เมื่อทุกคนได้ฟังคำพูดที่มั่นใจในตัวเองเช่นนี้ของหลินหยาง ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
ด้วยความเชื่อมั่นของหลินหยาง ทุกคนต่างก็พยักหน้าอย่างเงียบๆ และส่งสายตาจ้องมองไปยังเสวตั้งเจี้ยนและพรรคพวก
แต่ในเวลานี้ เสวตั้งเจี้ยนและพรรคพวกยังคงต่อสู้อย่างยากลำบาก
ตามประสิทธิผลการเพิ่มระดับที่ค่อยๆ ลดลง การต่อสู้ของพวกเขาก็เริ่มยากลำบากขึ้น
ในทางกลับกันบรรดาผู้แข็งแกร่งขององค์กร เมื่อเห็นเสวตั้งเจี้ยนและคนอื่นๆ แสดงความอ่อนแอลง ก็เริ่มเพิ่มการบุกโจมตีทันที
"บุก อย่าให้พวกเขามีโอกาสได้หายใจ ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! ฆ่ามันให้หมด!"
ผู้แข็งแกร่งขององค์กรที่เป็นผู้นำคำรามขึ้นมา
ทุกคนยกมีดขึ้นฟาดฟัน
เงามีดอันน่าสะพรึงกลัวราวกับระลอกคลื่นที่ซัดสาดเข้ามา
แต่ในเวลานี้ เสวตั้งเจี้ยนเงยหน้าขึ้นทันที และตะโกนเสียงดังว่า: "ได้เวลาแล้ว รีบกระจายตัวเร็วเข้า!"
"ครับ!"
ทุกคนแยกกันไปซ้ายขวาทันที
ด้วยเหตุนี้บรรดาผู้แข็งแกร่งขององค์กรที่โจมตีเข้ามา พวกเขาจึงถูกเสวตั้งเจี้ยนและคนอื่นๆ ล้อมเอาไว้
"อะไรกัน?"
สีหน้าของเฉียวปู้อี้เปลี่ยนไปทันที
"อย่าไปกลัว ก็แค่การดิ้นรนของคนใกล้ตายเท่านั้น โจมตีพวกเขาแต่ละคน!"
ชิวจิ้นหร่านคำรามขึ้นมา
"ฆ๋ามัน!"
ทุกคนต่างก็ยกมีดฟันไปยังเสวตั้งเจี้ยนและคนอื่นๆ
มีดแต่ละเล่มเต็มไปด้วยพลังการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง คล้ายกับว่าสามารถฟันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างจนแหลกเป็นชิ้นๆ ได้
ในเวลานี้กำลังของเสวตั้งเจี้ยนและคนอื่นๆ กำลังอ่อนแอลง และบัดนี้พวกเขาก็กระจายตัวกัน เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีสังหารของบรรดาผู้แข็งแกร่งขององค์กร ก็อาจจะไม่สามารถป้องกันได้
การโจมตีในครั้งต่อไป ก็อาจจะต้องตายอย่างน้อยสามถึงสี่คน
และตราบใดที่ทางด้านของเสวตั้งเจี้ยนมีผู้บาดเจ็บและล้มตาย เช่นนั้นก็ไม่อาจมีโอกาสที่จะชนะได้อีก
แต่ทว่าในขณะที่ทุกคนคิดว่ากำลังจะถูกตัดสินแพ้ชนะ
คว้าง!
จู่ๆ แสงสีขาวอันแวววาวก็ได้ส่องแสงออกมา
จากนั้นก็เห็นว่าจู่ๆ ดาบอันคมกริบที่อยู่ตรงหน้าเสวตั้งเจี้ยนและคนอื่นๆ ได้ส่องรัศมีสีขาวราวกับหิมะออกมา
รัศมีเหล่านี้เบ่งบานราวกับดอกกุหลาบ และเชื่อมต่อกัน ไม่นาน ก็ก่อตัวกลายเป็นฉากกั้น และล้อมรอบคนทั้งสิบขององค์กรเอาไว้ด้านใน
"อะไรกัน?"
บรรดาผู้แข็งแกร่งขององค์กรต่างก็นิ่งอึ้งไป
แต่พวกเขาไม่ได้ถูกปรากฏการณ์นี้ทำให้ตกใจแต่อย่างใด แต่กลับยกมีดขึ้นและฟันเข้าไป
เพียงแต่...
ชิ้ง!
ชิ้ง!
สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง....
เสียงอาวุธเหล็กกระทบกันดังขึ้นในชั่วพริบตา จากนั้นพวกเขาก็รับรู้ได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่มีใครเทียบได้ พลังนี้ส่งมาจากตัวมีด และปกคลุมทั้งร่างกายของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
แทบจะในชั่วพริบตา ร่างกายของทุกคนก็สั่นสะท้านอย่างต่อเนื่อง และถูกทำให้ล่าถอยไปทั้งหมด
บรรดาผู้แข็งแกร่งขององค์กรถูกโจมตีจนกระจัดกระจาย
"นี่มัน...ค่ายกล?"
ชิวจิ้นหร่านเบิกตาโพลง มองฉากนี้แล้วกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"นี่น่าจะเป็นค่ายกลดาบบางชนิด!"
เฉียวปู้อี้จ้องมองดาบยาวเหล่านั้น แล้วกล่าวด้วยสีหน้าอันเคร่งขรึมว่า: "ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้จะมีทางหนีทีไล่! ท่านชิว ฉันบอกแล้วว่า อย่าประมาทพวกเขา!"
"ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแล้วเป็นยังไง? ถ้าหากค่ายกลดาบของพวกเขาเก่งกาจจริง ก็คงจะทำออกมานานแล้ว จะถ่วงเวลามาจนถึงป่านนี้ทำไมกัน? ฉันคิดว่า นี่เป็นเพียงค่ายกลดาบกระจอกๆ ที่ใช้เพียงเพื่อถ่วงเวลา ให้พวกที่ใกล้ตายได้ต่อสู้ดิ้นรนก็เท่านั้นเอง!"
ชิวจิ้นหร่านกล่าวด้วยความโมโหเดือดดาล
แต่เมื่อหลินหยางได้ยินเช่นนี้ เขากลับเอาปากอย่างไม่รีบไม่ร้อนว่า: "คุณว่ามันมีความเป็นไปได้ไหมล่ะ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากเริ่มใช่ค่ายกลดาบนี้ตั้งแต่แรกหรอก แต่การเริ่มใช้ค่ายกลดาบนี้ จำเป็นต้องการมีการอุ่นเครื่อง และเตรียมการล่วงหน้าเสียก่อน แต่ตอนนี้ การอุ่นเครื่องของพวกเขาเสร็จสิ้นแล้ว และพวกเขา ก็เตรียมพร้อมแล้ว....."
ดวงตาของชิวจิ้นหร่านหดแคบลงเล็กน้อย: "คุณ...คุณหมายความว่ายังไง?"
"นี่คือค่ายกลดาบที่ฉันออกแบบ และฉันคิดว่า....คนของพวกคุณ คงไม่อาจบุกทะลวงค่ายกลดาบนี้ไปได้ องค์กรของพวกคุณ พ่ายแพ้แล้วล่ะ!"
หลินหยางจ้องมองคนเหล่านี้แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
คนสองคนนั้นที่ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดมีรอยดาบเต็มไปหมด และแทบจะถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ คนนอนอยู่บนพื้น ไม่ขยับเคลื่อนไหว สูญเสียความมีชีวิตชีวาไป
ส่วนคนที่เหลือที่ถูกแสงสีขาวตัดแขนไปข้างหนึ่ง เลือดสดๆ ก็พวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง
และที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นก็คือ ดาบของพวกเขา เมื่ออยู่ต่อหน้าแสงสีขาว คาดไม่ถึงว่าจะราวกับกระดาษ และถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ .....
"อะไรกัน?"
ชิวจิ้นหร่านมองเห็นฉากนี้ ก็ตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
คนขององค์กรก็ถูกฉากนี้ทำให้ตะลึงงันเช่นกัน
"นี่.....นี่ ....นี่มันเป็นไปไม่ได้....."
"ทำ.....ทำไมถึงเป็นอย่างนี้?"
"พวกเรา.....พวกเราจะต้องพ่ายแพ้แล้วเหรอ?"
"ไม่.....เป็นไปไม่ได้.....เป็นไปไม่ได้....."
ทุกๆ คนไม่สามารถยอมรับฉากตรงหน้านี้ได้
แต่ฉากฉากนี้ก็ได้ปรากฏชัดอยู่ในสายตาของทุกๆ คน ต่อให้พวกเขาไม่ยอมรับก็ไม่ได้อย่างแน่นอน
"ลดทอน!"
เวลานี้ หลินหยางได้ตะโกนอย่างเย็นชา
เสวตั้งเจี้ยนและคนอื่นๆ ได้ควบคุมแสงสีขาว และบีบบังคับเข้าไปด้านใน
ทันใดนั้น ค่ายกลวงกลมที่ห้อมล้อมคนขององค์กรเหล่านี้เอาไว้ก็หดตัวลงทีละน้อยๆ และค่อยๆ บีบเข้าไปหาพวกเขา
"ห๊ะ?"
"หยุดนะ!"
ผู้คนต่างตื่นตกใจ
ชิวจิ้นหร่านก็ทนต่อไปไม่ไหว จึงร้องตะโกนออกมาอย่างโมโห
"หยุดเหรอ?"
หลินหยางมองไปที่ชิวจิ้นหร่านอย่างแปลกใจ : "ท่านชิว คุณกำลังพูดอะไรอยู่? พวกเราได้ลงนามเรื่องความเป็นความตายกันไปแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ว่าคนของคุณจะต้องตาย หรือคนของฉันจะต้องตาย หากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตัดสินความเป็นความตายได้ การต่อสู้ครั้งนี้ ก็ไม่ควรจะยุติลงนะ!"
"ฉันบอกให้แกหยุด แกไม่ได้ยินหรือไง?"
ชิวจิ้นหร่านโมโหขึ้นมาทันที และชักดาบออกมาจากเอว และชี้ตรงมาที่หลินหยาง : "บอกให้คนของแกหยุดเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้น ฉันจะฆ่าแกซะ!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...