ภายใต้การปิดล้อมของม่านพลังเทียนเสิน เมืองเล็กๆ ก็กลายเป็นคุกทันที
ผู้เฒ่าหัวโล้นและผู้เฒ่าเครายาวพาคนอื่นๆ มาถึงหน้าประตูใหญ่ จ้องมองม่านพลังนั้น ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
มีศพนอนอยู่ด้านหน้าม่านพลัง ก็คือคนที่พวกเขาส่งออกไป
เห็นได้ชัดมากว่า คนคนนี้ไม่ได้สังเกตเห็นม่านพลัง จึงปะทะเข้าไปอย่างแรง ทำให้สั่นสะเทือนจนตัวเองตาย
หากจะช่วยชีวิตนั้นก็ไม่ยาก อย่างไรเสียศพก็สมบูรณ์ และเพิ่งจะตายได้ไม่นาน
แต่ตอนนี้ทุกๆ คนไม่มีกะจิตกะใจไปช่วยคนคนนี้แล้ว
"ทำลายม่านพลัง! คิดหาวิธีออกไป!"
ผู้เฒ่าหัวโล้นตะโกนออกมาทันที
เมื่อน้ำเสียงนี้จบลง ผู้แข็งแกร่งทรงพลังหลายคนพุ่งออกมาจากด้านหลังของเขา พวกเขารวบรวมพละกำลังและกระแทกเข้าไปที่ม่านพลังทันที
ตูม!
ตูม!
เสียงอัดอั้นดังทอดออกมา
วรยุทธ์อันน่าสะพรึงกลัวได้จู่โจมเข้าไปที่ม่านพลังอย่างรุนแรง
แต่ทว่า.....ม่านพลังกลับไม่ขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
กลอุบายของยอดฝีมือเมืองเล็กๆ หลายท่านนี้ คาดไม่ถึงว่าจะไม่สามารถสั่นสะเทือนม่านพลังได้เลย!
"อะไรนะ?"
ทุกคนตกตะลึงอ้าปากค้าง
"ม่านพลังนี้.....ดูไม่ธรรมดาเลย! คิดที่จะทำลายมันจะต้องใช้เวลานานมาก!"
ผู้เฒ่าเครายาวจ้องม่านพลังไม่ละสายตา และกล่าวอย่างเคร่งขรึม : "อาเหมิ่ง! แกพากลุ่มองครักษ์ไปถ่วงเวลาคนคนนั้นเอาไว้ พวกเราจะไปตามถนนเล็กๆ เพื่อออกจากเมือง!"
"คุณลุง! ให้ฉันไปถ่วงเวลาเขาไว้เหรอ?"
เจิ้งเหมิ่งตกตะลึง
"ทำไมล่ะ? พวกเราเหล่านี้เป็นผู้อาวุโสเมื่อออกคำสั่งแกยังไม่ไปทำอีกเหรอ? ในสายตาแกยังมีพวกเราอยู่บ้างไหม?"
ผู้เฒ่าเครายาวโมโหขึ้นมาทันที และกล่าวตำหนิด้วยเหตุผล
เจิ้งเหมิ่งอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าจะโต้แย้งอย่างไรดี
"อาเหมิ่ง! แกเป็นหัวหน้าองครักษ์ของเมืองเรา ตอนนี้เมืองของเราตอนนี้เมืองเราเกิดเรื่องคอขาดบาดตาย แกจะเลี่ยงความรับผิดชอบได้ยังไง? แกควรจะต้องปฏิบัติต่อคนในตระกูลเดียวกันอย่างเหมาะสมไม่ใช่เหรอ? แกควรจะสำนึกบุญต่อการอุปถัมภ์ค้ำชูและไว้วางใจของทุกๆ ไม่ใช่เหรอ?"
ผู้เฒ่าโล้นตะคอกออกมา
คนอื่นเห็นเช่นนั้น ก็ตำหนิและกล่าวโทษเจิ้งเหมิ่งไปตามๆ กัน
"เจิ้งเหมิ่ง! แกลืมไปแล้วเหรอ เพื่อที่จะช่วยแกเชื่อนขั้นการฝึกฝน เราทุกคนได้เอายาขนานวิเศษให้แกไปตั้งเท่าไหร่กัน? หรือว่าแกลืมบุญคุณนี้ไปแล้ว?"
"อาเหมิ่ง! ตอนที่แกเรียนรู้อาวุธและทักษะทางการแพทย์ ฉันเป็นคนชี้แนะให้แกนะ! แกลืมไปแล้วเหรอ?"
"ตอนนี้แกตอบแทนบุญคุณเราก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว แกจะไม่สมัครใจงั้นเหรอ?"
"แกยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?"
"แกจะเนรคุณหรือไง?"
"ไอ้อกตัญญู!"
ผู้คนยิ่งด่าทอก็ยิ่งเดือดดาล และน้ำเสียงก็ดังขึ้นเรื่อยๆ
เจิ้งเหมิ่งมีสีหน้าซีดเผือด ถอยหลังไม่หยุด จ้องมองคนตรงหน้าที่เขานับถือเป็นญาติพี่น้องด้วยความตะลึงงัน
ครู่หนึ่ง เขาจึงพูดออกมาอย่างทึ่มทื่อ
"ฉัน.....ไม่เคยบอกว่าจะไม่ไปนะ...."
ทุกคนได้ยินเช่นนั้น จึงหยุดด่าทอทันที
"ก็แค่นั้น!"
"อาเหมิ่ง นี่คือหน้าที่ที่แกต้องรับผิดชอบ แกควรจะทำมันอย่างเต็มที่"
"เช่นนั้น ก็รีบลงมือเถอะ!"
ผู้คนต่างเร่งเร้าไม่หยุด และบ่นว่าออกมา
ไม่มีใครเห็นถึงความผิดหวังและจนใจของเจิ้งเหมิ่งเลย
เจิ้งเหมิ่งนำกลุ่มองครักษ์ไล่ตามหลินหยางทางด้านนั้นอย่างจนใจ
คนอื่นๆ ก็ตามผู้เฒ่าหัวโล้นไปยังถนนเล็กๆ
กลุ่มของเจิ้งเหมิ่งเดินมาได้ไม่ไกล ก็เจอกับหลินหยางและอวี่ปี้หงพร้อมกับจิ่วอวี้ที่ฟื้นคืนสติแล้วเดินมาที่นี่
ยาในร่างกายของหลินหยางเวลานี้ได้ถูกขจัดไปจนหมดแล้ว พลังแห่งสวรรค์ที่ปลดปล่อยออกมาจึงแข็งแกร่งมาก จนกระทั่งพื้นที่ที่ถูกปกคลุมทางด้านนี้ ทำให้ทุกๆ คนอึดอัดหายใจไม่ออก
เมื่อเห็นฉากนี้ เจิ้งเหมิ่งและคนอื่นๆ ก็มีสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมา
พวกเขาสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของหลินหยาง!
"พวกเรา....ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้กันได้!"
เจิ้งเหมิ่งบ่นพึมพำ ในใจหมดความมุ่งมั่นในการต่อสู้ไปจนหมด....
นี่ไม่สามารถตำหนิเจิ้งเหมิ่งได้


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...