ทุกคนมองด้วยความตกตะลึง แต่ละคนต่างพากันทำอะไรไม่ถูก
แต่เวลานี้ตอนนี้ นอกจากพวกเขาจะต้องฟังคำพูดของหลินหยาง ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ตระกูลมังกรล่วงเกินสุดขีดแล้ว
มาถึงขั้นนี้แล้ว ทำได้เพียงดูสถานการณ์ตามเวลาแล้ว
“เข้าไปดูก่อนค่อยว่ากัน!”
เม่ยเมิ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นเดินนำหน้าหลินหยาง มุ่งหน้าเข้าไปด้านใน
ฉินเจี้ยนหนู่เองก็รีบเดินตามไป
คนอื่นที่เหลือมองตากัน แล้วทยอยเดินตามไป
บริเวณลึกๆของช่องแคบเหมือนมีปากถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง
ม่านพลังบริเวณช่องใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าการต่อสู้เสียหายไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นตอนที่หลินหยางพุ่งเข้าไป จึงไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังมากเท่าไหร่
ด้านในช่องใหญ่มีถนนทะลุยืดลงไปข้างล่าง
ทุกคนเดินลงไปตามถนน
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเหลือเชื่อคือทางที่ทะลุลงไปมีแสงสีแดงสะท้อนมาไม่หยุด อีกทั้งอุณหภูมิที่อยู่บริเวณโดยรอบก็ลอยขึ้นไม่หยุด
เดินไปได้ประมาณร้อยเมตร อุณหภูมิก็ถึงระดับเจ็บสิบแปดสิบองศา จิ่วอวี้ที่วรยุทธ์ไม่ดี ศีรษะของเขาก็เต็มไปด้วยเหงื่อตั้งนานแล้ว
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ ประตูหินหนึ่งบานหนึ่งก็ได้มาปรากฎอยู่ในรัศมีสายตาทุกคน
“บนประตูมีม่านพลัง”
เม่ยเมิ่งตะโกนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เหมือนว่าเป็นประตูหินของอาคารมอบรางวัลนำจับ”
เถาเฉิงที่ถูกประคองอยู่ด้านหลังเหมือนรู้ จึงรีบพูดขึ้นทันที
หลินหยางมองแสงสีแดงที่อยู่บริเวณซอกประตูหิน แล้วเอ่ยปากพูดว่า“ดูออกไหมว่าติดตั้งเมื่อไหร่?”
“ผมดูก่อนนะ…”
เถาเฉิงเอื้อมมือออกไปลูบสัมผัสประตูหินเบาๆ จากนั้นก็เริ่มสังเกตวิเคราะห์
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาถึงได้สูดหายใจเข้าลึกๆ พูดว่า: “ถ้าเป็นปีโดยละเอียดนั้นวิเคราะห์ยากมาก แต่น่าจะสามร้อยปีแล้ว! อย่างน้อยก็ไม่ได้สร้างมาจากมือผม”
“สามร้อยปีเหรอ?”
ทุกคนตะลึง
เถาเฉิงเป็นผู้จัดการของอาคารมอบรางวัลนำจับ แม้ว่าตำแหน่งจะไม่สูงมาก แต่เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ของอาคารมอบรางวัลนำจับ เหมือนจะเป็นเขาที่จัดการ
ท่าทางของเขาเหมือนคนวัยกลางคน แต่จริงๆเขามีชีวิตเกือบถึงสองร้อยปีแล้ว เพราะฉะนั้นเขาย่อมรู้มากกว่าหลินหยางหลายเท่า
“วัสดุของประตูหินนี้มีความพิเศษจำเพาะมาก น่าจะสั่งทำเป็นพิเศษ เพื่อกดควบคุมพลังบางอย่าง อีกอย่างม่านพลังบนประตูหินก็ไม่ได้ปิดกั้นม่านพลัง เหมือนช่วยเหลือเสริมม่านพลัง…”
เถาเฉิงพูดพร้อมกับวิเคราะห์มองดู เขาขมวดคิ้วเป็นปม พูดว่า: “ท่านหลิน ตามที่ผมเห็น ผมคิดว่าพลังที่อยู่ด้านหลังประตูหินนี้โหดร้ายมาก เป้าหมายของประตูหินก็เพื่อควบคุมพลัง ถ้าพวกเราวู่วามเข้าไป ผมเกรงว่าจะถูกพลังด้านหลังประตูหินนี้ทำให้บาดเจ็บ…”
“แบบนี้เหรอ?”
หลินหยางเงียบอึมครึม
“อาจารย์ หรือว่าพวกเราจะออกไปก่อนดีครับ?”
ฉางหลานฟู้ถามขึ้น
“ไม่ ทำแบบนั้นเวลามันไม่ทันหรอก พวกเราจะต้องรีบจัดการชีพจรนี้ให้เร็วที่สุด”
หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงอึมครึม จู่ๆก็ชักดาบมารไร้เทียมทานออกมา และพุ่งแทงบนพื้นทันที
ฮู!
พลังชั่วร้ายกระจายออกมาอย่างบ้าคลั่ง คิดไม่ถึงว่ามันจะกลายเป็นม่านพลัง ปิดกั้นอยู่ระหว่างหลินหยางกับทุกคน
“ผมจะเข้าไปข้างในก่อน จะได้สังเกตพลังความแข็งแกร่งของชีพจรมังกรนี้ ถ้ามันเหมาะสม ผมค่อยปล่อยพวกคุณเข้าไป!”
หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงอึมครึม จากนั้นจับประตูแล้วดึงทันที
ครืน!
พลังมากมายพรั่งพรูออกมา
ทุกคนตกใจ จนถอยหลังกรู
แต่เวลาที่พลังนี้ชนกับดาบมารไร้เทียมทาน คิดไม่ถึงว่าจะถูกพลังที่ดาบมารไร้เทียมปล่อยออกมากดยับยั้ง
พลังปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เกิดระลอกคลื่นไม่หยุด แต่กลับไม่สามารถกระจายออกมาได้
“อาจารย์ต้านได้แล้ว!”
ฉางหลานฟู้ร้องเสียงหลงออกมา
สิ่งที่ตามมา คือทุกคนเห็นเงาร่างของหลินหยางหายวับไปหลังประตูหิน…
หลินหยางพุ่งเข้าประตูหินโดยใช้พลังมังกร ปกคลุมร่างกายตัวเอง
จากที่เขาดู ชีพจรมังกรนี้กับชีพจรมังกรอันนั้นที่อยู่ใต้อาคารมอบรางวัลนำจับมีความมหัศจรรย์แตกต่างกันแต่ประสิทธิภาพเหมือนกัน
แค่เดินตามแนวคิดวิธีของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ ถ้าอยากดูดรับชีพจรมังกรนี้ทั้งหมด ปัญหาคือเวลาเท่านั้น

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...