“สถานการณ์ท่านหญิงเย่ว์ลู่เป็นอย่างไรบ้าง?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยถาม
“นับตั้งแต่หลังจากตบพระสนมซู จนท่านหญิงถูกกักบริเวณและคัดพระคัมภีร์เป็นต้นมา บ่าวก็มิได้เจอนางอีกเลยเพคะ” หู่พั่วเอ่ยตอบ “แต่บ่าวได้ยินมาว่า นางเจริญอาหารมาก อารมณ์ก็ไม่เลวเลยเพคะ”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์พินิจพิจารณา
อารมณ์ของเย่ว์ลู่อยู่ในสภาพไม่มั่นคง หลังจากตบตีพระสนมซู เท่ากับว่าได้ประกาศสงครามขึ้นแล้ว สถาการณ์ของนางในจวนอ๋องสามเกรงว่าจะยากลำบากมากยิ่งขึ้น
“หู่พั่ว เจ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของเย่ว์ลู่ต่อ หากเย่ว์ลู่มีอันตรายถึงชีวิต จำไว้ว่าต้องให้มาหาข้า” นางครุ่นคิดอยู่สักพัก แล้วจึงเอ่ยต่อ “หลังจากที่เจ้ากลับไปแล้วก็ให้ไปบอกฉินเสวี่ยเย่ว์ ว่าร่างกายข้าไม่สบาย หมดสติไปเจ็ดวัน สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไรนัก”
“เพคะ” หู่พั่วตอบรับ ก่อนที่นางจะขมวดคิ้ว “พระชายา บ่าวได้ยินถึงข่าวลือมากมาย และข่าวลือนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับท่านทั้งสิ้น ท่านคิดว่า...”
ตู้เหิงสีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วเอ่ยตัดบทนาง “หู่พั่ว ที่นี่ไม่มีธุระของเจ้าแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเสียเถอะ”
“รอเดี๋ยว” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นตู้เหิงมีสีหน้าคล้ำเขียว ก็เกิดความสนใจขึ้นมา “พูดมา เป็นข่าวลืออันใด?”
หู่พั่วเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยตอบ “ด้านนอกกำลังลือกันว่า พระชายาโหดเหี้ยมอำมหิต ทั้งยังทารุณสาวใช้ด้วยเพคะ”
“นี่มิใช่คนที่ตงฟางหลีช่วยข้าตั้งขึ้นมางั้นหรือ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องเช่นนี้ก็ปล่อยพวกเขาไปเถอะ ไม่ต้องไปสนใจ”
“ไม่ ไม่ใช่เพคะ” หู่พั่วพูดลำบากเล็กน้อย “ข่าวลือเดิมทีก็เป็นเช่นนั้น แต่ระยะหลังมานี้ไม่รู้ว่าลือไปอย่างไรกัน ถึงได้กลายเป็นว่าพระชายาท่านอารมณ์ร้ายและป่าเถื่อน ไม่เป็นที่ยอมรับของท่านอ๋อง แต่งงานมานานหลายวัน แต่ท่านอ๋องไม่ยินยอมที่จะแตะต้องท่านเสียด้วยซ้ำ บอกว่าท่าน ท่านแต่งมาหลายวันขนาดนี้ยังบริสุทธิ์...”
สีหน้าตู้เหิงพลันดำมืดลงทันที
เขาตะคอกด้วยเสียงเย็นชา “ข่าวลือว่าร้ายนั้นยุติอยู่ที่ผู้มีปัญญา พูดไม่มีมูลความจริง ก็เลิกพูดสักที เจ้ากลับไปเสียเถอะ”
หู่พั่วถึงได้หุบปากจริง ๆ ก่อนจะโขกศีรษะเป็นขออภัย
ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกว่าตู้เหิงมักทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่มากจนเกินไป นางจึงโบกมือ ให้หู่พั่วออกไป
“ท่านช่างใจใหญ่เสียจริง” นางพูดค่อนแคะ “ท่านต้องรู้ไว้ว่า หากเรื่องนี้ลือไปจนถึงในวังแล้ว ท่านจะเจอกับอะไรบ้าง?”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกฉงน นางและตงฟางหลีจะทำหรือไม่ทำเรื่องนั้น เกี่ยวอันใดกับในวังด้วยเล่า?
ไป๋โค้วเห็นนางมีท่าทีไม่สนใจ ก็รู้สึกอึดใจในใจ “ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าท่านค่อนข้างฉลาดและน่าเชื่อถืออยู่ทีเดียว ผู้ใดจะรู้ว่าเป็นคนโง่คนหนึ่ง หากเรื่องที่ท่านมิได้ร่วมหอกับท่านอ๋องลือไปจนถึงในวัง นั่นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่มาก”
“ตามธรรมเนียมแล้ว หากแต่งงานมาหนึ่งเดือนแล้วยังมิได้ร่วมหอกัน หากมิใช่ฝ่ายชายมีปัญหา ฝ่ายหญิงจะถูกส่งกลับบ้านเดิม ต่างฝ่ายต่างแต่งงานใหม่ แต่เรื่องที่ฝ่ายชายจะมีหรือไม่มีปัญหาผู้ใดจะล่วงรู้ได้เล่า? แม้จะเป็นการหย่าขาดกันไปแต่โดยดี ส่วนใหญ่แล้ว ยังเป็นสตรีที่ถูกนินทาลับหลัง ด้านนอกกำลังลือเรื่องที่ท่านยังมิได้ร่วมหอกับท่านอ๋อง หากลือไปจนถึงหูพระพันปีแล้ว จะต้องยัดเยียดชายารองคนหนึ่งเข้ามา ไม่สิ แม้กระทั่งภรรยาคู่ชอบด้วยกฎหมายเข้ามาอย่างแน่นอน”
“แปลกจริง ตอนที่ท่านกับท่านอ๋องแต่งกัน ควรจะมีแม่นมเฉพาะด้านมาเก็บเลือดพรหมจรรย์ไปรายงาน ข่าวลือนี้ลือออกไปได้อย่างไรกันแน่?” นางรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
ฉินเหยี่ยนเย่ว์หน้าผากกระตุก
ไม่ร่วมหอก็จะยกเลิกการแต่งงาน? นี่นับเป็นกฎน่ารังเกียจอันใดกัน?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้เหล่อ232 เจ้าของเว็บเช็คให้หน่อยค่ะ...
ลองเข้าใหม่แล้วก็ไม่สามารถปลดล็อคได้...
ปลดล็อคไม่ได้...
ปลดล็อคอ่านไม่ได้...