หลินหยางไม่พูดไร้สาระ แววตาของเขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ดาบชั่วร้ายสั่นสะท้านทันที จากนั้นปลายดาบก็เรียบไปตามแนวดาบกระดูกฟาดฟันไปทางฝ่ามือเย่เหยียน
“ไม่เจียมตัว ไม่ดูความสามารถของตนเอง!”
เย่เหยียนส่ายหน้าไปมา พลิกฝ่ามือหมุนดาบกระดูก ทำการบุกโจมตีหลินหยาง ขณะเดียวกันเขาก็หมุนดาบกระดูกอย่างรวดเร็ว ขับเคลื่อนพลังแห่งสวรรค์ ปล่อยแสงดาบออกมามากมาย กลืนกินไปทางหลินหยาง
หลินหยางเองก็รีบขับเคลื่อนทักษะดาบฉางหลาน เพื่อต่อสู้กับเย่เหยียน
ต่อสู้เผชิญหน้ากันอยู่หลายรอบ คิดไม่ถึงเลยว่าหลินหยางจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เหยียน
“เกิดอะไรขึ้น?”
ฉางหลานฟู้มองหลินหยางด้วยความตกตะลึง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ทำไมเหรอ?”
ฉินเจี้ยนหนู่ที่อยู่ด้านข้างถามด้วยความสงสัย
“ทักษาดาบฉางหลานของอาจารย์ ทำไมถึงได้เละเทะแบบนี้?”
“เละเทะเหรอ?”
“ไม่อย่างนั้นล่ะ? แม้แต่ผมยังร่ายรำทักษะดาบฉางหลานออกมาไม่ได้แย่แบบนี้เลย อาจารย์จะมีมาตรฐานแค่นี้เหรอ?”
ฉางหลานฟู้พูดขึ้นด้วยความสงสัย
เป็นอย่างที่คิดไว้
เคร้ง!
เสียงวัตถุกระทบกันดังออกมา
จากนั้นก็เห็นดาบชั่วร้ายถูกสั่นสะเทือนออกไป ส่วนหลินหยางหล่นลงมา กระแทกอยู่บนพื้นอย่างรุนแรง
ทุกคนมองไปอย่างแน่วแน่
แผงอกของเขาถูกฉีก จนเลือดไหลออกมาแล้ว มองดูแล้วน่ากลัวมาก
“น้องชาย!”
หลางหยารีบพุ่งเข้ามา เพื่อประคองหลินหยางทันที
“พี่หลางหยา ผมไม่เป็นไร!”
หลินหยางหายใจหอบแฮ่กๆ รีบกลืนยาลงไป พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า: “ก่อนหน้านี้เสียพลังไปเยอะมาก ผมไม่สามารถปล่อยพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ พี่หลางหยา สู้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ต้องรีบถอนกำลัง!”
“จะไปแบบนี้เลยเหรอ?”
“ตราบใดที่มีชีวิต ย่อมต้องมีความหวัง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับเขา อย่าเอาความโมโหชั่วขณะมาทำให้ทุกคนตายฟรี! ไป!”
หลินหยางสีหน้าเต็มไปด้วยความแน่วแน่
ก้นบึ้งหัวใจของหลางหยาไม่ยินยอม อารมณ์โกรธพุ่งสุดขีด
แต่เขาก็รู้ว่าคนของตัวเองที่อยู่ทางด้านนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เหยียน จึงทำได้เพียงอดทนอดกลั้นไว้
“โอเค น้องชาย พี่จะฟังน้อง!”
“คิดจะหนีไปเหรอ? เกรงว่าครั้งนี้มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!”
เย่เหยียนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดาบกระดูกในมือกวัดแกว่งกลางอากาศ
เวลานี้ เหมือนมีอานุภาพรุนแรงมาปกคลุมทั่วทุกทิศทาง และปกคลุมไปทั้งสถานที่ต่อสู้
ทุกคนสีหน้าเปลี่ยน ร่างกายโค้งงอทันที ความรู้สึกคือไม่รู้ว่าบนไหล่มีอานุภาพที่น่ากลัวนั้นมาปกคลุมตั้งแต่เมื่อไหร่
อานุภาพนี้เหมือนภูเขาลูกหนึ่ง กดดันจนทำให้คนกระหืดกระหอบหายใจลำบาก….
นี่คือพลังของเย่เหยียนเหรอ?
เป็นไปได้ยังไง?
แค่อาศัยพลานุภาพดาบ ก็สามารถปลดปล่อยพลังที่ทำให้คนหวาดกลัวแบบนี้ได้แล้วเหรอ?
ทุกคนขนลุกซู่ เงยหน้ามองไปทางเย่เหยียนอย่างยากลำบาก แต่ละคนไม่กล้าที่จะเชื่อสายตาของตัวเองเลย
นาทีนี้ หลางหยาเพิ่งจะรู้ว่าความคิดที่จะฆ่าเย่เหยียนนั้นเป็นเรื่องตลกไร้สาระจริงๆ!
การต่อสู้ก่อนหน้านี้ เย่เหยียนไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดที่มีเลย
“ท่านเย่เหยียน! โปรดระงับความโกรธ!”
“ไว้ชีวิตด้วย!”
“ผมและคนอื่นๆ เป็นผู้บริสุทธิ์!”
คนของฉีชิงไป๋ที่อยู่ทางด้านนี้เหมือนรองรับความกดดันนี้ไม่ไหวแล้ว จึงทยอยกัดฟันพูดขึ้น
ฉีชิงไป๋ขมวดคิ้วเป็นปม ใบหน้าก็เต็มไปด้วยเหงื่อ แต่เมื่อเทียบกับคนอื่น ชัดเจนว่าดูชิวสบายกว่ามาก
และภายใต้แรงกดดันของดาบนี้ หลางหยาและคนอื่นๆจึงอยากจะหนี แต่ก็เป็นเรื่องเพ้อฝัน
หลางหยาจับดาบยาวแน่น ตาสองข้างจ้องเขม็งมองเย่เหยียน
ในเมื่อหนีไม่พ้น งั้นก็พังพินาศลงพร้อมกันกับเขาเลย!
คิดถึงตรงนี้ หลางหยาก็จะกระทำการเคลื่อนไหว
แต่หลินหยางที่อยู่ด้านข้างหยุดดึงเขาไว้
“น้องชาย?”
หลางหยาหันมามองด้วยความตกตะลึง
สิ่งที่เห็นคือหลินหยางส่ายหน้าไปมา พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า: “เย่เหยียนไม่ได้คิดจะฆ่าพวกเรา ไม่เช่นนั้น เขาไม่มีทางกดแบบง่ายๆแบบนี้หรอก”
“อะไรนะ?”
หลางหยาชะงักงัน
เป็นอย่างที่คิดไว้ สิ่งที่เห็นคือเย่เหยียนเอามือทั้งสองข้างไขว้หลัง และจ้องมองทุกคนอย่างเย็นชา
“พวกแกวางใจเถอะ ฉันไม่ฆ่าพวกแกหรอก! แต่พวกแกต้องเชื่อฟัง ไม่ใช่นั้น ฉันจะทำให้พวกแกตายแบบศพไม่สมประกอบ!”
“ทำไมแกไม่ฆ่าพวกเรา?”
หลางหยาถามด้วยความโกรธ
“เพราะฉันต้องการให้พวกแกช่วยเหลือฉัน ให้ทะลุผ่านระดับชั้นต่อไป!”
ดาบกระดูกแทงเข้าไปในพื้นดินสามส่วน
พื้นดินสั่นสะเทือนโคลงเคลง รอยแตกจากการแทงดาบกระดูกแพร่กระจายออกมาเป็นจำนวนมาก
ไม่นาน ทั้งสนามฝึกก็พังทลายลงมา
ทุกคนมองด้วยความตะลึง และทำอะไรไม่ถูก
ตอนนี้สนามฝึกที่พังทลายลงมา ได้กลายเป็นแท่นหยกอัญมณีอันหนึ่งลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ
เย่เหยียนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงรีบวิ่งขึ้นไปบนแท่นหยกทันที
“ขึ้นมา!”
เย่เหยียนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ทุกคนไม่กล้าต่อต้าน ทยอยวิ่งไปบนแท่นหยก
“พี่เย่ ดาบของฉัน…”
อั้นหมิงเยว่เหลือบมองหลินหยาง สายตาตึงเครียด พูดขึ้นทันที
แต่ว่าเย่เหยียนไม่สนใจ
อั้นหมิงเยว่รู้สึกโกรธ แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา
เย่เหยียนเป็นคนมีจุดมุ่งหมายแน่วแน่คนหนึ่ง
จากที่เขามอง ถ้าต้องการแย่งชิงดาบมารไร้เทียมทานหรือดาบชั่วร้ายกลับมา มันอาจจะทำให้เกิดชนวนขัดแย้งได้
ตอนนี้เขายังต้องการใช้ประโยชน์จากคนเหล่านี้เพื่อมารับมือกับระดับชั้นต่อไป แน่นอนว่าไม่มีทางไปแย่งดาบกลับคืนมาเพื่อเอาใจอั้นหมิงเยว่หรอก
อีกอย่าง เขาไม่คิดว่าดาบมารไร้เทียมทานจะสามารถวิ่งหนีได้
แต่อั้นหมิงเยว่ไม่เข้าใจ เธอจ้องมองหลินหยางด้วยสายตาเย็นยะเยือก ดวงตากระเพื้อมรังสีอำมหิต
ทุกคนยืนอยู่บนแท่นหยกอัญมณี
ไม่นาน ทั้งสนามก็จมลง คนไม่สามารถยืนได้แล้ว
และแท่นหยกอัญมณีก็พาทุกคนค่อยๆมุ่งไปสู่ข้างล่าง
ทุกคนไม่รู้ว่าสถานที่ใต้พื้นดินแห่งนี้มีความลึกมากแค่ไหน
บริเวณโดยรอบมืดตึ๊ดตื๋อ ไม่มีแสงสว่างแม้แต่นิดเดียว
แท่นหยกอัญมณีเป็นเหมือนลิฟต์ที่พาลงไปข้างล่าง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดด้านล่างก็มีแสงสว่างปรากฏออกมาแล้ว
และในเวลานี้แท่นหยกอัญมณีก็ถึงพื้นด้านล่างแล้วเช่นกัน
เคร้ง!
เสียงวัตถุกระทบกันดังขึ้น แท่นหยกอัญมณีหยุดอย่างมั่นคงอยู่บนดาดฟ้า
ทุกคนเงยหน้าและมองไป แต่ละคนต่างตกตะลึง
เพราะสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าพวกเขา…คือขุมทรัพย์มหาศาลแห่งหนึ่ง…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...