พวกเขาสองคนเดินเข้าไปในอุโมงค์ที่เงียบสงัด
ไม่มีใครอยู่รอบๆ เลย
แต่เมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็มองเห็นเลือดสดๆ อยู่บนพื้นมากมาย
และเมื่อเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ก็พบศพหนึ่งอยู่บนพื้น
"ข้างหน้ามีคน!"
ฉินเจี้ยนหนู่กดน้ำเสียงต่ำลงทันที และชะลอฝีเท้าลง
หลินหยางพยักหน้า และปล่อยพลังแห่งสวรรค์ออกมา เพื่อครอบคลุมบริเวณโดยรอบ หลังจากนั้นครู่หนึ่งดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง
"ห่างจากเราไปประมาณสามร้อยเมตร อีกทั้ง ยังคงมีการต่อสู้อยู่!"
"เส้นทางเหล่านี้นำไปสู่ทางเข้าด่านที่สอง ตอนนี้เราจะหันหลังกลับก็ไม่ทันแล้ว ไปดูสิว่าเป็นศัตรูหรือเป็นมิตร!"
ฉินเจี้ยนหนู่จับดาบเอาไว้แน่น เธอหยุดฝีเท้าลง กลั้นลมหายใจตั้งสมาธิ และเข้าไปใกล้ๆ อย่างเงียบๆ
ฉีก!
มีเสียงเนื้อหนังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ดังขึ้น
เสียงการต่อสู้ไม่ไกลหยุดลงอย่างกะทันหัน
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมไอ้พวกสวะถึงมาที่ชั้นสองมากมายขนาดนี้?"
"แม่งเอ๊ย แม้แต่ของที่กูพึงพอใจยังกล้าแย่ง! รนหาที่ตายจริงๆ!"
"ด้วยศักยภาพของพวกมัน ไม่น่าจะมาถึงชั้นสองได้นะ...."
"แปลกจริงๆ!"
เสียงคนสนทนากันดังทอดเข้ามา
ฉินเจี้ยนหนู่ไม่เห็นคน จึงทำได้เพียงฟังเสียงเท่านั้น ชั่วขณะก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
ได้ฟังแค่เสียง จึงไม่รู้ว่ามิตรหรือศัตรู
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมไม่ไปเจอซะเลยล่ะ?
ฉินเจี้ยนหนู่เหลือบมองหลินหยาง เห็นหลินหยางไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ เธอจึงต้องเข้าไป
แต่เธอเพิ่งจะขยับตัว ก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนขึ้นมา
"ใครนะ?"
เมื่อคำพูดนี้จบลง ร้างหลายร่างก็พุ่งเข้ามา
เมื่อมองเข้าไป ฉินเจี้ยนหนู่ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
มันคือคนของตำหนักฉางหลาน!
"แย่แล้ว!"
ฉินเจี้ยนหนู่หันหลังกลับทันที และต้องการจะดึงหลินหยางให้วิ่งหนีไป
"จะหนีทำไม?"
หลินหยางหยิบดาบยาวที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น และเตรียมที่จะต่อสู้กับคนคนนี้
แต่ในเวลานี้
ฟรึ่บๆๆ .....
แสงสีแดงก็จู่โจมเข้ามา จากนั้นมันราวกับเชือกเถาวัลย์หลายๆ เส้นยื่นเข้ามาทางด้านหลังของคนเหล่านั้น และมัดทุกคนเอาไว้โดยตรง
ฉีก!
จากนั้นเชือกก็ดึงรั้งขึ้น
คนของตำหนักฉางหลานทั้งหมดได้กลายเป็นเนื้อสับ กระจัดกระจายเต็มพื้น
ฉินเจี้ยนหนู่กับหลินหยางตกตะลึง และมองไปด้านหน้า
พวกเขาเห็นร่างสีแดงเดินเข้ามาทางนี้
คนคนนั้นคือเม่ยเมิ่ง!
ดาบโลหิตในมือของเธอสามารถแยกออกเป็นตะขอและล็อกเอาไว้ได้ มันน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก
"คุณหนูเม่ยเมิ่ง?".
ฉินเจี้ยนหนู่ถอยหลังโดยจิตใต้สำนึก และระมัดระวังตัวขึ้นมา
"พวกคุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
เม่ยเมิ่งเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
"พวกเราไม่เป็นอะไร ขอบคุณคุณหนูเม่ยเมิ่งอย่างมาก"
ฉินเจี้ยนหนู่ตอบกลับอย่างเรียบๆ แต่การระมัดระวังตัวไม่ได้ลดลงเลย
"ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว"
เม่ยเมิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม : "คนของตำหนักฉางหลานเหล่านี้ ไม่มีขื่อมีแปเลยจริงๆ คาดไม่ถึงว่าจะทำการกวาดล้างขึ้นมา ฉันไม่สามารถให้พวกเขาทำแผนชั่วสำเร็จได้!"
"กวาดล้าง?"
หลินหยางรู้สึกแปลกใจ
"ใช่แล้ว คุณอาจจะไม่รู้ว่าครั้งนี้คนของตำหนักฉางหลานเข้ามากันกี่คน คนเหล่านั้นล้วนเป็นกองกำลังทหารของเทพยุทธ์ฉางหลาน เขายังส่งคนเกือบร้อยคนเข้ามาปะปนกับฝูงชน ถึงแม้ว่าผู้คนจะเข้ามาได้ ก็เป็นเพราะการช่วยเหลือของยอดฝีมือตำหนักฉางหลาน จึงเข้ามาที่ชั้นสองได้!"
เม่ยเมิ่งกล่าวอธิบาย
"ทำไมพวกเขาต้องทำเช่นนี้ด้วย?"
"ยังจะต้องถามอีกเหรอ? ก็เพื่อครอบครองของล้ำค่าที่ชั้นสามแต่เพียงผู้เดียวนะสิ!"
เม่ยเมิ่งมองหลินหยางด้วยสีหน้าแปลกใจ : "คุณไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอ?"
"ฉันเป็นกบในกะลา ไม่ค่อยรู้อะไรมากนักหรอก"
หลินหยางยักไหล่
"มิน่าล่ะ แม้แต่คนของเทพยุทธ์ยังกล้าผิดใจได้ ก็มีเพียงคนไม่มีสมองเหมือนอย่างคุณเท่านั้นแหละ ที่จะทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ออกมาได้"
เม่ยเมิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ดังคำกล่าวที่ว่าเสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันไม่ได้ ของล้ำค่าที่ชั้นสามสามารถดึงดูดความสนใจของเทพยุทธ์ได้ หากคนของกองกำลังอื่นได้รับผลประโยชน์จำนวนมากที่ชั้นสาม ก็จะต้องมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน สิ่งนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งการปกครองของเทพยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่แต่ละคน ด้วยเหตุนี้เรื่องที่เทพยุทธ์ฉางหลานทำการกวาดล้างเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลย"

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...