมรับคำดูแคลนไปซะ!”
เจี้ยนเฟิงไห่ที่อยู่ข้างๆ ตะคอกอย่างเย็นชา
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่กล้า ข้าแค่รู้สึกว่า... แค่รับดาบเล่มหนึ่งมันน้อยไปหรือเปล่า?”
หลินหยางหยุดครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพูดออกมา
หลังจากพูดคำเหล่านี้ออกไปแล้ว ทุกคนรอบตัวเขาก็ตกตะลึง
“ท่าน... ท่านอย่ายอมรับนะ นี่คือผู้ท้าชิงตำแหน่งเทพยุทธ์เชียวนะ!”
อวี่ปี้หงแอบกระแทกแขนของหลินหยาง พร้อมกระซิบเสียงเบา
"ผู้ท้าชิงตำแหน่งเทพยุทธ์ ก็ไม่ใช่เทพยุทธ์จริงๆนี่"
หลินหยาง ส่ายหัว
อวี่ปี้หงตกตะลึงจนพูดอะไรออกมาไม่ได้เป็นเวลานาน ได้แต่อ้าปากค้าง
เธอเคยเห็นความแข็งแกร่งของหลินหยางมาก่อน ซึ่งมันก็ไม่ธรรมดาจริงๆ ย่อมสะเทือนใต้หล้าฟ้าดิน
แต่กุยเจี้ยนเซิงคนนี้เองก็ไม่ใช่บุคคลไร้นามทั่วไป
ต้องรู้ว่าผู้ท้าชิงตำแหน่งเทพยุทธ์ต้องท้าทายการมีอยู่ของเทพยุทธ์
พูดตรงๆคือถ้า กุยเจี้ยนเซิง ประสบความสำเร็จในการท้าทายตำแหน่งนั้น เขาก็จะได้รับตำแหน่งเป็นเทพยุทธ์คนใหม่
การมีอยู่องคนในระดับเขา ไม่กล้าแม้แต่จะสร้างความขุ่นเคืองให้เจ้าตำหนักชิงเหลียน
อย่างไรเสีย แม้แต่เจ้าตำหนักชิงเหลียนยังไมกล้าท้าทายเทพยุทธ์เลย!
“ท่าน นี่ท่าน....บ้าบิ่นมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
อวี่ปี้หงลอบกลืนน้ำลายอย่างลับๆ แล้วพูดออกมา
“ข้าก็แค่พูดความจริง”
"นี่เจ้า...."
อวี่ปี้หง อยากจะพูดอย่างอื่นอีก แต่ผู้คนรอบๆเจี้ยนเฟิงไห่ต่างก็โมโหจนระบายอารมณ์แล้ว
"ไอ้เวรเอ้ย!"
“ไอ้สารเลว กล้าดียังไงมาดูถูกนายน้อยของพวกเรา*!”
"รนหาที่ตาย!"
"ข้าจะฆ่าแก!"
ชายที่กำลังโกรธแค้นก้าวไปข้างหน้าพร้อมดาบแล้วโจมตีไปที่หลินหยาง
ดวงตาของอวี่ปี้หงทอแสงเป็นประกาย แล้วก็รีบชักดาบยักษ์ออกมาทันที
"ช้าก่อน!"
กุยเจี้ยนเซิงพูดเบา ๆ
ทว่าน้ำเสียงนั้นทรงอำนาจและน่ากลัวมาก
ทุกคนต่างก็หยุดนิ่ง
“เจ้าว่า ดาบกี่เล่มล่ะ?”
กุยเจี้ยนเซิงพยายามระงับความโกรธ แม้ว่าความโกรธในดวงตาจะยังค่อนข้างแสดงออกมาชัดเจน แต่สีหน้าก็ยังคงดูสงบนิ่ง
“สิบฝีดาบแล้วกัน”
หลินหยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“สิบฝีดาบเหรอ?”
กุยเจี้ยนเซิงขุ่นเคืองมากและแสยะยิ้ม: "นี่เจ้าคิดดูถูกข้าไปถึงไหนกันน่ะ?"
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกเจ้า”
หลินหยางส่ายหัว: "ข้าก็แค่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง"
"สุดท้าย หรือจะบอกว่าเจ้าไม่คิดว่าข้าเป็นภัยคุกคามต่อเจ้าเท่านั้นเองสินะ!"
กุยเจี้ยนเซิงเผยยิ้มอย่างเย็นชา หยิบตราคำสั่งที่ส่องแสงออกมาจากร่างกายของเขา และโยนมันไปทางหลินหยาง
หลินหยางเผลอรับมันไว้มันโดยไม่รู้ตัว มองดูแล้วจึงพูดด้วยความประหลาดใจว่า
“ตราคำสั่งสำหรับผู้ท้าชิงตำแหน่งเทพยุทธ์?”
“หากไม่สามารถฆ่าเจ้าได้ภายใต้การลงดาบสิบเล่ม ชื่อเสียงของกุยเจี้ยนเซิงก็คงจะถูกทำลายจนสิ้น เช่นนั้นก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บสิ่งนี้ไว้อีก!”
กุยเจี้ยนเซิง พูดอย่างใจเย็น: "ในเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว งั้นก็มาจบกันที่นี่เถิด เมื่อข้าฆ่าเจ้า ข้าจะฝังคนทั้งเมืองเล็กๆนี้ไว้กับเจ้า! เจ้าพร้อมหรือยัง?"
เมื่อหลินหยางได้ยินคำพูดนั้นก็เข้าใจถึงการตัดสินใจของกุยเจี้ยนเซิงและพยักหน้า: "ตกลง!"
เกร็ง!
กุยเจี้ยนเซิง แทบจะไม่ลังเลเลยและสะบัดแขนของเขาออกมา
ทันใดนั้นแสงดาบก็ระดมยิงออกมาราวกับดาวตกที่เร่งความเร็ว กระทบไปที่เกราะกำบังของหลินหยางโดยตรง
พลังงานดาบนี้รวดเร็วปราดเปรียว ดุร้าย และแข็งแกร่ง
คมดาบนี้สามารถตัดผ่านภูเขาและทะเลได้ง่ายๆเลย
ชาวเมืองต่างลอบหายใจอย่างสั่นเทาและหน้าซีดเผือกด้วยความหวาดกลัว
แต่ในขณะที่พลังจากดาบกำลังใกล้เข้ามาแล้ว หลินหยางก็ยกมือขึ้นและโบกมือออกไป แรงที่พุ่งทะยานบนปลายนิ้วของเขาก็ถูกซัดไปทางพลังงานดาบนั้นเหมือนกับแส้
บูม!
พลังงานจากดาบระเบิดสลายตัวไปทันที
กุยเจี้ยนเซิงขมวดคิ้วทันที
“หรือว่า อยากได้ตรารับรองผู้ท้าชิงเทพยุทธ์อันนี้งั้นเหรอ?”
หลินหยางค่อยๆ ลดแขนลงและถามด้วยความสับสน
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
ใบหน้าของ กุยเจี้ยนเซิงมืดมนลงเล็กน้อยและเขาถามด้วยเสียงต่ำว่า
“หากเจ้ายังคงจัดการกับข้าด้วยความแข็งแกร่งเช่นนี้ต่อไป อย่าว่าแต่รับดาบสิบเล่มเลย แม้แตร้อยเล่มก็ยังไม่มีประโยชน์”
หลินหยางส่ายหัว: "ดังนั้นต่อจากนี้ ข้าก็ยังคงหวังว่าเจ้าจะแสดงความแข็งแกร่งออกมาบ้างนะ"
เมื่อคำพูดจบลงกับ สถานที่แห่งนี้ก็เงียบสนิท
ผู้คนเบิกตากว้างจ้องมองด้วยความแทบไม่เชื่อ
นี่เป็นผู้สมัครตัวเต็งของผู้ท้าชิงตำแหน่งเทพยุทธ์เลยนะ!
นี่คือนายน้อยของเจี้ยนเฟิงไห่เลยนะ!
หากไม่นับพลังดาบที่ปะทะกับโล่อากาศ แรงกระแทกก็เพิ่มขึ้นและกระแทกเข้ากับโล่อากาศอย่างแรง
ร่างกายของหลินหยางสั่นสะเทือน และเขาก็อดไม่ได้ที่จะก้าวถอยกลับไปสองก้าว
แต่ทว่ามันยังไม่จบ
ก่อนทจะทันได้รักษาเสถียรภาพของร่างกายได้ พลังงานดาบที่ปะทะกับโล่อากาศก็โจมตีอีกครั้ง และความแข็งแกร่งของมันก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
หลินหยางหรี่ตาลงและใช้กำลังทั้งหมดของเขาเพื่อเสริมกำลังให้โล่พลังปราณนั้น
พลังดาบโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนคลื่นทีซัดถาโถมเข้ามาละชั้น
ได้ยินเพียงเสียงการสั่นสะเทือนที่รุนแรง
บูม!
บูม!
บูม!
...
การระเบิดกระจายออกไปเป็นวงกว้าง
พลังปราณแห่งการทำลายล้างกระเพื่อมไปในอากาศ
พื้นบริเวณใต้เท้าของหลินหยางสั่นสะเทือน
พลังงานดาบนี้ส่งผลกระทบต่อผู้คนไปมากกว่าสามร้อยคน
และการกระแทกแต่ละครั้งก็มีแต่จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมมาก
แรงกระทบครั้งสุดท้ายมันรุนแรงมากพอที่จะทำให้ภูเขาแตกเป็นชิ้น ๆ ซึ่งถือว่าน่าสะพรึงกลัวมาก
หลินหยางถูกแรงกดดันผลักไปที่ขอบจัตุรัส และเท้าก็หยั่งลึกไปบนพื้นจนเป็นรอยยาวสองแห่ง
แต่...เขาก็ยังรับไว้ได้!
หลินหยางลดแขนลง เพียงเพื่อจะรู้สึกว่าแขนของเขาสั่นและชายิบ
กุยเจี้ยนเซิงตกตะลึงไปในจุดนั้น
“เป็นคมดาบที่ดี!”
หลินหยาง แสดงความชื่นชม: "ดาบเล่มนี้งดงามจริงๆ มันเปลี่ยนปลังปราณสามสาย ให้เป็นพลังเดียว และห่อหุ้มด้วยพลังปราณดาบ พวกมันส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อสร้างการโจมตีที่ทรงพลังมากขึ้น มันเหมือนกับคลื่นรองที่ซัดโจมตีทันทีหลังจากคลื่นหลักโจมตี ช่างสมควรได้รับการขนานนามเจี้ยนเฟิงไห่ที่แปลว่าคมดามคลื่นสมุทรอย่างแท้จริง!”
"น่าเสียดายที่ยังทำอะไรเจ้าไม่ได้!"
กุยเจี้ยนเซิงแอบกัดฟันและจ้องมองไปที่ หลินหยาง
"มันก็แค่ความบังเอิญเท่านั้น"
หลินหยางยิ้มเบา ๆ
แม้ว่าเขาจะพูดอย่างสุภาพ แต่ในสายตาของ กุยเจี้ยนเซิง มันก็เหมือนกับเป็นการยั่วยุมากกว่า
“เจ้ามอบสิบคมดาบให้ข้า ที่แท้เจ้าก็มีความสามารถอย่างแท้จริงใน! ดูเหมือนว่าถ้าข้าไม่แสดงทักษะที่แท้จริงบางอย่าง คงจะคชต้องจะถูกเจ้าดูหมิ่น ทุกอย่างในเจี้ยนเฟิงไห่และข้ากุยเจี้ยนเซิงคนนี้คงจะถูกทำลายในที่เดียว!"
หลังจากพูดจบ กุยเจี้ยนเซิง ก็ยื่นมือซ้ายออกแล้วค่อย ๆ ดึงดาบที่ห้อยอยู่ที่เอวขวาของเขาออกมา
“ดาบคู่เหรอ?”
ลมหายใจของอวี่ปี้หงสั่นเทา
ในชีพจรมังกรใต้ดินมีคนจำนวนไม่มากนักที่เก่งในการใช้ดาบคู่ และในหมู่พวกเขา ผู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการใช้ดาบคู่ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกุยเจี้ยนเซิง
“นอกจากท่านพ่อของข้าแล้ว คนเดียวที่สามารถบังคับให้ข้ายอมใช้ดาบคู่ได้ก็มีแค่เจ้าเท่านั้น เจ้าชื่ออะไร?” กุยเจี้ยนเซิงถามด้วยเสียงแหบแห้ง
“หลินหยาง!”
“หลินหยางเหรอ? ข้าจะจำชื่อนี้ไว้! ต่อจากนี้ ข้าจะใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเจี้ยนเฟิงไห่i!”
กุยเจี้ยนเซิงกระซิบเสียงเบาแล้วค่อยๆหลับตาลง
แล้วในขณะนั้นเอง ผืนแผ่นดินทั่วบริเวณ....

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...