เข้าสู่ระบบผ่าน

สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา นิยาย บท 3727

ฟิ้ว!

เสียงทะลุผ่านอากาศ

จากนั้นก็เห็นเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตกลงบนยอดเขาอันแห้งแล้งอย่างแรง

เขาคำรามออกมาอย่างโกรธเคือง และตบเข้าไปในอากาศที่กั้นระหว่างภูเขา

ตูม!

ภูเขาที่อยู่ตรงข้ามระเบิดออกเป็นชิ้นๆ ทันที กลายเป็นเศษหินแตกฉานซ่านเซ็น ฝุ่นละอองลอยตลบอบอวล พื้นดินสั่นสะเทือน และแม้แต่หินชั้นบนก็สั่นคลอน

แต่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ยังคงไม่เลิกรา เขาโบกแขนออกไปติดต่อกัน

ปังๆๆๆ ....

พลังอันทำลายล้างได้ทำลายได้ทำลายภูเขาโล้นเหล่านี้อย่างไม่ไยดี

เป็นเวลาครู่หนึ่ง เทพยุทธ์เจิ้นอวี้จึงได้ยุติลง

"หายโกรธแล้วหรือยัง?"

เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนเดินเข้ามา และกล่าวอย่างเย็นชา

"หายโกรธเหรอ? หึ คุณคิดว่าเรื่องนี้สามารถหายโกรธได้ง่ายๆ เหรอ? ฉันอยู่มาเกือบร้อยปีไม่เคยถูกยั่วยุเช่นนี้เลย หากไม่ฆ่าหลินหยางคนนั้น ฉันจะไม่ยอมเลิกราอย่างแน่นอน!"

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้คำราม จากนั้นก็จ้องมองเทพยุทธ์เสี้ยวเทียนอย่างโกรธเคือง : "บอกฉันมาสิ ว่าทำไมคุณถึงขัดขวางฉัน? ฉันจะฆ่าไอ้หมอนั่นต่อหน้าทุกๆ คนก็ได้!"

"คุณฆ่าเขาไม่ได้หรอก! ถ้าคนคนนั้นเอ่ยปากออกมา คุณคิดว่าคนของอาคารมอบรางวัลนำจับจะมองดูคุณลงมืออย่างตาปริบๆ เหรอ?"

เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนส่ายหัว : "ถ้าคนคนนั้นจู่โจมสังหาร และร่วมมือกันกับกองกำลังทหารทั้งหมดของอาคารมอบรางวัลนำจับ เราจะไม่สามารถทำอะไรกับเจ้าหมอนั่นได้เลย อีกทั้งยังเสียเปรียบอีกด้วย คนคนนั้นมีศักยภาพอะไร คุณก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ?"

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้กำหมัดแน่น เป็นเวลานานจึงเปล่งเสียงออกมา

"ท่านเจิ้นอวี้ ฉันรู้ว่าคุณโกรธ ไม่ระบายก็จะรู้สึกอึดอัดใจ คุณวางใจเถอะ ความโกรธของคุณไม่นานก็จะต้องถูกระบายออกมา และสิ่งที่เราปรารถนา ก็จะได้รับในอีกไม่นานเช่นกัน"

เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนกล่าวอย่างใจเย็น

"คุณหมายความว่ายังไง....."

ครืน!

เสียงฟ้าร้องดังก้องไปทั่วทุกทิศทุกทาง

เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนมองไปยังบริเวณที่ฟ้าร้อง และยิ้มเบาๆ : "ยังต้องถามอีกเหรอ?"

"หื๊ม?"

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ก็มองไปยังเสียงฟ้าร้องนั้นเช่นกัน

แต่พวกเขาเห็นฟ้าแลบฟ้าร้องในระยะไกลๆ จากนั้นแสงสว่างวาบก็ส่องผ่านท้องฟ้าอันมืดมิด และจู่โจมเข้ามา

ภายใต้แสงที่สาดส่อง พลังงานสีแดงที่เหมือนกับคลื่นลูกใหญ่ สั่นสะเทือนตลอดทาง และซัดสาดเข้ามาที่นี่

ไม่นาน ลำแสงและคลื่นโลหิตก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ภูเขาลูกใหญ่

เมื่อลำแสงและคลื่นโลหิตแตกสลายออกไป ก็เห็นเงาร่างสองคนปรากฏอยู่กลางอากาศ

"เสว่ถู! เปินเหลย! ในที่สุดพวกคุณก็มาแล้ว!"

เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนกล่าวอย่างเย็นชา

"ทำไมพวกคุณถึงมาอยู่ที่นี่? เกิดอะไรขึ้น? ถูกอาคารมอบรางวัลนำจับบีบบังคับให้ยอมแพ้เหรอ?"

เทพยุทธ์เปินเหลยยิ้มตาหยี ดวงตาทั้งคู่ประกายแสงของสายฟ้า ราวกับเทพเจ้าก็ไม่ปาน

"แน่นอนว่าถูกบังคับให้ยอมแพ้ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของพวกเขา จะรอการมาถึงของพวกเราได้อย่างไร?"

ชายที่อยู่ข้างๆ สวมชุดคลุมสีแดงมีและมีเคียวสีแดงเลือดสองอันห้อยอยู่ระหว่างเอวพร้อมกับยิ้มอย่างเยือกเย็น

ชายคนนั้นมีผมสีแดง ดวงตาทั้งคู่ราวกับโลหิต เสื้อคลุมบนร่างกายราวกับถูกย้อมไปด้วยเลือด ดูแปลกประหลาดอย่างมาก และบนตัวยังส่งกลิ่นคาวเลือดอันคละคลุ้งทำให้คนรู้สึกขยะแขยง

"เราไปเจรจาหารือกับอาคารมอบรางวัลนำจับแล้ว พวกเขาบอกว่าต้องใช้เวลาสองเดือนก่อนที่จะส่งมอบศพของฉางหลานกับไท่เทียนให้แก่พวกเรา"

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้กล่าวอย่างเคร่งขรึม

"สองเดือนจึงจะส่งมอบให้เรางั้นเหรอ?"

เทพยุทธ์เปินเหลยยิ้มอย่างเย็นชา : "พวกเขาคิดที่จะขุดหาผลประโยชน์บนศพสองคนนี้จนหมด แล้วค่อยส่งมอบให้เราใช่ไหม?"

"พวกเขาบอกว่าศพที่จะส่งมอบให้เราจะต้องครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนดังเดิมอย่างแน่นอน แต่ฉันคิดว่าสิ่งนี้มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ร่างของสองเทพยุทธ์นั้นสามารถสร้างเทพยุทธ์ใหม่ได้ ฉันคิดว่าทุกท่านก็ไม่อยากให้เกิดเทพยุทธ์ใหม่ขึ้นมา เพื่อมาแบ่งผลประโยชน์กับเราใช่ไหม?"

เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"เช่นนั้นพวกคุณหมายความว่ายังไง?"

เทพยุทธ์เสว่ถูเอ่ยถามอย่างโหดเหี้ยม

"ฉันรับปากกับอาคารมอบรางวัลนำจับเอาไว้ แต่รับปากแล้วก็สามารถคืนคำได้ และศพเราจะไม่ให้พวกเขาอย่างแน่นอน! ตอนนี้สิ่งที่คุกคามที่สุดในอาคารมอบรางวัลนำจับ ก็คือผู้อาวุโสชั้นบนสุดคนนั้น หากเราฆ่าเขาได้ อาคารมอบรางวัลนำจับก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลอะไรแล้ว!"

เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

คำพูดนี้จบลง ในแววตาของทั้งสามคนก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้

"จะลงมือเมื่อไหร่?"

"ผู้อาวุโสคนนั้นท่าทางดูปลิ้นปล้อน ในเมื่อลงมือแล้ว แน่นอนว่าจะต้องฆ่าให้ตายภายในครั้งเดียว! ทุกท่าน ฉันจะใช้วงเวทย์ทำลายฟ้าดิน เพื่อทลายตึกสูงให้ราบเป็นหน้ากลอง! แต่ฉันต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณด้วย!"

"ตกลง!"

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลงมือได้ทันทีเลย!"

ตึก!

ตึก!

ตึก!

เสียงฝีเท้าของหลินหยางดังสะท้อนผ่านทางเดินอันเงียบสงัดนี้

และคนที่นำทางก็คือเติ้งหม่าว

หลังจากที่หลินหยางใช้เข็มเงินเพิ่มความแข็งแกร่งให้หลางหยา ฉินเจี้ยนหนู่ อั้นหมิงเทียนและคนอื่นๆ แล้ว เขาก็แอบส่งพวกเขาออกไปจากอาคารมอบรางวัลนำจับด้วย

เดิมทีหลินหยางคิดที่จะเข้าฌานเพื่อฟื้นฟูร่างกายสักเล็กน้อย แต่เขาได้รับแจ้งจากเถาเฉิงว่า ท่านประธานของอาคารมอบรางวัลนำจับต้องการพบเขา

สำหรับท่านประธานที่ลึกลับท่านนี้ ตัวของหลินหยางเองก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน เขาจึงตอบตกลงทันที

ด้วยการนำพาของเติ้งหม่าว หลินหยางก็ได้ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของอาคารมอบรางวัลนำจับ

พื้นที่ของชั้นบนสุดนั้นน้อยมาก ที่นี่เหมือนกับดาดฟ้าที่ปรับปรุงใหม่

ชั้นบนสุดมีเพียงห้องเดียว

เมื่อหลินหยางหยุดตรงกลางระหว่างทางเดิน จึงเห็นประตูรักษาความปลอดภัยแบบเปิดสองชั้นที่ดูหรูหราอยู่ตรงกลาง และด้านบนของประตูรักษาความปลอดภัยมีป้ายสีทองห้อยอยู่

"ห้องทำงานท่านประธาน"

ก๊อกๆๆ

เติ้งหม่าวเคาะประตู

ประตูใหญ่ถูกเปิดออกทันที

หญิงสาวรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นสวมกระโปรงสั้นรัดสะโพกดูท่าทางเหมือนกับเลขาได้เปิดประตูออกมา

"สวัสดีค่ะรองประธานเติ้ง"

เลขายิ้มเล็กน้อย : "เชิญเข้ามาเถอะค่ะ ท่านประธานกำลังรอท่านกับคุณหลินอยู่ข้างใน"

"โอเค"

เติ้งหม่าวพยักหน้า หันไปยิ้มและกล่าวว่า : "คุณหลิน เชิญครับ"

"อืม"

หลินหยางพยักหน้า และทั้งสองคนก็เดินเข้าไป

ในห้องทำงานท่านประธานทำให้หลินหยางต้องรู้สึกประหลาดใจ

ที่นี่ใหญ่โตมาก มีโซฟา ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศครบครัน

และตรงหน้าต่างขนาดใหญ่ที่สูงจากพื้นจรดเพดานมีโต๊ะและเก้าอี้ท่านประธานอยู่ ชายชราผมหงอกขาวกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ และหันหลังให้ทุกๆ คน จ้องมองเมืองหลงซินผ่านหน้าต่างที่สูงจากพื้นจรดเพดาน

เมื่อหลินหยางกับเติ้งหม่าวเดินเข้ามา ชายชราจึงหันเก้าอี้กลับมา และมองมาที่หลินหยาง

ชายชราคนนี้สวมชุดสูท หนวดเคราและผมเผ้าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ในปากคาบซิการ์ และกำลังสูบอยู่

หลินหยางส่ายหัว

"ฉะนั้น เราจะต้องใช้วิธีการพิเศษ!"

"วิธีการพิเศษ?"

"คุณหลิน อาคารมอบรางวัลนำจับของเราได้รับของล้ำค่าชิ้นหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ของสิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นอาวุธวิเศษ หากได้รับมัน การต่อสู้กับเทพยุทธ์ก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก แต่อาวุธเวทย์นี้คนธรรมดาๆ ไม่สามารถรับได้ ด้วยเหตุนี้ฉันจึงต้องการปรึกษาหารือกับคุณหลิน ดูว่าคุณจะสามารถรับมันได้ไหม?"

มู่หรงซงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"จริงเหรอครับ?"

หลินหยางขมวดคิ้ว และรู้สึกได้ถึงความผิกปกติ

"อาวุธเวทย์นี้นอยู่ที่ไหนเหรอครับ?"

"ก่อนหน้านี้มันถูกวางไว้ที่ชั้นล่างสุดของอาคารมอบรางวัลนำจับ และถูกปิดผนึกไว้ชั่วคราว หากคุณหลินเต็มใจ ฉันจะพาคุณไปดูตอนนี้เลย"

มู่หรงซงกล่าว

"เยี่ยมเลย ฉันจะไปดูมันก่อน จึงจะให้คำตอบคุณอีกครั้ง"

หลินหยางกล่าว

"ได้ครับ เชิญคุณหลินทางด้านนี้เลย"

มู่หรงซงยิ้ม เขาเดินไปทางด้านขวาของห้องทำงาน และกดไปที่ด้านบนนั้นสองสามครั้ง

เขาเห็นตู้เสื้อผ้าไม้แพร์ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าจู่ๆ ก็เปิดออก

คาดไม่ถึงว่าด้านในจะมีลิฟต์ที่ถูกซ่อนเอาไว้

ทั้งสามคนเดินเข้าไป

มู่หรงซงกดปุ่ม

ลิฟต์ตรงไปที่ชั้นใต้ดินชั้นสิบ

หลินหยางรู้สึกแปลกใจอย่างมาก

อาคารมอบรางวัลนำจับมีชั้นใต้ดินมากถึงสิบชั้นเลยเหรอ?

ดูเหมือนว่าความลึกลับของอาคารนี้ จะมากกว่าที่ตนเองจินตนาการไว้ซะอีก

ติ๊ง!

เมื่อเสียงลิฟต์ดังขึ้น ประตูด้านหน้าก็ค่อยๆ เปิดออก

และทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก

ฟรึ่บๆๆ ....

ลมปราณที่เยือกเย็นและรุนแรงได้พุ่งเข้ามา และปกคลุมร่างกายของหลินหยางอย่างโหดเหี้ยม

หลินหยางไม่ทันได้ป้องกัน คนทั้งคนจึงถอยหลังไปสองก้าว

"นี่มันคืออะไรกัน?"

หลินหยางเบิกตาโพลง และมองออกไปนอกลิฟต์

เขาเห็นปราณดาบกระเพื่อมอยู่ในอากาศ และพลังทำลายล้างที่มีอยู่เต็มทั้งพื้นที่นั้น.....

มู่หรงซงไม่พูดอะไร สองมือไพล่หลัง และเดินออกมาจากลิฟต์

เติ้งหม่าวก็กระตุ้นลมปราณ และเดินตามหลังไป

หลินหยางมองอย่างตกตะลึง

ศักยภาพของทั้งสองคนแข็งแกร่งกว่าตนเอง

อาคารมอบรางวัลนำจับมีคนเก่งๆ ซ่อนอยู่มากมายจริงๆ

เกรงว่าศักยภาพของเติ้งหม่าว ก็น่าจะใกล้เคียงกับเทพยุทธ์ได้เลย

หลินหยางหายใจออก และกระตุ้นพลังแห่งสวรรค์ กัดฟันเดินตามหลังไป

แต่ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว หลินหยางก็ถูกภาพตรงหน้าทำให้ตกตะลึง.....

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา