แสงแห่งเทพกะพริบระยิบระยับ เดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืด ช่างดูงดงาม จนทำให้คนรู้สึกเหลือเชื่อ
มันดำเนินต่อไปเช่นนี้ประมาณสองร้อยครั้ง จากนั้นแสงแห่งเทพจึงค่อยๆ จางหายไป
"อั้นหมิงเยว่ ฝังเข็มต่ออีกสิ!"
ในเวลานี้ เจียงเหยียนได้กล่าวขึ้นอีก
อั้นหมิงเยว่ตัวสั่นสะท้าน ไม่กล้าเฉยเมย เธอหยิบเข็มเงินออกมาอีก และแทงลงไปบนร่างกายของเจียงเหยียน
เพียงแค่แทงเข็มลงไป แสงแห่งเทพที่จางหายไปเมื่อครู่นี้ก็ได้เปล่งแสงขึ้นมาอีกครั้ง
ทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอั้นหมิงเยว่เหนื่อยล้าและล้มตัวลงนั่งกับพื้นโดยตรง เธอหายใจกระหืดกระหอบ ทั่วทั้งตัวมีเหงื่อโทรมกาย
หลินหยางก็ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ คล้ายกับว่าการฝึกฝนเสร็จสิ้นแล้ว
เขาลุกขึ้นยืนโดยตรง และมองไปยังร่างของตัวเอง
ยาสมุนไพรที่เหนียวข้นราวกับโคลนก่อนหน้านี้ได้หายไป คล้ายกับว่ามันได้หลอมรวมเข้ากับร่างของหลินหยางไปแล้ว
"ท่านหลิน นี่ท่าน....กำลังฝึกฝนอะไรอยู่เหรอคะ?"
อั้นหมิงเยว่นั่งตัวตรงอย่างยากลำบาก และกล่าวถามพลางหายใจหอบ
"การเลียนแบบเลือดเนื้อ"
หลินหยางเอ่ยปากพูดออกมาอย่างง่ายๆ
"การเลียนแบบเลือดเนื้อ?"
อั้นหมิงเยว่ตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าไม่เคยได้ยินคำเหล่านี้
"ฉันค้นพบลายเส้นเลือดเนื้อทั้งหมดของฉางหลานกับไท่เทียน เพียงแค่สามารถเลียนแบบระดับความแข็งแกร่งของเลือดเนื้อของพวกเขาได้ ก็จะสามารถทำให้ร่างกายของฉันแข็งแกร่งและทรงพลังพอๆ กับพวกเขาได้ กระทั่งสามารถทำให้เส้นเลือดของฉันมีความหนาพอๆ กับพวกเขาอีกด้วย!"
หลินหยางกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม
"อะไรนะ?"
อั้นหมิงเยว่เบิกตาโพลง และกล่าวด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อว่า: "แบบ....แบบนี้ก็ได้เหรอ?"
"เรื่องนี้ ก็คล้ายกันกับเย่เหยียนนั่นล่ะ เพียงแต่ฉันไม่ได้ปลูกถ่ายแขนขาของคนอื่นลงบนร่างกายของฉัน แต่ใช้ยาสมุนไพรเพื่อทำให้เลือดเนื้อของฉันใกล้เคียงกับเทพยุทธ์อย่างไร้ขีดจำกัด"
หลินหยางกล่าวอธิบายอย่างสงบนิ่ง: "จุดประสงค์ที่เทพยุทธ์อั้นเทียนฝังเข็มให้คุณ ก็คือต้องการเปลี่ยนร่างกายของคุณ เพื่อให้ระดับความแข็งแกร่งของคุณเป็นไปในทิศทางของเขา ฉะนั้นฉันจึงให้คุณช่วยทำการฝังเข็มให้กับฉัน และนี่ก็คือเหตุผล!"
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง มิน่าล่ะท่านหลินถึงไม่ให้หลางหยาและคนอื่นๆ มาฝังเข็มให้ แต่ตามฉันมาโดยเฉพาะ!"
อั้นหมิงเยว่เข้าใจในทันที ในขณะเดียวกันหัวใจก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?
ทักษะทางการแพทย์ของคนคนนี้ แข็งแกร่งจนถึงขั้นไหนกันนะ?
"อั้นหมิงเยว่ คุณก็เหนื่อยมามากแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ"
หลินหยางหยิบขวดเซรามิกขวดหนึ่งจากบนโต๊ะ แล้วส่งไปให้: "ยาเหล่านี้ฉันเป็นคนกลั่นเองกับมือ คุณเอาไปใช้ในการฝึกฝน มันจะช่วยให้คุณทะลวงผ่านขั้นก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็ว!"
"โอเคค่ะ"
อั้นหมิงเยว่ก็ไม่เกรงใจ เธอรับยานั้นมา แล้วคารวะหลินหยาง: "ขอบพระคุณท่านหลินเป็นอย่างสูง!"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก"
หลินหยางโบกไม้โบกมือ
หลังจากที่อั้นหมิงเยว่ออกไปแล้ว หลินหยางก็เรียกหลางหยาและพรรคพวกมา จากนั้นก็ทำการแจกพลังภายในและยาเม็ดให้แก่พวกเขา เพื่อให้พวกเขาไปเข้าฌาน
คนของตระกูลดาบโลหิตคล้ายกับตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงไม่ก้าวเท้าออกไปนอกบ้าน และเลือกที่จะเข้าฌาน
ไม่ใช่เพียงแค่เท่านี้ ผู้ฝึกฝนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในอาคารมอบรางวัลนำจับต่างก็ทำเช่นนี้
คนที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ของอาคารก็น้อยลงเรื่อยๆ
อาคารเงียบสงัด ถนนหนทางว่างเปล่า ดูเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่าง
กองกำลังทั้งหมดของอาคารมอบรางวัลนำจับถูกดึงตัวออกมา
แน่นอนว่า พวกเขาไม่ได้เพียงแค่ปกป้องอาคารเท่านั้น คนเหล่านี้ยังถูกจัดวางกำลังไว้ในพื้นที่ต่างๆ ของเมืองหลงซินอีกด้วย ราวกับว่ากำลังป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น
คนของเมืองหลงซินที่หนีก็หนี ที่หลบซ่อนก็หลบซ่อน และไม่มีใครเต็มใจที่จะอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีเทพยุทธ์แวะเวียนมาบ่อยๆ เช่นนี้
ทั่วทั้งเมืองเงียบสงัดไร้ชีวิตชีวา และถนนหนทางหลายสายก็ถูกทิ้งร้างจนกลายเป็นเขตซากปรักหักพัง
ในขณะที่บรรยากาศอันตึงเครียดนี้ผ่านไปสองสามวัน
"อยู่....อยู่ในมือของอาคารมอบรางวัลนำจับของเราครับ!"
หลี่ขวงเริ่นลังเลใจเล็กน้อยแล้วกล่าว
"ไอ้สารเลว!"
เสียงคำรามอันเดือดดาลดังขึ้นมา
อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างรวดเร็ว และความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวได้ระเบิดมาจากเหนือศีรษะของทุกคน
ได้ยินเพียงเทพยุทธ์เจิ้นอวี้คำรามด้วยความโมโหว่า: "อาคารมอบรางวัลนำจับของพวกคุณเป็นพวกแย่งชิงผลประโยชน์อย่างนั้นเหรอ? ใครสั่งให้พวกคุณเจียมตัวเช่นนี้? กล้าเอาศพของเทพยุทธ์ทั้งสองไปอย่างนั้นเหรอ?"
"ท่านเจิ้นอวี้อย่าโมโหไปเลยครับ ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ขอให้ท่านไปยงอาคารมอบรางวัลนำจับก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะครับ!"
หลี่ขวงเริ่นกัดฟันกล่าว
"ฉันจะสารพวกแกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียก่อน!"
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้โมโหเดือดดาล กำลังจะยกมือขึ้นมา และสังหารหลี่ขวงเริ่มและทุกคน
ทุกคนตกใจจนอกสั่นขวัญแขวน ตัวสั่นงันงก แต่ไม่กล้าต่อต้าน
ถ้าหากเทพยุทธ์เจิ้นอวี้จะฆ่าพวกเขา ด้วยความสามารถของพวกเขาแล้ว ก็คงไม่อาจจะต่อต้านได้โดยสิ้นเชิง
แต่ในช่วงเวลาที่เป็นจุดเป็นจุดตายเช่นนี้ เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนก็ได้ขวางเขาเอาไว้
"ท่านเจิ้นอวี้อย่าโกรธเคืองไปเลย พวกเราเข้าไปดูกันก่อนเถอะว่าเติ้งหม่าวมีอะไรจะพูดบ้าง ถ้าหากเขายินยอมที่จะมอบร่างของเทพยุทธ์ทั้งสองให้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังพอมีทางหนีทีไล่ได้บ้าง แต่ถ้าหากอาคารมอบรางวัลนำจับของเขากล้าที่จะหมายปองศพทั้งสองนี้ พวกเขาก็ค่อยลงมือ สังหารพวกเขาได้โดยตรง!"
เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนกล่าวอย่างนิ่งๆ
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้แสดงแววตาอันโกรธเคือง แต่ก็ยังฟังคำพูดโน้มน้าว
"ช่างเถอะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ถือว่าไว้ชีวิตพวกหนูเหล่านี้เป็นการชั่วคราวก็แล้วกัน!"
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้กล่าวอย่างไม่พอใจว่า: "ยังไม่รีบนำทาง ให้พวกเราไปยังอาคารมอบรางวัลนำจับอีก? "
"รับทราบครับ! นายท่านทั้งสอง เชิญทางด้านนี้....เชิญทางด้านนี้ครับ!"
ศีรษะของหลี่ขวงเริ่นชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขากล่าวด้วยตัวที่สั่นระริก จากนั้นก็ทำการวิ่งเพื่อนำทางไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...