เข้าสู่ระบบผ่าน

วิสารทแพทย์เทวัญ นิยาย บท 2902

ร่างของเย่ชิวในเขตศักดิ์สิทธิ์เลือน ๆ ปรากฏ ๆ ทุกครั้งที่สะบัดหมัดออกไป เสียงอากาศฉีกกระชากดังก้อง พร้อมกับพลังชี่ในกายที่ปะทุเชี่ยวกราก

ในดวงตาของเขาไม่มีแววถอยแม้แต่นิด มีเพียงความกระหายในการต่อสู้ไม่รู้จบกับความไม่ยอมแพ้

ทว่าเขตศักดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ไม่ว่าเย่ชิวจะระดมหมัดใส่เพียงใดก็เจาะไม่เข้า

ถึงอย่างนั้นเย่ชิวก็ไม่คิดถอดใจ ยังคงระดมหมัดออกไปไม่หยุด—

“หมัดปราบมาร!”

ฉับพลัน พลังชีวิตรอบกายเย่ชิวก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กระแสพลังพุทธะที่ทั้งขึงขังขรึมขลังและศักดิ์สิทธิ์พลุ่งพรูออกมาจากกำปั้นของเขา

สองมือกำหมัดสะบัดรวดเร็ว รูปแบบหมัดเปลี่ยนไปมา ราวกับเขากลายเป็นพระพุทธรูปโบราณองค์หนึ่ง ทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

“ตูม!”

หมัดนั้นฟาดออกไป แสงพุทธะพลันกลายเป็นลำแสงพลังสว่างจ้า พุ่งตรงเข้าใส่เขตศักดิ์สิทธิ์ของหรงอี้

หมัดนี้ทั้งเปี่ยมด้วยความเมตตาและปัญญาแห่งพุทธศาสนา แถมยังสุมรวมพลังอันมหาศาล แสดงอานุภาพน่าตะลึง

หรงอี้กับเฟิงอู๋เหินและคนอื่น ๆ ที่คอยดูอยู่ สีหน้าล้วนเปลี่ยนไป พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าเย่ชิวจะร่ายยอดวิชาแห่งพุทธศาสนาที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ได้

“นี่... นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน?”

เฟิงเสี่ยวเสี่ยวพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ อุทานว่า “หัวหน้ารู้วิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธะได้ยังไงกัน?”

หรงอี้เองก็ขมวดคิ้วแน่น เขาสัมผัสได้ชัดถึงความไม่ธรรมดาของพลังนี้ ทว่าก็ยังเชื่อมั่นว่าเขตศักดิ์สิทธิ์ของตนรับมือได้ทุกสิ่ง

“หมัดวัชระ!”

ถัดจากนั้น พลังชีวิตของเย่ชิวก็แปรเปลี่ยนอีกครั้ง

ราวกับเขากลายเป็นพระวัชรโพธิสัตว์ ทั่วร่างทอแสงทองคำระยิบระยับ บนกำปั้นยิ่งอัดแน่นด้วยแสงสีทองที่แทบจะจับต้องได้ หมัดสะบัดออกไปทีเดียว อากาศรอบด้านเหมือนถูกบีบอัด

“หมัดแสงสว่าง!”

ยังไม่ทันให้หรงอี้ตั้งตัว เย่ชิวก็ฟาดหมัดออกไปอีก

คราวนี้ ภายในกระแสหมัดสุมรวมพลังแสงสว่างบริสุทธิ์ถึงขีดสุด ราวแสงอรุณแรกโผล่พ้นขอบฟ้า อบอุ่นแต่ทรงพลัง จ้องจะส่องและชำระล้างเขตศักดิ์สิทธิ์ของหรงอี้ให้หมดจด

“นี่... นี่มันไม่ใช่พลังวิเศษของอู๋ฮวาเหรอ? เย่ฉางเซิงไปรู้พลังวิเศษของอู๋ฮวาได้ยังไงกัน?” หรงอี้ใจสั่นสะท้าน

ก่อนหน้านี้เขาเคยประมือกับอู๋ฮวา ลิ้มรสฝีมือของอีกฝ่ายมาแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเย่ชิวจะใช้มันออกมาได้ด้วย เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อเกินจะนึกฝัน

เฟิงอู๋เหินก็ตาเบิกค้าง เขารู้ซึ้งถึงทั้งพลังฝีมือและพลังวิเศษของอู๋ฮวาเป็นอย่างดี ครั้นเห็นเย่ชิวใช้มันออกมา ใจยิ่งเต็มไปด้วยทั้งความตะลึงและความฉงน

“หรือว่าหัวหน้าเคยฝึกวิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธะมาก่อน?”

ทว่ามือของเย่ชิวยังไม่หยุด เขาราวกับเข้าสู่สภาวะต่อสู้อันประหลาด รูปแบบหมัดผุดขึ้นไม่ขาดสาย แต่ละหมัดล้วนแฝงอำนาจน่าสะพรึง

“หมัดเทพเป่ยหมิง!”

เสียงร้องต่ำของเย่ชิวดังขึ้นพร้อมกัน ลมหายใจพลังชีวิตอันหนาวเย็นถึงขีดสุดก็แผ่กระจายออกไป กระแสหมัดของเขาแฝงความเยียบเย็นน่าขนลุก ราวจะทำให้ทุกสรรพสิ่งกลายเป็นน้ำแข็ง

นี่คือวิชาประจำตระกูลของเป่ยหมิงหวัง เย่ชิวกลับเอามาใช้ต่อหน้าต่อตา ทุกคนในสนามถึงกับตะลึงไปอีกรอบ

ไม่มีใครคาดคิดว่าเย่ชิวจะเชี่ยวชาญยอดวิชาของเป่ยหมิงเจียด้วย

ถ้าไม่เห็นกับตา ใครจะกล้าเชื่อกันเล่า?

“เขาไปเรียนวิชาของเป่ยหมิงเจียมาจากไหนกันแน่? เรื่องทั้งหมดมันอะไรกันแน่เนี่ย?” หรงอี้คิดเท่าไรก็หาคำตอบไม่เจอ

เซวียนหยวนหรงเอ๋อร์เองก็ประหลาดใจสุดขีด “แปลกจริง เย่ฉางเซิงไปเรียนยอดวิชาของเป่ยหมิงเจียตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือว่าแค่ดูเป่ยหมิงหวังใช้ครั้งเดียวก็ลอกเลียนได้แล้ว?”

“เป็นไปได้เหรอ? ถ้าเป็นจริงล่ะก็ พรสวรรค์ของเขาต้องน่ากลัวขนาดไหนกัน?”

ว่าแล้วเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ก็ยิ้มออกมา “เกือบลืมไป เย่ฉางเซิงน่ะเป็นผู้มีพรสวรรค์จักรพรรดิที่ระฆังสวรรค์ปฐพีรับรองแล้วนะ”

“อีกอย่าง คนที่ฉันชอบนะ ต่อให้จะแหกสวรรค์แค่ไหนก็ล้วนสมเหตุสมผลทั้งนั้น”

ทว่าเขตศักดิ์สิทธิ์ของหรงอี้นั้นแข็งแกร่งเกินไป ไม่ว่าเย่ชิวจะโจมตีอย่างไร ก็ยังฝ่าไม่ออก

ชั่วขณะนั้นกลับทำให้ในใจหรงอี้เกิดความสงสัยขึ้นมาเสียแทน

“เจ้าเย่ฉางเซิงนี่ แท้จริงแล้วยังซ่อนวิชาอะไรไว้อีกเท่าไรกัน?”

“แค่ความมุ่งมั่นระดับนี้ก็เหนือกว่าผู้คนมากมายแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งบัญชีมังกรซ่อนเร้น”

“ยังไม่พอ เขายังรู้วิชาหมัดมากมายถึงเพียงนี้ หากระดับพลังเท่ากันล่ะก็ ข้าอาจรับมือไม่อยู่จริง ๆ”

“คนผู้นี้ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นย่อมกลายเป็นขวากหนามบนเส้นทางจักรพรรดิที่ข้าจะพิสูจน์มหาธรรม บรรลุเต๋าสู่จักรพรรดิ”

คิดมาถึงตรงนี้ หรงอี้ก็ตัดสินใจจะยุติศึกนี้ให้เร็วที่สุด

“ฮึ เย่ฉางเซิง เจ้าน่ะมีฝีมืออยู่บ้างก็จริง แต่วันนี้เจ้าหนีความตายไม่พ้นแน่!”

หรงอี้ฮึดฮัดในลำคอ มือทั้งสองร่ายอาคมอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นพลังม่วงภายในเขตศักดิ์สิทธิ์ก็เดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

คราวนี้เขาตั้งใจจะปลดปล่อยการโจมตีที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม สังหารเย่ชิวให้ราบคาบในหมัดเดียว

ทว่าในห้วงคับขันเฉียดเป็นเฉียดตายนี้เอง ความรู้แจ้งพิสดารสายหนึ่งก็พลุ่งขึ้นมาในใจเย่ชิว

ราวกับเขาเห็นการไหลเวียนของพลังชี่ในร่างตนเอง เห็นความสอดประสานระหว่างวิชาหมัดกับกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน เห็น...

เส้นทางสายหนึ่งที่มุ่งสู่ระดับพลังที่สูงยิ่งกว่าเดิม

“ผมเข้าใจแล้ว!”

เย่ชิวพึมพำต่ำ ๆ ดวงตาแจ่มชัดและส่องสว่างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

วิชาหมัดทั้งหลายที่เขาใช้ไปเมื่อครู่ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นทักษะที่เขาใช้เคล็ดลับเทพมังกรเก้าสังเคราะห์ ขั้นที่สี่ บรรลุสัจธรรม ลอกเลียนมา ได้เพียงรูปแบบภายนอก ยังไม่ได้เข้าถึงแก่นแท้เลยด้วยซ้ำ

แต่พอใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็ค่อย ๆ จับต้องถึงแก่นแท้ได้ทีละน้อย

ทว่าเป้าหมายของเย่ชิวไม่ใช่แค่นั้น

เมื่อเริ่มเข้าใจแก่นแท้ของวิชาหมัดเหล่านี้แล้ว เขาก็เริ่มหลอมรวมมันเข้าด้วยกัน เพราะผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง มิใช่แค่ครอบครองทักษะการต่อสู้อันร้ายกาจและมีพลังบำเพ็ญเพียรลึกล้ำเท่านั้น หากยังต้องหยั่งรู้ความลี้ลับของฟ้าดิน สอดรับกับสรรพสิ่ง แล้วสร้างหนทางแห่งเต๋าของตัวเองขึ้นมา

ดุจเดียวกับปรมาจารย์ยุทธ์ ผู้ที่จะสถาปานิกายของตนได้ ต้องสร้างวิชาใหม่ด้วยตนเองเท่านั้น

บัดนี้ เย่ชิวในที่สุดก็ได้เห็นหนทางแห่งเต๋าที่เป็นของตนเองแล้ว!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ