สยบรัก บทที่ 40

sprite

"แม่รออะไรอยู่ล่ะ ไปเก็บของสิ" ภูธรหันไปพูดกับภรรยารักในขณะที่โอบกอดลูกสาวอยู่

"อะไรนะพ่อ" ดุจดาวคิดว่าตัวเองฟังผิด

"ไม่ได้ยินที่ลูกชวนเหรอ" พอเห็นสภาพของลูกสาวแล้ว มันสามารถดึงความเป็นคนในตัวของผู้เป็นพ่อกลับมาได้ ลูกสาวตัวเล็กๆ แค่นี้ ยังสามารถทำเพื่อพ่อที่แก่แต่ไม่มีความคิดแบบเขาได้ ทำไมเขาถึงจะทำเพื่อลูกบ้างไม่ได้

"คุณพ่อยอมไปกับลูกแล้วใช่ไหมคะ"

"ก็เราไม่เหลืออะไรแล้วนี่ หนูเลี้ยงตาแก่กับยายแก่แบบพ่อกับแม่ได้ไหมล่ะ" ผู้เป็นพ่อพูดพร้อมกับซับน้ำตาออกจากใบหน้าให้ลูกสาว

"ได้สิคะ เราจะไปอยู่ด้วยกัน" ในความโชคร้ายอาจจะเป็นโชคดีของเธอก็ได้ ที่ได้เห็นตัวตนของพ่ออีกครั้ง

ตั้งแต่ความโลภเข้ามาบังตา พ่อก็รีบกอบโกยเอาจนไม่เห็นหัวคนในครอบครัวเลย ทำได้แม้กระทั่งพาลูกสาวไปเสนอให้กับเสี่ยรวยๆ เพื่อทรัพย์สมบัติมหาศาลพวกนี้

แต่ครั้งนี้เธอสัมผัสได้ถึงพ่อคนเดิม คนที่ปลอบใจเวลาเธอหกล้ม เวลาถูกเพื่อนแกล้งมาจากโรงเรียน ก็ได้อ้อมกอดอันอบอุ่นของพ่อและแม่คอยปลอบ ..มิลานยอมรับว่าโหยหาอ้อมกอดนี้มาก จนเธอคิดว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอมันอีกแล้ว

ทั้งสามเก็บข้าวของเครื่องใช้ โชคดีเธอยังมีเงินเก็บอยู่จำนวนหนึ่ง เพราะเธอยังใช้ไม่หมด และเงินพวกนี้ก็นอกเหนือจากที่ต้องโดนยึดทรัพย์สิน

หญิงสาวเอาเงินบางส่วนให้กับแม่บ้านเพื่อให้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะเธอคงไม่สามารถที่จะเลี้ยงได้ทั้งหมด ป้าแม่บ้านก็เข้าใจ ก็เลยยอมกลับบ้านนอกเพื่อไปหาลูกหลาน

"เราต้องนั่งแท็กซี่..แล้วไปขึ้นรถประจำทาง คุณพ่อไปได้ใช่ไหมคะ"

"พ่อเป็นผู้ชายนะลูก หนูควรจะถามแม่มากกว่า"

"แม่ไปได้สิจ๊ะ ขอให้มีหนูกับพ่อ ถึงแม้ว่าจะอยู่ที่ไหนแม่ก็อยู่ได้"

"ช่วงแรกอาจจะลำบากหน่อยนะคะ ลูกอยากจะให้พ่อกับแม่อดทนหน่อย เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง" ..หวังว่ามันคงจะดีขึ้นนะ

สองสามีภรรยาได้แต่มองหน้ากัน พวกเขาไม่คิดว่าลูกสาวที่เอาแต่เที่ยวเตร่ช้อปปิ้งไปวันๆ จะมีความคิดแบบนี้ได้ ..โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าทำไมเธอถึงทำไปแบบนั้น ..ที่เธอทำไปก็เพราะเธออยากจะเก็บศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ แต่ก็อีกนั่นแหละฟ้าคงไม่เป็นใจ ทำให้ศักดิ์ศรีที่มีเหลืออยู่แค่สิ่งเดียวของเธอถูกทำลาย ..และเขาไม่ได้ทำลายแค่ความบริสุทธิ์ของเธอ เขายังแอบขโมยเอาหัวใจของเธอไปด้วยโดยไม่รู้ตัว

หญิงสาวออกมาหน้าปากซอยเพื่อที่จะเรียกแท็กซี่ ให้เข้ามารับพ่อกับแม่ และตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว

เช้าวันต่อมา..

{"กูยังไม่เห็นใครออกมาจากบ้านเลย..มึงจะอะไรนักหนา"} เมื่อคืนนี้ พอมกราขับรถตามมิลานมาจนถึงบ้าน เห็นว่าเธอเข้าไปด้านในนานพอสมควร ก็เลยคิดว่าคงจะนอนไปแล้วเขาถึงกลับ..

เช้ามาพอรับโทรศัพท์ของเพื่อนรัก มกราก็เลยต้องได้มาเฝ้าที่หน้าบ้านหลังนี้อีก และตอนนี้ในบ้านก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เขาแค่สงสัยว่าทุกคนคงจะยังไม่ตื่น

{"มึงรออยู่ตรงนั้นถ้ามีอะไรก็รีบโทรมา.."}

"ลูกคุยโทรศัพท์กับใครเหรอ" เสียงที่แทรกเข้ามาในโทรศัพท์ก็คือเสียงของประไพ เหนือตะวันก็เลยต้องได้รีบวางสายไป

"คุยสายกับเพื่อนครับ คุณแม่แต่งตัวสวยจะไปไหนครับเนี่ย" เขาวางโทรศัพท์ไว้แล้วก็เดินมาโอบกอดผู้เป็นแม่ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง

"ก็เรื่องที่เราคุยกันไว้เมื่อวานนี้ไง ลูกตกลงแล้วไม่ใช่เหรอที่จะไปทานข้าวกับครอบครัวของหนูวุ้นเส้น"

"แม่ครับ.."

"โอ๊ยแม่ปวดหัวจังเลยลูก" ได้ยินแค่น้ำเสียงของลูกชายก็รู้แล้วว่าเขาจะพูดอะไรต่อ นางก็เลยแกล้งเอามือขึ้นมากุมศีรษะไว้

"ผมขอเปลี่ยนชุดแป๊บหนึ่งก่อนครับ แม่ลงไปรอข้างล่างนะ"

"แม่เตรียมชุดไว้ให้แล้วนะ อยู่ในตู้เสื้อผ้าของลูกนั่นแหละ"

"ครับแม่"

"ก็มีแต่ลูกนี่แหละที่เข้าใจแม่" มือที่เริ่มจะเหี่ยวย่นของผู้เป็นแม่ยื่นขึ้นมาลูบผมของลูกชาย..ซึ่งตอนนี้เขาสูงมากถ้าไม่โน้มตัวลงมาคงจะลูบไม่ถึง

เหนือตะวันจะทำอะไรก็ทำยังไม่ได้ พ่อก็ไม่เปิดโอกาสให้คุย แม่ก็ใช้มารยาความเป็นแม่รั้งตัวลูกชายไว้

ชายหนุ่มเดินมาเปิดดูตู้เสื้อผ้า เห็นชุดที่แขวนอยู่เขาก็แอบสงสัย ทำไมต้องใส่ชุดอะไรเนี๊ยบขนาดนี้ด้วย แค่ไปทานข้าวกันเฉยๆ แต่เขาจำเป็นต้องได้ใส่เพราะไม่อยากขัดใจแม่

ตัดมาอีกที่หนึ่ง ณ. ที่ห่างไกลความเจริญ

"ที่นี่ที่ไหนเหรอลูก" รถทัวร์ได้มาจอดลงตรงหน้าหมู่บ้าน เพื่อให้เธอและครอบครัวลงตรงนี้ โชคดีที่มันเป็นทางผ่าน

"ที่ที่เราจะมาอยู่กันไงคะ" มิลานจำที่นี่ได้แม่น และเธอก็สอบถามทุกอย่างจากคนที่เธอขอติดรถเข้ากรุงเทพฯด้วย

พ่อกับแม่ต่างก็มองหน้ากัน สงสัยว่าลูกสาวมารู้จักที่แบบนี้ได้ยังไง แต่ทั้งสองก็เลือกที่จะไม่คะยั้นคะยอถาม

"คุณพ่อกับคุณแม่ไปนั่งรอที่ศาลาตรงนั้นก่อนนะคะ เดี๋ยวของพวกนี้ลูกจะยกไปเอง" ของที่ติดตัวมาก็มีแค่กระเป๋าเสื้อผ้า และเครื่องใช้ที่สำคัญหน่อย

"ยกช่วยกันสิลูก" ดุจดาวอาสายกช่วยลูกสาว

"แม่กับลูกนั่นแหละไปนั่งรอ เดี๋ยวพ่อจะเป็นคนยกเอง" ทั้งสามเกี่ยงกันไปมา

"เอาเป็นว่ายกช่วยกันดีกว่าค่ะ จะได้เสร็จเร็วๆ"

ศาลาที่พวกเขามาอาศัยหลบแดดกันอยู่ก็คือศาลาริมทางหน้าหมู่บ้าน ถ้ามีรถวิ่งผ่านก็จะเห็น ซึ่งที่นี่ไม่มีวินมอเตอร์ไซค์ไม่มีแท็กซี่ มีแค่รถของชาวบ้านที่ผ่านไปมานานๆ ทีถึงจะมาคันหนึ่ง

และตอนนี้ก็นั่งรอมาร่วมชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่ารถของใครจะผ่านมาเลย

"คุณพ่อกับคุณแม่หิวหรือยังคะ"

"หนูนั่นแหละหิวหรือยัง" ที่ดุจดาวถามลูกสาวแบบนี้ ก็เพราะเสบียงที่ลูกสาวเตรียมมา เธอเอาให้พ่อกับแม่ทานไปก่อนแล้ว

"ลูกยังไม่หิวหรอกค่ะ"

ในขณะที่บอกพ่อกับแม่ว่าไม่หิว แต่เธอคงจะลืมปรึกษาท้อง เพราะถ้าตั้งใจฟังจริงๆ คงได้ยินเสียงมันประท้วง

กรุงเทพฯในเวลาเดียวกันนั้น.. ณ.โรงแรมหรู

"งานอะไรครับแม่" ทีแรกเขาคิดว่าเป็นนัดทานข้าวธรรมดา พอมาถึงโรงแรมก็เห็นคนมากหน้าหลายตา อยู่ในห้องจัดเลี้ยง เหมือนกับเป็นงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง

"เข้าไปถึงข้างในเดี๋ยวลูกก็รู้เอง" ประไพควงแขนลูกชายเดินเข้ามาในงาน ดูท่าทางแล้วไม่ใช่งานธรรมดาด้วย..เพราะมีนักข่าวรอทำข่าวอยู่หน้างาน

"คุณพ่อ?" เข้ามาถึงก็เห็นผู้เป็นพ่อกำลังยืนคุยกับใครหลายคนอยู่ในงานนั้น

และนักข่าวต่างก็รีบเข้ามาถ่ายรูปทำข่าว ..เหนือตะวันมองไปทั่วงานแบบงงงวย

"เรียนเชิญเจ้าบ่าวทางนี้เลยครับ" พิธีกรบนเวทีได้กล่าวขึ้น มันยิ่งทำให้เขางงหนักเข้าไปอีก เพราะตอนนี้สายตาของทุกคนในงานต่างก็หันมองมาที่เขา

อัปเดต บทที่ 40 ของนิยาย สยบรัก โดย ชะนีติดมันส์

นวนิยาย สยบรัก ได้อัปเดต บทที่ 40 พร้อมรายละเอียดที่น่าสนใจมาก หาก สยบรัก นวนิยายโดย ชะนีติดมันส์ ทำให้ผู้อ่านตกหลุมรักทุกคำ บทที่ 40 เป็นตอนความรักที่ผสมผสานกับการสมรู้ร่วมคิดและความตั้งใจ อ่านบทต่อไปของนิยาย สยบรัก ที่ novelones.com วันนี้

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง บทที่ 40:

สยบรัก บทที่ 40

สยบรัก โดย hinovel