ฮูลา!
เสียงผิวหนังถูกฉีกออกดังขึ้น
จากนั้นก็เห็นแขนข้างหนึ่งถูกโยนมาทางค่ายกลเลือดเนื้อ ตามด้วยเสียง ‘ปัง’ดังออกมา
ค่ายกลเลือดเนื้อเพิ่มระดับความแข็งแกร่งขึ้นอีก
บริเวณใจกลางค่ายกลเลือดเนื้อ หลินหยางเป็นเหมือนรังไหมอันหนึ่ง ขดรัดตัวขึ้นมา และใต้ร่างกายของเขา มีรอยแตกอยู่เส้นหนึ่ง
นั่นคือรอยแตกของค่ายกลเลือดเนื้อ
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ไม่ได้เติมรอยแตกเส้นนี้ เขาเว้นรอยแตกไว้เพื่อให้พลังโบกสะบัดออกมา และเข้าสู่ร่างกายของหลินหยาง
หลินหยางดูดรับรอยแตกเหล่านี้ทีละนิดๆ
ร่างกายของเขาค่อยๆมีออร่าขึ้น แสงสีน้ำเงินแผ่ซ่านออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด
ปัง!
เสียงระเบิดดังออกมา
แสงสีน้ำเงินกระจายออก
หลินหยางลืมตาขึ้นช้าๆ
“ระดับที่เก้า!”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ที่แขนขาดสองข้างมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ถึงแม้ว่าความเจ็บปวดที่แขนขาดออกไปจะทำให้เขาหน้าซีดเผือดเหงื่อแตก แต่เขาในเวลานี้เหมือนลืมความเจ็บปวดของแขนสองข้างไปเลย เขาจ้องมองหลินหยางอย่างตะลึง
บนใบหน้าของหลินหยางไม่แสดงออกสีหน้าท่าทีเท่าไหร่ เขามองแขนของตัวเองอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นเอ่ยปากพูดว่า: “ตอนนี้กี่วันแล้ว?”
“หกวันแล้ว!”
“หกวัน? ยัง….ช้ามาก….”
“ยังช้า?”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้คิ้วขมวดเป็นปม: “เด็กหนุ่ม ไม่ต้องเร่งรีบ เวลาแค่หกวันคุณได้รับการถ่ายทอดจากผมถึงระดับที่เก้า มันเหลือเชื่อมาก! คุณจะเอายังไงอีก?”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้เชื่ออย่างชัดเจนแล้ว ว่าพรสวรรค์ของเด็กหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งกว่าตัวเองหลายเท่า
“ตอนนี้เวลาคือชีวิต แม้ว่าผมจะได้รับการถ่ายทอดความรู้จากคุณ แต่อยากมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ยังยากอยู่ และถ้าความเร็วยังอยู่ระดับนี้ เวลาสามสิบวันไม่พอแน่นอน”
หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตะลึงอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นเข้าสู่ความเงียบไม่พูดไม่จา
ชัดเจน
ตอนนี้เขาเหลือขาแค่สองข้าง ถ้าเอาสองขามาเสริมความแข็งแรงของวงเวทย์ มากที่สุดก็สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ไม่ถึงครึ่งเดือนหรอก
และถ้าเอาเลือดเนื้อล็อตสุดท้ายออกมา เขาก็ไม่สามารถชี้แนะหลินหยางได้อีก
ดังนั้นเวลาที่เขาจะสามารถถ่ายทอดความรู้ทักษะให้หลินหยางได้ มีแค่สิบกว่าวันเอง…
“เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ เปิดรอยแตกเส้นนี้ให้กว้างขึ้นอีก”
หลินหยางครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นชี้รอยแตกใต้ร่างกายของตัวเองทันที
“คุณบ้าไปแล้วเหรอ? เปิดให้กว้างขึ้นอีก เนื้อหนังมังสาของคุณจะถูกพลังกัดกร่อนได้ ถึงเวลานั้นอย่าว่าแต่ฝึกฝนเลย คุณจะปกป้องชีวิตได้ไหมนั่นละคือปัญหา!”
“คุณวางใจ พลังแค่นี้ฆ่าผมไม่ตายหรอก เปิดออกให้กว้าง!”
“คุณ….ดี! ดีมาก! ในเมื่อคุณรนหาที่ตาย ผมก็จะสนับสนุนคุณเอง!”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้พยักหน้าไปมา แววตากลับเต็มไปด้วยความชื่นชม
เด็กหนุ่มบ้าคลั่งแบบนี้ ถูกจริตกับเขามาก
ในเมื่อคุณคิดจะสู้สุดความสามารถ งั้นผมก็จะช่วยคุณ!
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้หายใจเข้าลึกๆ ตะโกนขึ้นว่า: “เปิด!”
ตึง!
ทั้งวงเวทย์สั่นไหว
รอยแตกที่อยู่ใต้เท้าหลินหยางเปิดกว้างขึ้น
แม้ว่าบริเวณที่เปิดจะไม่มาก แต่พลังกลับเหมือนน้ำพุทะลักออกมา
หลินหยางรีบนั่งขัดสมาธิ ให้ตัวอยู่ท่ามกลางพลัง จากนั้นก็เริ่มดูดรับ
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้มองด้วยสายตาตึงเครียด
แต่วินาทีต่อมา หลินหยางก็ตะโกนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทันทีว่า: “ใหญ่อีกหน่อย!”
“อะไรนะ?”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ชะงักงัน
“ใหญ่อีกหน่อย อย่ายุ่งเยอะ!”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้สีหน้าแข็งทื่ออึมครึม เงียบอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นตะโกนขึ้นอีกครั้ง
“เปิด!”
ตึง!
วงเวทย์สั่นไหวอีกครั้ง
พลังกระจายพุ่งอย่างรุนแรง
ช่วงเวลานี้ แม้แต่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ยังสามารถรู้สึกได้ถึงพลังอันน่ากลัวที่ประทุแตกออก…
หลินหยางถูกพลังล้างหมดแล้ว
บริเวณที่เขานั่งสมาธิเหมือนถูกพลังเติมเต็มทั้งหมด
โชคดีที่เวลานี้หลินหยางดูดรับพลังไม่หยุด พลังจึงเติมเต็มภายในวงเวทย์ไม่ได้
ไม่อย่างนั้นนะเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตายแน่
เพราะเขาเผาพลังต้นกำเนิด วรยุทธ์จึงลดลงมากกว่าครึ่ง ถึงแม้เวลานี้การเผาพลังต้นกำเนิดจะถูกหยุดแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถต้านทานพลังนี้ได้อย่างแน่นอน บวกกับสภาพตอนนี้ ถ้าเขาถูกพลังพันรอบเนื้อหนังมังสา ไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาก็ถูกพลังเหล่านี้จัดการราบคาบแล้ว
แต่คิดไม่ถึงว่าหลินหยางจะสามารถคละเคล้าอยู่ท่ามกลางพลังได้ แถมยังรวมเขาเข้าด้วย
“เพราะกระดูกเทพสูงสุดเหรอ?”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้จ้องมองหลินหยาง แล้วพูดบ่นพึมพำขึ้นมา
“กระดูกเทพสูงสุดที่เล่าขานกัน ไม่ธรรมดาจริงๆคิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะแย่งชิงกระดูกเทพสูงสุดกับดวงตาเทพสูงสุดมาได้ หลักแหลมมาก!”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้หายใจเข้าลึกๆ ปากก็ท่องคาถาอย่างต่อเนื่อง เหมือนอธิบายการสืบทอดของตัวเองให้หลินหยางฟัง
แต่แล้วเวลานี้ หลินหยางที่กำลังดูดรับอยู่เหมือนรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงพูดขึ้นอีกครั้ง
“ท่านเจิ้นอวี้ เปิดรอยแตกอีกหน่อย!”
“อะไรนะ?”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้อึ้งกิมกี่แล้วตอนนี้
“เหล่านี้….ยังไม่พอ….”
“คุณจะรีบส่งผมไปตายเหรอ?”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตกตะลึงพูดขึ้น
“วางใจ ท่านเจิ้นอวี้ ไม่เป็นอะไรหรอก!”
หลินหยางหลับตาสองข้าง พูดด้วยน้ำเสียงอึมครึมว่า: “ผมเชื่อว่าจะดูดรับพลังเหล่านี้ได้เพียงพอ คุณใจกล้าเปิดก็พอ!”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...