สยบรัก บทที่ 41

sprite

"หยุดเดี๋ยวนี้นะตะวัน นั่นลูกจะไปไหน!" ใบหน้าที่ยิ้มแก้มปริ่มแทบจะแตกของผู้เป็นแม่ ตอนนี้ถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นลูกชายเดินตรงไปที่ประตูทางออก

ทำไมเขาถึงจะไม่ได้ยินเสียงแม่เรียก แต่เขาเลือกที่จะไม่หยุด เพราะเขาไม่ได้เต็มใจที่จะให้เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้น รักแม่ก็รัก แต่ไม่คิดว่าท่านจะข้ามเส้นความเป็นแม่แบบนี้ เพราะนี่มันคือชีวิตทั้งชีวิตของเขา ถึงแม้เป็นแม่เขาก็ไม่คิดจะให้มาก้าวก่าย

ชายหนุ่มตรงออกมาที่ลานจอดรถ..

"คุณรีบตามลูกไปสิคะ หรือไม่ก็โทรหยุดลูกไว้ ให้ลูกกลับมาแต่งงานให้เสร็จก่อน" พอประไพตามลูกชายไปไม่ทันก็รีบกลับมาหาผู้เป็นสามี

แต่พอกลับมาก็เห็นสามีนั่งจิบไวน์เหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย

"นี่คุณ! ฉันพูดอะไรคุณไม่ได้ยินเลยหรือไง! ถ้าลูกไปแบบนั้นแล้ว ใครจะเป็นเจ้าบ่าวล่ะ!!" นางเริ่มโมโหแต่ก็ไม่กล้าใช้เสียงแรง เพราะหน้าตาทางสังคมมันค้ำคออยู่

"จะไปยากอะไรถ้าไม่มีเจ้าบ่าวเดี๋ยวผมเป็นให้" รัฐมนตรีสำราญพูดออกมาเหมือนไม่สะทกสะท้าน พอพูดเสร็จก็หยิบไวน์ขึ้นมากระดกทีเดียวจนหมดแก้ว

"ทำไมคุณพูดแบบนี้ คุณคิดจะขายหน้าฉันในงานนี้อีกแล้วใช่ไหม!"

"อย่าลืมทำตามที่ตกลงกันไว้แล้วกัน" สำราญเหมือนจะไม่สนใจคำพูดของภรรยาเลย ซึ่งแตกต่างจากตอนที่ลูกชายยังอยู่ในงาน

"ทำตามที่ตกลงหมายความว่ายังไง"

"ก็คุณเป็นคนบอกมาเองไม่ใช่เหรอ ถ้าผมช่วยจัดงานแต่งและให้ลูกเข้ามาร่วมงานแต่งได้ คุณจะเซ็นต์ใบหย่าให้" และนี่แหละมันคือเหตุผลที่ทำให้พ่อกับแม่ของเขาหันหน้าเข้ามาคุยกันได้

"แต่นี่คุณไม่เห็นหรือไง ว่าลูกหนีไปแล้ว"

"นั่นมันนอกเหนือข้อตกลงของเรา"

"คุณสำราญ! ทำไมคุณไม่มีความเป็นพ่อเป็นผัวเลย!"

"แล้วคุณมีความเป็นแม่เป็นเมียไหมล่ะ?!"

เหนือตะวันใช้เวลาขับรถเพียงไม่นานก็มาถึงบ้านของเธอ แล้วรีบตรงเข้าไปในบ้านหลังนั้น ซึ่งตอนนี้มกราก็ยังรออยู่ที่นี่

"ไม่มีร่องรอยอะไรเลยเหรอ" คำแรกที่ถามเพื่อนรักเมื่อเห็นหน้า

"ไม่มีเลย"

"มึงเป็นนักสืบได้ยังไงทำไมถึงไม่รู้ว่าเธอไปที่ไหน"

"กูเป็นนักสืบนะไม่ใช่เทวดา"

ทั้งสองเริ่มค้นหาทุกอย่างอีกครั้ง ตอนนี้เขาเดาทางไม่ออกเลยว่าเธอจะพาครอบครัวไปที่ไหน

ค้นหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอเอกสารหรืออะไรที่จะบ่งบอกว่าเธอจะไปที่ไหน เขาก็เลยเดินถามตามบ้านของเพื่อนบ้านแถวนั้น แต่ก็ไม่มีใครรู้ เพราะส่วนมากไม่ค่อยได้คุยกัน

"เป็นกูกูก็ไม่อยู่" มันคือคำพูดของเสกสรร เพราะตอนนี้เขาได้กลับมาตั้งหลักที่คอนโดของมกรา

พอถูกเพื่อนคะยั้นคะยอถามหนักเข้า เหนือตะวันก็เลยต้องได้เล่าทุกอย่างให้เพื่อนฟัง ว่าถูกพ่อกับแม่มัดมือชกเรื่องแต่งงาน

"คุณหญิงแม่มึงนี่ร้ายกาจขึ้นทุกวันเลยนะ" มกราพอจะรู้จักแม่ของเหนือตะวันอยู่บ้าง เพราะสมัยก่อนทั้งสองไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆ

"เรื่องนั้นมันจบแล้ว แต่ตอนนี้พวกมึงช่วยกูคิดหน่อยสิว่าจะตามหาเธอได้จากที่ไหน"

ณ. พื้นที่ห่างไกลความเจริญ

"คิดถึงคุณลุงจังเลยค่ะ" หญิงสาวแทบน้ำตาไหลเมื่อเห็นรถอีแต๊กแบบต่อพ่วงด้านหลังเพื่อไว้ขนของ ซึ่งมีลุงพงษ์เป็นคนขับมาจอดลงที่ศาลาตรงทีเธอกับครอบครัวรออยู่

"ไปไงมาไงล่ะเนี่ย" ที่ลุงพงษ์ออกมาก็เพราะมีคนไปส่งข่าว ..คนที่ไปส่งข่าวปั่นจักรยานผ่านมาพอดี และจำเธอได้ เพราะเคยไปช่วยลงแขกเกี่ยวข้าว

เธอก็เลยไหว้วานให้ชาวบ้านคนนั้นไปส่งข่าวกับลุง ..พอลุงรู้ก็รีบเอารถออกมารับ แต่ทั้งบ้านมีแค่รถคันนี้คันเดียว

"หนูไม่มีที่ไป" หญิงสาวเอ่ยพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนไป ..ที่เธอเลือกจะมาที่นี่ ส่วนหนึ่งคือไม่มีที่จะไปแล้ว แต่อีกส่วน เธอรู้สึกผูกพันกับที่นี่มาก และคิดว่าเขาคงจะไม่กลับมา เพราะเขาคงจะแต่งงานกับคู่หมั้นและสร้างครอบครัวกับผู้หญิงคนนั้น

"แล้วนี่ใครล่ะ"

"ท่านนี่คือคุณพ่อของหนูเองค่ะ ส่วนนี่คือคุณแม่" มิลานแนะนำให้พวกท่านได้รู้จักกัน

พอทุกคนทำความรู้จักกันเรียบร้อยแล้ว ลุงพงษ์ก็เลยช่วยขนกระเป๋าขึ้นรถ แล้วทุกคนก็หาที่นั่งที่เหมาะสม

"เกาะแน่นๆ นะ เดี๋ยวลุงจะพาซิ่งแล้ว"

พ่อกับแม่ของเธอรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะพวกท่านไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

"คุณแม่ไหวไหมคะ"

"ไหวสิจ๊ะะ"

"แล้วคุณพ่อล่ะคะ"

ผู้เป็นพ่อได้แต่ส่งยิ้มให้ลูกสาว แล้วก็ดูเหมือนจะตั้งใจเกาะแน่นมาก

รถอีแต๊กวิ่งช้ามากก็เลยต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะลงมาถึงท้ายหมู่บ้าน และต้องได้ขับจากท้ายหมู่บ้านเพื่อที่จะไปบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่

พ่อกับแม่แอบสงสัยเพราะถนนเริ่มเป็นลูกรัง..และจากลูกรัง เหลือถนนอีกนิดเดียวพอให้รถวิ่งผ่านได้ หรือเรียกอีกอย่างก็คือคันนาที่กว้างหน่อยนั่นเอง

"ถึงแล้วค่ะพ่อ ลงได้ไหมคะแม่" หญิงสาวรีบลงรถก่อนเพื่อที่จะรับพ่อกับแม่

"ที่นี่ที่ไหนเหรอลูก" นางมองดูบ้านไม้สองหลังติดกัน

"เดี๋ยวลูกจะเล่าให้ฟังค่ะ"

"มาถึงกันแล้วเหรอลูก" ป้าวรรณีหอบเศษไม้พะรุงพะรังมาแล้วก็วางลงไว้

"คิดถึงป้าจังเลยค่ะ แล้วนี่ป้าเอาอะไรมาคะ"

"ป้าไปหาไม้มาไว้ทำกับข้าว"

มันยิ่งทำให้พ่อกับแม่ของเธอสงสัยหนักมากขึ้น แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถามอะไรออกมา เพราะถ้าเธออยากจะเล่าคงเล่ามาเอง

เวลาผ่านไป., ตอนนี้ตะวันก็ได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว

"ที่นี่ไม่มีไฟนะคะ เราใช้ไฟจากตะเกียงกันค่ะ" หญิงสาวค่อยๆ อธิบายให้พ่อกับแม่ฟังทีละอย่าง และเธอก็หยิบไฟแช็คที่เตรียมมาเพื่อจุดตะเกียง

"หนูมีของพวกนี้มาด้วยหรือลูก"

"มีสิคะเพราะที่นี่จำเป็นต้องใช้" เธอใช้ไม้ขีดไฟไม่เป็น ก็เลยหยิบเอาไฟแช็คก้านยาวของแม่บ้านที่ไว้ใช้จุดเตาแก๊สเล็กมาด้วย

"คุณพ่อกับคุณแม่รออยู่ข้างล่างก่อนนะคะ ลูกจะขึ้นไปเตรียมที่นอนให้" หญิงสาวจุดตะเกียงอีกหนึ่งอัน เพื่อที่จะนำทางขึ้นมาชั้นบน

เธอก็ไม่สามารถที่จะหยุดน้ำตาของตัวเองได้อีกแล้ว เมื่อเห็นที่นอนที่ที่เธอเคยนอนร่วมกับเขา ซึ่งต่อจากนี้ไป คงไม่มีผู้ชายปากร้ายคนนั้นอีกแล้ว แทนที่เธอจะดีใจ เพราะไม่ต้องมีใครมาคอยต่อว่า แต่นี่ทำไมหัวใจเธอถึงว้าเหว่นัก

อีกมุมหนึ่งของประเทศนี้..ในเวลาเดียวกันนั้น

"แล้วมึงจะเอายังไงต่อ" ทุกคนช่วยตามหากันทั้งวัน มกราก็ไม่อยู่นิ่ง พยายามสืบหาแต่ก็ไร้ร่องรอย เพราะการเดินทางของเธอไม่ได้ใช้บัตรประชาชน

พวกมึงพักผ่อนเถอะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" เหนือตะวันเดินเข้ามาในห้องนอน และก็นึกถึงผู้หญิง คนที่เคยอยู่ร่วมห้องนี้กับเขา ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่

ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาดู "ยาคุม?" มันเป็นยาแผงเดียวกับที่เธอใช้ให้มะลิซ้อนลงไปซื้อ

น้ำตาของลูกผู้ชายแทบจะไหลเมื่อคิดถึงสายตาอ้อนวอน ตอนที่เธอไปตามหาเขาไปจนถึงบ้าน แต่กลับถูกแม่ของเขาใช้น้ำสาดไล่ แถมยังถูกผู้หญิงอีกคนตบหน้า ถูกทำขนาดนั้นเธอยังไม่ยอมแพ้

หญิงสาวเตรียมที่นอนเสร็จก็กลับลงมา เพราะเธอต้องได้เตรียมน้ำให้พ่อกับแม่อาบ

สยบรัก บทที่ 41 โดย ชะนีติดมันส์

อ่าน บทที่ 41 ของนิยาย สยบรัก ที่นี่ นวนิยายชุด สยบรัก ประเภท: นวนิยายโรแมนติกของจีนอัปเดตเป็น บทที่ 41 อ่านนิยาย สยบรัก ฉบับเต็มได้ที่ novelones.com

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง บทที่ 41:

สยบรัก บทที่ 41

บทที่ 41