ไม่มีใครคาดคิด ว่าแขกวีไอพีของอาคารมอบรางวัลนำจับจะถูกคนบังคับให้ขอโทษต่อสาธารณะชนแบบนี้…..
บ้าระห่ำเกินไปแล้ว
ทุกคนเบิกตาโพลงกว้างมองกันไปมา และมองไปที่หลินหยางแต่ก็พูดอะไรไม่ออก
“ท่านคะ ขอบคุณมากที่ออกหน้าให้ฉัน แต่…ตอนนี้พวกเราควรจะจบยังไงดี?”
อวี่ปี้หงยิ้มเจื่อนๆ มองหลินหยางอย่างลึกซึ้ง
“เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ทำไมต้องคิดเยอะขนาดนั้น?”
หลินหยางพูดอย่างราบเรียบ เขาดึงคุณชายฉางหลานลุกขึ้น และพูดต่อเนื่องว่า“เอาเขาไปเป็นยันต์ป้องกันตัว พวกเราหนีออกไปจากเมืองหลงซินกันก่อน”
“พวกแกหนีไม่รอดหรอก!”
คุณชายฉางหลานกัดฟันกรอดพูดขึ้น
“ถ้าแกพูดมากอีก ฉันจะตัดลิ้นแก”
หลินหยางพูดขึ้น
“แก….”
คุณชายฉางหลานสีหน้าเปลี่ยน ไม่กล้าพูดอะไรอีก
แต่แล้วเวลานี้ มีคนกลุ่มหนึ่งถืออาวุธเข้ามา
พอคนเหล่านี้มาถึง ก็กระจายยอดฝีมือที่อยู่บริเวณโดยรอบล้อมหลินหยางไว้
อวี่ปี้หงกับจิ่วอวี่เห็นสถานการณ์นี้ สายตาอึมครึมอย่างมาก
เธอใช้สายตาประเมินมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ตรงนี้ อย่างน้อยก็เกือบร้อยคน อีกอย่างฝีมือของแต่ละคนน่ากลัวมาก และในนั้นมีเทพเซียนแห่งแผ่นดินเป็นจำนวนมากด้วย
อาศัยพวกเขาสามคน ไม่สามารถโจมตีออกไปได้หรอก
โชคดีที่คุณชายฉางหลานถูกพวกเขาจับเป็นตัวประกัน ไม่อย่างนั้นทั้งสามคนจบเห่ที่นี่แน่
“รีบช่วยฉัน เร็ว…คิดหาวิธีช่วยฉัน….”
คุณชายฉางหลานรีบตะโกนขึ้น
แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้รีบร้อนลงมือ
สิ่งที่เห็นคือชายคนหนึ่งสวมชุดสูทและแว่นตากรอบทองเดินขึ้นมา
ในมือของฝ่ายชายมีอาวุธ อายุน่าจะราวๆสี่สิบห้าสิบปี ดูมีอัธยาศัยดี
“ผมเป็นผู้ดูแลอาคารมอบรางวัลนำจับ ผมชื่อเถาเฉิง ขอถามหน่อยว่าคุณชื่ออะไร?”
เถาเฉิงพยักหน้าให้หลินหยาง และถามด้วยความเคารพ
“คุณเรียกผมว่าหมอเทวดาหลินก็ได้”
หลินหยางคิดอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นพูดขึ้น
“หมอเทวดาหลิน? ดูอย่างนี้ทักษะทางการแพทย์ของคุณคงอยู่ระดับสูงเลย!”
เถาเฉิงพยักหน้า พูดอย่างราบเรียบว่า“หมอเทวดาหลิน เรื่องที่เกิดขึ้นผมเข้าใจแล้ว ความจริงนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ท่านหลินเอาดาบออกมาฆ่าคน ทำลายกฏของผม แบบนี้ไม่ดีเลย!”
“คนไม่กี่คนนั้น จากฝีมือของอาคารมอบรางวัลนำจับของพวกคุณ อยากจะช่วยให้รอดก็ไม่ยากหรอก”
หลินหยางกวาดสายตามองลูกน้องของคุณชายฉางหลาน และพูดขึ้นอย่างราบเรียบ
“ท่านหลินพูดถูก อยากจะช่วยให้รอดนั้นไม่ยาก เพราะฉะนั้นเลยบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ความหมายของผมคือไม่จำเป็นต้องก่อความวุ่นวายแบบนี้ต่อไปแล้ว! ท่านปล่อยคุณชายฉางหลานซะ ผมอยากจะเจรจากับท่านดีๆ”
เถาเฉิงพูดขึ้น
“เจรจาอะไร?”
“ท่านหลิน ตามกฏของอาคารมอบรางวัลนำจับ คนที่ก่อความวุ่นวายที่นี่ จะต้องถูกทำลายทักษะสามในสิบ ถ้าคนที่ก่อเรื่องหนักจะถูกทำลายห้าในสิบหรือทั้งหมดเลย! ท่านลงมือสังหารคน ตามกฏคือต้องถูกทำลายทั้งหมด แต่พวกเราสามารถตัดบทลงโทษนี้ออกได้ อาคารมอบรางวัลนำจับของพวกเราจะไม่ถามหาความรับผิดชอบจากท่าน!”
เถาเฉิงยิ้มพูดขึ้น
“อ้อ?”
หลินหยางชะงักงัน“ไม่มีสาเหตุ อยู่ดีๆทำไมถึงจะไม่สืบสานราวเรื่องเอาความผิด?”
“ท่านหลินสามารถทำให้คุณชายฉางหลานพ่ายแพ้ได้ ฝีมือของท่านไม่ธรรมดา พวกเราเลยมีภารกิจที่อยากให้ท่านหลินช่วย….”
“ภารกิจที่ทำให้พวกคุณสะดุดได้ ยากที่จะจินตนาการ พวกคุณอยากให้ผมไปตายเหรอ?”
“ท่าน อย่าคิดอย่างนี้สิ พวกเราแค่ให้โอกาสท่าน!”
เถาเฉิงส่ายหน้าไปมา พูดอย่างราบเรียบว่า“ถ้าท่านยอมรับภารกิจนี้ ไม่ว่าภารกิจจะสำเร็จหรือไม่นั้น ก็ไม่เป็นไร! ต่อให้ล้มเหลว พวกเราก็จะไท่ถามหาความรับผิดชอบจากท่าน และเวลาเดียวกันพวกเราก็พร้อมที่จะประสานกระชับความสัมพันธ์ความขัดแย้งระหว่างท่านกับคุณชายฉางหลาน”
“ประสานกระชับมิตร?”
หลินหยางมองเขาด้วยความแปลกใจ
“ท่านหลิน ท่านไม่รู้จริงๆเหรอว่าคุณชายฉางหลานเป็นใคร?”
เถาเฉิงถามด้วยความแปลกใจ
“ใคร?”
หลินหยางมึนงง
“คุณชายท่านนี้ชื่อฉางหลานฟู้ นามสกุลผสมคือฉางหลาน คนทั้งดินแดนชีพจรมังกรใต้ดิน ยังมีใครเรียกเขาว่าฉางหลาน?”
เถาเฉิงยิ้มพูดขึ้น
ฟุ้บ!
พอได้ยินคำนี้ อวี่ปี้หงกับจิ่วอวี่ที่อยู่ทางด้านหลังพากันนั่งลงบนพื้น ราวกับฟ้าผ่า สีหน้าซีดเผือด ปากพูดพึมพำออกมา
“ฉางหลาน….เทพยุทธ์?”
“เทพยุทธ์ฉางหลาน?”
หลินหยางขมวดคิ้วเป็นปม
“ฉันนึกว่าพวกโง่อย่างพวกแกไม่เคยได้ยินชื่อพ่อของฉันซะอีก! เหอะๆ น่าตลก! กล้าทำร้ายลูกชายของเทพยุทธ์! พวกแกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วละสิ!”
คุณชายฉางหลานยิ้มกริ่มพูดขึ้น
อวี่ปี้หงกับจิ่วอวี่ตกใจจนจะเป็นลม
พวกเขานึกไม่ถึงเลย นึกไม่ถึงเลยว่าคุณชายฉางหลานจะเป็นลูกชายของเทพยุทธ์…..
หลินหยางทำร้ายลูกของเทพยุทธ์ จะยังมีทางรอดอยู่เหรอ?
“จบละ! มันจบละ!”
“ทำยังไงดี? ท่าน พวกเราจะทำยังไงดี?“
เถาเฉิงยิ้มพูดขึ้น
“ได้”
หลินหยางพยักหน้า
“เชิญด้านนี้เลย!”
เถาเฉิงรีบนำทางไปทันที
ส่วนหลินหยางก็ตามไป
อวี่ปี้หงสีหน้าตึงเครียด จับแขนของหลินหยางและพูดว่า“ท่าน ท่านคงไม่ตอบรับภารกิจของพวกเขาจริงๆหรอกใช่ไหม? ภารกิจนั้นจะต้องแปลกประหลาดแน่นอน พอพวกเรารับ จะต้องเจอเรื่องร้ายมากกว่าดี!”
“ไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวผมขอดูภารกิจก่อน ถ้าทำได้ ก็ทำให้พวกเขา”
“ท่าน….”
“ผมแค่ช่วยพวกเขาทำภารกิจให้สำเร็จ จากนั้นก็สามารถพูดถึงเรื่องเย่เหยียนได้ จากฝีมือของอาคารมอบรางวัลนำจับ การจะหาตัวเย่เหยียนนั้นง่ายมาก”
หลินหยางพูดขึ้นอีกครั้ง
อวี่ปี้หงได้ฟัง จึงนึกขึ้นได้ทันที
หลินหยางมีเป้าหมายแล้วนี่เอง…..
ไม่นาน ทั้งสามคนก็มาถึงห้องทำงานของเถาเฉิงที่อยู่บนชั้นสิบแล้ว
ห้องทำงานใหญ่มาก อีกทั้งยังมีหน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน
หลินหยางเดินมาบริเวณหน้าต่างและมองกระจก เห็นบริเวณหัวมุมมีรอยLOGOจางๆอยู่
ดีจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจะผลิตที่เจียงเฉิน
หลินหยางตกใจ
“เป็นยังไง? ทิวทัศน์ที่นี่ไม่เลวใช่ไหม?”
เถาเฉิงที่กำลังชงชาอยู่พูดขึ้น“สถานที่ที่สามารถก่อสร้างแบบกระจกได้ในดินแดนชีพจรมังกรใต้ดินมีไม่เยอะหรอก สิ่งเหล่านี้ขนมาจากพื้นผิว ยืนอยู่ตรงนี้ สามารถมองเห็นเมืองหลงซินได้กว่าครึ่งนะ”
“ไม่เลวจริงๆ”
หลินหยางพยักหน้า จากนั้นหมุนตัวมานั่งลงบนโซฟา
“มา ลิ้มรสชาของผมกัน!”
เถาเฉิงยิ้มและส่งน้ำชาให้
“ขอบคุณมาก”
หลินหยางจิบเล็กน้อย รสชาติบอกเลยว่าธรรมดา
ส่วนอวี่ปี้หงกับจิ่วอวี้ ไม่รู้เรื่องชา เมื่อรับมาก็ดื่มหมดเลย
“ท่านหลิน ถึงแม้ฉางหลานฟู้จะเป็นลูกนอกสมรสของเทพยุทธ์ฉางหลาน แต่ก็ถือว่ามีเชื้อสายเทพยุทธ์ส่วนหนึ่ง ฝีมือไม่ต้องสงสัยเลย แต่ท่านสามารถทำให้เขาพ่ายอย่างง่ายดาย ฝีมือของท่านยอดเยี่ยมกว่า เพราะฉะนั้นภารกิจนี้ของพวกเรา ทำได้เพียงคนอย่างท่านมาถึงจะแก้ไขได้”
เถาเฉิงยิ้ม จากนั้นเอาขดกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา และดันมาทางหลินหยาง
หลินหยางกวาดสายตามองขดกระดาษ ด้านบนมีตัวอักษรเขียนอยู่
“ระดับสวรรค์?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...